สีหศักดิ์ เปิดจุดยืนเจรจา UNCLOS ย้ำรักษาอธิปไตยไทย มุ่งจัดการเส้นเขตแดนทางทะเล
18 ตุลาคม 2569 เวลา 21:15 น.

วันที่ 18 ตุลาคม 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะตัวแทน (Agent) กล่าวถึงผลการประชุมครั้งที่สองของคณะกรรมาธิการประนอม (Conciliation Commission) ในกระบวนการประนอมระหว่างไทยกับกัมพูชา ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-18 ตุลาคม 2569 ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ว่า วันนี้เป็นวันที่ 4 ของการประชุม ซึ่งตนเพิ่งเดินทางมาเข้าร่วมประชุมในวันนี้ โดยการประชุมมีมา 3 วันแล้ว การประชุมครั้งนี้เน้นในเรื่องของกฎหมาย ข้อกฎหมาย และเรื่องเทคนิค
ทางคณะประนอมได้ขอให้แต่ละฝ่ายแสดงหลักฐานต่าง ๆ เกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์ การกำหนดเส้นในทวีป ทะเลอาณาเขต ว่าจะใช้อะไรบ้าง เราก็ยืนยันว่าของเรายึดหลักภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ภายใต้ UNCLOS แต่ประเด็นสำคัญครั้งนี้ก็คือ เรามาในท่าทีของเรา นั่นคือกระบวนการนี้ต้องพิจารณาเฉพาะเรื่องของการกำหนดเส้นเขตแดนทางทะเลเท่านั้น ซึ่งเป็นที่เข้าใจกัน ทั้งสองฝ่ายได้ใช้โอกาสนี้ชี้แจงท่าทีของแต่ละฝ่าย เพื่อให้ทางคณะประนอมมีความเข้าใจที่ดีขึ้น และคงต้องนำไปพิจารณาต่อไป
นายสีหศักดิ์ กล่าวต่อว่า การประชุมครั้งนี้ควบคู่กับประเด็นทางด้านกฎหมาย ซึ่งทางคณะประนอมก็เห็นความสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายควรจะมีมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน เราก็ได้ใช้เวลาในการพิจารณาร่างเอกสารที่ระบุถึงมาตรการความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันว่าเราควรจะต้องทำอย่างไรบ้าง มีทั้งเรื่องการละเว้นจากการกล่าวในเวทีต่าง ๆ ที่อาจเป็นการกระทบต่อกระบวนการนี้ หรือการกล่าวหาอะไรที่อาจเป็นการใส่ร้าย ซึ่งประเทศไทยเราพยายามจะละเว้นในสิ่งนี้มาตลอด ยกเว้นมีความจำเป็นต้องชี้แจงสิ่งที่ฝ่ายกัมพูชากล่าวหา ซึ่งก็มีมาอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงมาตรการในเรื่องของการไม่ให้เกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งระหว่างกัน ตรงนี้เราก็เห็นด้วย และมีการพูดถึงเรื่องการทำตามสิ่งที่เราเคยพูดกันไว้ ซึ่งฝ่ายไทยไม่มีปัญหาอยู่แล้ว การพูดคุยทวีภาคีก็เป็นไปตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศอยู่แล้ว
สำหรับการมีมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ สำหรับฝ่ายไทยเราเห็นว่าความจริงแล้วสิ่งที่เราตกลงเราก็ทำอยู่แล้ว ซึ่งประเทศไทยก็ทำอะไรฝ่ายเดียวอยู่แล้ว ทั้งเรื่องของการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ เช่น การที่เขามีการประชุมเรื่องการปราบปรามแก๊งมิจฉาชีพที่กัมพูชา เราก็ส่งผู้แทนระดับสูงจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติไป อีกไม่ช้าเขาก็จะมีการประชุมกลุ่มประเทศที่พูดภาษาฝรั่งเศส เป็นระดับการประชุมสุดยอด ซึ่งเราไม่ได้เป็นสมาชิก แต่เราเป็นผู้สังเกตการณ์ เราก็จะส่งผู้แทนระดับผู้อำนวยการไป
ดังนั้น ถึงแม้ไม่มีข้อตกลงในเรื่องนี้ ประเทศไทยก็ทำอยู่แล้ว เราก็หวังว่าถ้าเราทำตามที่เราตกลงกัน เป็นแนวทางที่จะปรากฏในเอกสารแนบคำแถลงของคณะประนอมเกี่ยวกับผลการประชุมครั้งที่สองนี้ หากเราทำไปก็เป็นสิ่งที่ดี อะไรที่ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดี และทำให้การพูดคุยเดินหน้าต่อไป เราก็พร้อมอยู่แล้ว
ถามว่า เรื่องการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ตอนที่มีการประชุมกันอยู่นี้ กัมพูชาก็มีการออกมาต่อว่าไทยในเวทีโลก รวมถึงผู้นำกัมพูชาเอง ไทยมองว่าการประชุมจะราบรื่นต่อไปได้หรือไม่
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ก็อยู่ที่ฝ่ายเขา เพราะเราพูดกันมาหลายหนแล้วว่าเราพยายามหลีกเลี่ยงที่จะไปใช้เวทีระหว่างประเทศเพื่อโจมตีฝ่ายอื่น ซึ่งบางครั้งการโจมตีก็เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น แต่ก็แน่นอน เมื่อเราเข้าสู่กระบวนการนี้ เราก็ต้องให้ความร่วมมือ และเราก็หวังว่ากระบวนการนี้จะนำไปสู่แนวทางที่จะแก้ไขปัญหาระหว่างกัน แต่นโยบายของเราคือเอาเรื่องเขตแดนทางทะเลมาก่อน เรื่องอื่นเป็นเรื่องที่ไม่ได้อยู่ในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะประนอม
ถามว่า เรื่องเขตแดนทางทะเลยังต้องหารือกันต่อในการประชุมหรือไม่
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ก็ต้องหารือ เพราะครั้งนี้เป็นการนำเสนอท่าทีของแต่ละฝ่าย เขาก็คงต้องไปศึกษาว่าท่าทีของแต่ละฝ่ายและหลักที่เราอ้างถึงนั้นเป็นอย่างไร เขาก็คงจะมีข้อสอบถามเพิ่มเติมอีกก็ได้ หรือต่อไปเขาอาจจะมีข้อเสนอแนะบางประการ เราก็เปิดกว้างที่จะรับฟัง ตราบใดที่เราต้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทย และรักษาอธิปไตยของไทย
นายสีหศักดิ์ ย้ำในตอนท้ายว่า การประชุมครั้งนี้ไม่ใช่กระบวนการทางศาลระหว่างประเทศ และไม่มีคำวินิจฉัยออกมาที่มีผลผูกมัด แต่เป็นการหาทางประนอม และหาแนวทางที่ยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมทั้งมีความเที่ยงธรรมด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

