‘อภัยภูเบศร’ยกทัพเข้ากรุง ชวนคนไทย‘รู้ความเสี่ยง ดูแลก่อนป่วย’ 23-25 ตุลาคม ที่สยามพารากอน

‘อภัยภูเบศร’ เตรียมยกทัพสมุนไพรไทยร่วมงาน Thai FDA WELLNEXT 2026 ระหว่างวันที่ 23–25 ตุลาคม 2569 ณ พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน ชูแนวคิด “Herbal Wellness รู้ความเสี่ยง ดูแลก่อนป่วย” เปิดพื้นที่เรียนรู้การดูแลสุขภาพ 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ สุขภาพสมอง สุขภาพกระดูก และการรู้ทันโรคเรื้อรัง พร้อมชวนประชาชนสร้างสวนสมุนไพรใกล้บ้าน เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพ โดยเฉพาะในภาวะฉุกเฉิน
ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในพระอุปถัมภ์ฯ กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยกำลังเผชิญความท้าทายด้านสุขภาพหลายด้าน ทั้งความเครียด ปัญหาการนอนหลับ ภาวะกระดูกบาง และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งหลายภาวะค่อย ๆ พัฒนาขึ้นโดยไม่แสดงอาการชัดเจน การดูแลสุขภาพจึงไม่ควรรอให้เจ็บป่วยก่อน แต่ควรเริ่มจากการรู้เท่าทันความเสี่ยงของตนเอง และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตั้งแต่วันนี้
“เราอยากให้คนไทยเปลี่ยนมุมมองจากการรอรักษาเมื่อเจ็บป่วย มาเป็นการดูแลสุขภาพก่อนเกิดโรค เพราะสุขภาพดีไม่ได้เกิดจากการกินยาหรือสมุนไพรเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการกินอาหารที่เหมาะสม การเคลื่อนไหวร่างกาย การนอนหลับ และการดูแลจิตใจควบคู่กัน สมุนไพรไทยสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพได้ หากเลือกใช้อย่างถูกต้องและมีข้อมูลทางวิชาการรองรับ”ภญ.ดร.สุภาภรณ์ กล่าว
ภญ.ดร.สุภาภรณ์ กล่าวว่า ภายในงาน อภัยภูเบศรจัดกิจกรรมภายใต้แนวคิด “รู้ความเสี่ยง ดูแลก่อนป่วย” โดยเปิดให้ประชาชนเข้ารับบริการประเมินความเสี่ยงและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเบื้องต้นฟรี ใน 3 ด้าน ได้แก่
1.สุขภาพสมอง (Brain Health) ประเมินความเครียด พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างความเครียด การนอนหลับ และความจำ ตลอดจนแนวทางดูแลสุขภาพสมองในชีวิตประจำวัน
- สุขภาพกระดูก (Bone Health) บริการตรวจประเมินมวลกระดูกเบื้องต้น เพื่อสร้างความตระหนักถึงภาวะกระดูกบางและความเสี่ยงกระดูกหัก พร้อมให้คำแนะนำด้านโภชนาการ การออกกำลังกาย และการดูแลกระดูกให้แข็งแรง
- รู้ทันโรคเรื้อรัง (Metabolic Health) เปิดโอกาสให้ประชาชนนำผลตรวจสุขภาพเดิม เช่น ระดับน้ำตาลในเลือด ไขมันในเลือด และค่าการทำงานของตับ มาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำความเข้าใจความเสี่ยงด้านสุขภาพ และรับคำแนะนำในการปรับพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง
นอกจากนี้ อภัยภูเบศรยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพผ่าน “สวนสมุนไพรเพื่อสุขภาพ” โดยเฉพาะในสถานการณ์ภัยพิบัติหรือภาวะฉุกเฉิน ซึ่งประชาชนอาจประสบข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการสุขภาพ การมีความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรใกล้ตัว การปลูก และการเลือกใช้สมุนไพรตามกลุ่มอาการที่พบบ่อยในภาวะฉุกเฉิน ได้แก่ ฟ้าทะลายโจรสำหรับอาการไอและเจ็บคอ ขิง กระชาย และตะไคร้ สำหรับอาการท้องอืด คลื่นไส้ จุกเสียด ตะไคร้ช่วยบรรเทาปัสสาวะขัด ไพลและกระดูกไก่ดำสำหรับอาการฟกช้ำและปวดเมื่อย ว่านหางจระเข้ใช้กับแผลไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวกเล็กน้อย เสลดพังพอนหรือพญายอสำหรับผื่นแพ้และแมลงกัดต่อย รวมถึงมะกรูดหรือใบมะกรูดเพื่อช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนและคัดจมูก นอกจากนี้ หากมีความพร้อมอาจเตรียมสมุนไพรเพิ่มเติม เช่น ชุมเห็ดเทศ สำหรับอาการท้องผูก และ รางจืด สำหรับใช้ในบางกรณีตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ จึงเป็นทักษะที่ช่วยเสริมความพร้อมของครัวเรือนและชุมชนได้
“เหตุการณ์ภัยพิบัติที่ผ่านมา ทำให้เราเห็นความสำคัญของการเตรียมพร้อมด้านสุขภาพ สมุนไพรที่ปลูกไว้ในบ้านอาจเป็นแหล่งอาหารและเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลอาการเจ็บป่วยเบื้องต้นบางประเภทได้ แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่าการมีต้นสมุนไพร คือการมีความรู้ว่าอะไรใช้ได้ อะไรไม่ควรใช้ และเมื่อใดจำเป็นต้องไปพบแพทย์ เราจึงอยากชวนทุกบ้านเริ่มต้นสร้างสวนสมุนไพรเล็ก ๆ เพื่อเรียนรู้และเตรียมความพร้อมไปด้วยกัน” ภญ.ดร.สุภาภรณ์ กล่าว
นอกจากนี้ ภายในบูทมีกิจกรรมแจกต้นพันธุ์สมุนไพรฟรี วันละ 1 ชนิด ได้แก่
* 23 ตุลาคม ต้นบัวบกพันธุ์อุบลราชธานี
* 24 ตุลาคม ต้นมะระขี้นก
* 25 ตุลาคม ต้นกระดูกไก่ดำ
พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับคุณประโยชน์ การปลูก การดูแล และข้อควรระวังในการใช้สมุนไพรแต่ละชนิด รวมถึงการจัดแสดงผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพจากอภัยภูเบศร ที่สะท้อนการพัฒนาภูมิปัญญาไทยควบคู่กับองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์
“เราอยากให้ทุกคนกลับจากงานนี้ไปพร้อมกับความเข้าใจสุขภาพของตัวเองมากขึ้น และเห็นว่าสมุนไพรไม่ใช่เรื่องไกลตัว การดูแลสุขภาพเริ่มต้นได้จากสิ่งเล็ก ๆ ทั้งการปรับพฤติกรรมและการปลูกสมุนไพรไว้ใกล้บ้าน เพราะการพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างความเข้มแข็งให้กับครอบครัวและชุมชน” ภญ.ดร.สุภาภรณ์ กล่าวทิ้งท้าย
ขอเชิญประชาชนร่วมกิจกรรม Herbal Wellness ในงาน Thai FDA WELLNEXT 2026 ระหว่างวันที่ 23–25 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00–20.00 น. ณ พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายสำหรับการประเมินความเสี่ยงและรับคำปรึกษาเบื้องต้น







