คอลัมน์ : สั้นสั้น วันอังคาร

เสียกรุง?
ที่ตั้งสำนักงานของผมและพื้นที่ใกล้เคียง ปกติก็เป็นละแวกที่มีคนต่างชาติเยอะอยู่แล้ว ทั้งที่ปักหลักพำนักอาศัยยาวนาน และพวกนักท่องเที่ยวขาจร ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมายิ่งหนาแน่น เพราะประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF-World Bank 2026 ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
การประชุมครั้งสำคัญนี้มีบุคคลชั้นนำระดับรัฐมนตรีคลัง,เจ้าหน้าที่ธนาคารกลาง, สถาบันการเงิน,นักเศรษฐศาสตร์, นักการเงิน ฯลฯ ร่วมๆ 20,000 คน จากทั่วโลก 191 ประเทศมารวมกัน
โรงแรมใหญ่ๆ ในย่านนี้ ถูกจับจองเป็นที่พักของผู้ที่เดินทางเข้ามาร่วมประชุม เพราะใกล้กับศูนย์สิริกิติ์ฯ สถานที่จัดประชุม รถบัสและลีมูซีน รับ-ส่งระหว่างโรงแรมที่พักและสถานที่จัดประชุมวิ่งกันขวักไขว่ ค่ำๆ ก็พบเห็นคนต่างชาติเดินตามห้างสรรพสินค้า,ร้านอาหาร และคลับบาร์กันอย่างคึกคัก
จากการติดตามข่าวทั้งสื่อในและสื่อนอก ก็ไม่มีเสียงตำหนิใดๆ ในการจัดงานประชุมระดับโลกครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า เรื่องเป็นเจ้าภาพ “ให้เพลินเพลิดกายากว่าจะกลับ” ไทยเราไม่เป็นเบอร์สองรองใคร ส่วนจะได้น้ำได้เนื้ออะไรจากการประชุมคราวนี้ต้องดูกันไปยาวๆ
ขณะที่แขกที่รับเชิญมาทางพิธีการและนักท่องเที่ยวคุณภาพ เป็นที่มาของผลประโยชน์ประเทศหลายด้าน คนต่างชาติที่ไม่ได้เชื้อเชิญแต่แฝงเข้ามาครอบครองแผ่นดิน และแย่งชิงอาชีพคนไทย ก็มีมากขึ้นทุกที เป็นอันตรายอย่างยิ่งที่หากไม่รีบควบคุมอย่างเข้มงวด
หรือเอาเข้าจริงๆ จะสายไปเสียแล้วก็ไม่รู้
จีนเป็นชนชาติที่น่ากลัวที่สุด โดยเฉพาะที่มาพร้อมกับความเทาจนถึงดำสนิท หลายปีมาแล้ว มีข่าวทัวร์ศูนย์เหรียญ ตามด้วยบ่อนพนัน ร้านอาหารที่เกษตรกรของเราไม่ได้ประโยชน์อะไร ธุรกิจผิดกฎหมายทุกรูปแบบ และโรงงานที่ละเมิดกฎเกณฑ์ต่างๆ โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐ, นักการเมืองท้องถิ่น และชาวบ้านที่ยอมตัวเป็นนอมินี
แถบภาคตะวันออก โรงงานอุตสาหกรรมของคนจีนเกิดขึ้นเกือบทุกจังหวัด ไม่ใช้แรงงานไทยและปล่อยมลพิษทั้งทางอากาศและตามแหล่งน้ำ ขณะเดียวกันก็พยายามทำทุกวิถีทางที่จะกว้านซื้อพื้นที่เพิ่ม ทั้งโดยสมัครใจและบีบด้วยวิธีการต่างๆ อย่าถามว่าข้าราชการและนักการเมืองในท้องถิ่นรู้เรื่องนี้ไหม
ตอนนี้ที่หนักหนา แต่ไม่เป็นข่าว ก็คือแถวหนองน้ำส้ม อยุธยาเมืองเก่าของเราแต่ก่อน อยู่ไม่ไกลจากนิคมอุตสาหกรรมโรจนะที่มีมายาวนานแล้ว และเมื่อก่อน ญี่ปุ่นมาลงทุนก็ไม่มีปัญหาอะไรกับคนไทย พรรคพวกผมเล่าให้ฟังว่า จีนมาสร้างโรงงาน, โรงแรม และเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์กันพรืด ร้านค้าประเภทมินิมาร์ทก็ขึ้นมารอรับพวกเดียวกัน ใช้ภาษาจีนและเงินหยวน เงินไม่ได้กระเซ็นถึงคนไทย
โรงแรมไม่มีระบบกำจัดน้ำเสีย ปล่อยลงแหล่งน้ำที่ชาวบ้านใช้มาตั้งแต่บรรพบุรุษ ยิ่งกว่านั้น โรงงานต่างๆ ก็ยังมีการจ้างคนไทยไปถ่ายรูป เสมือนว่าเป็นคนที่ทำงานในโรงงาน ส่วนคนที่อยู่ในโรงงานจริงๆ ร้องเพลงชาติไทยได้หรือเปล่าไม่รู้
ที่สำคัญ โมเดลนี้ไม่ได้หยุดอยู่ที่หนองน้ำส้มแห่งเดียว กำลังทำท่าว่าจะลามไปยังพื้นที่ตำบลอื่นๆ ในละแวกใกล้เคียงด้วย และต่อไปอาจจะเกิดขึ้นทั้งประเทศ
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ รวมถึงคนชาติอื่นๆ ที่มาตั้งตัวเป็นผู้ทรงอิทธิพลอยู่บนผืนแผ่นดินไทย จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าไม่มีข้าราชการหรือนักการเมืองท้องถิ่นคอยอำนวยความสะดวก โดยแลกกับผลประโยชน์ส่วนตน
ผมเชื่อว่าคงมีประชาชนชาวกรุงศรีฯที่ไม่ได้เห็นดีเห็นงาม และทนไม่ไหว ร้องเรียนไปยังหน่วยงานกลางของรัฐบ้าง อย่างเช่น ศูนย์ดำรงธรรม แต่คงไม่มีหรือมีน้อยมาก ที่จะลองร้องเรียนไปยังหน่วยงานท้องถิ่น ด้วยเหตุผลอะไรก็รู้ๆ กันอยู่
ครั้นจะส่งเรื่องไปให้สื่อหลักก็คงไม่เกิดประโยชน์อะไร เพราะสื่อบ้านเราส่วนใหญ่ไม่ทำงานแบบ investigativejournalism นั่งเปิดโซเชียลมีเดียแล้ววิจารณ์การเมืองง่ายกว่า
ผมมานั่งคิดเล่นๆ ว่าเราอาจจะเสียกรุงศรีอยุธยาอีกครั้ง โดยจีนไม่ต้องใช้กระสุนแม้แต่นัดเดียว
ทิวา สาระจูฑะ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

