รวมโมเมนต์สุดประทับใจ คอนเสิร์ต ‘หลิง-ออม’ ขึ้นอันดับ 1 เทรนด์ X 2 วันติด

สร้างปรากฏการณ์แรงตลอด 2 วันเต็ม! สำหรับคอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่เต็มรูปแบบครั้งแรกของสองสาว “หลิงหลิง คอง” และ “ออม กรณ์นภัส” กับงาน “LINGORM THE WORLD BETWEEN US CONCERT” ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 17–18 ตุลาคม 2569 ที่จัดเต็มทั้งโชว์ร้อง เต้น โปรดักชันสุดอลังการ และแขกรับเชิญสุดพิเศษตลอดสองวัน จนแฮชแท็ก #LingOrmBetweenUsConcertD1 และ #LingOrmBetweenUsConcertD2 ทะยานขึ้นเทรนด์อันดับ 1 ทั้งสองวัน ตอกย้ำพลังความรักและการสนับสนุนจากแฟน ๆ ที่ส่งถึงทั้งคู่แบบถล่มทลาย

ขนความสนุกจัดเต็มให้เจ้าความรักมากกว่า 3 ชั่วโมงเต็ม เนรมิตเวทีเป็นโลกแห่งความรักที่ไม่มีวันตาย เริ่มต้นการแสดงสุดยิ่งใหญ่ “หลิง-ออม” โรยตัวลงมากลางเวทีด้วยแสงสีสุดอลังการสะกดทุกสายตาด้วยเพลง “Dracula” และ “Rockstar” ก่อนจะกล่าวต้อนรับทุกคนเข้าสู่ดินแดนแห่งรักอย่างเป็นทางการ จากนั้นมาเพิ่มดีกรีความร้อนแรงกับ “Bad Angel”, “สวรรค์ชั้น 7” ที่ท่าเต้นแบดได้ใจสุด ๆ ถึงช่วงโชว์เดี่ยวในเพลง “Love on Top” ของสาวหลิงที่ส่งท่าเอนตัวต้านแรงโน้มถ่วงสุดเท่ ส่วนออมมาในเพลง “One Punch” ร้องแร็ปออกมาพร้อมชุดคลุมมวยสุดเท่ ก่อนถึงช่วงหลิงจับกีตาร์โปร่งไฟฟ้า โชว์เสน่ห์ความน่าหลงใหลในเพลง “Until I Found You + L o v e” ส่วนในวันที่สองมาในเพลง “Can’t Take My Eyes Off You + Fly Me To The Moon” จากนั้นส่งเวทีต่อให้ออมที่เปิดตัวอยู่ใน snow globe ในเพลง “Risk It All” ที่เจ้าตัวถึงกับเก็บน้ำตาไว้ไม่อยู่ และวันที่สองเนรมิตเวทีเป็นชายหาดในเพลง “Go Go Juice” ก่อนจะกลับมาหวานกันต่อในเพลง “ขี้แง (Boys Don't Cry)” โชว์เต้นรำกลางน้ำพุที่ปลุกความหวานไปทุกอณู จากนั้นต่อเนื่องไปกับเพลง “หล่ออนิเมะ” สมใจแฟน ๆ ที่รอคอยทั้งคู่ร้องโชว์ด้วยกัน มาเสพความเซ็กซี่ต่อในเพลง “T2T” ไปกันต่อในเพลง “หวานใจผมน่ารักกว่าใคร” และ “ใจฉันตามเธอไป” พาร์ทเดี่ยวในเพลง “สวยเด้งดึ๋ง” ที่ทำเอากรามค้างเมื่อหลิงเปิดคลาสแทรมโพลีนกลางอิมแพ็ค และเพลง “Sports car” จากออมที่ใส่เต็มใส่อินเนอร์แบบเต็มแม็กซ์

จากนั้นทั้งฮอลล์ถูกดึงไปในโลกของความน่ารักในเพลง “Magnetic” ที่จัดเซอร์ไพรส์เรียกเสียงกรี๊ดถล่มทลายจาก “LOLO” หลานคนโปรดของเหล่าอุนย่า อุนยาย และ “BUTTERBEAR” กับพี่สาว “BIANCA BEAR” ก่อนสองพี่น้องแจกความน่ารักกันต่อแบบอันลิมิเต็ดในเพลง “น่ารักมั้ยไม่รู้” เพิ่มความสดใสให้จักรวาลนี้เข้าไปอีก จากนั้นส่งเวทีต่อให้ “โบว์ เมลดา” มาจอยด้วยต่อในเพลง “เจ็บนิด…นิด” ดวลสเต็ปแดนซ์สะบัดไม่นิด ๆ เหมือนชื่อเพลง และเพลง “เกินต้าน” ที่มาในท่าสะบัดผมจนเป็นไวรัลเต็มหน้าฟีด
ส่วนวันที่สองก็ไม่เบา จับตัวแม่แห่งวงการเพลงลูกทุ่งอย่าง “อาภาพร นครสวรรค์” ขึ้นมาร่วมจอยในเพลง “เริ่มแล้วค่ะ” พร้อมกับหลานรัก “LOLO” และ “หลิง-ออม” ที่มาในลุคแม่เสือสาวพาคนทั้งฮอลล์สนุกสุด ๆ ก่อนจะโชว์เดี่ยวในเพลง “ชอบไหม” ซิกเนเจอร์ที่แค่ได้ยินก็ต้องลุกเต้น และเกสท์คนสุดท้าย “เบลล่า ราณี” สร้างความฮือฮาแบบสุด ๆ ในเพลง “Bad Shawty” ปิดท้ายด้วยเพลง “ดวงใจ” ที่ทำหลายคนแอบตกใจอยู่ไม่น้อย

ความพิเศษของวันแรกยังอยู่ที่การรวมตัวของแขกรับเชิญหลากสไตล์ เริ่มวันแรกด้วยแก๊ง “GELBOYS” ของ “ออม” ในเพลง “ณ บัดNOW” และเปิดเวทีวัยรุ่นเด็กสยามต่อในเพลง “เลิกกั๊กแล้วรักก่อน” ทำเอาแฟน ๆ ถึงกับอดเต้นตามไม่ได้ และ “ALIE+BADMIXY+BABYJOLYSTAR” จากแก๊งหิ้วหวี เปลี่ยนเวทีจากดินแดนแห่งรักเป็นดินแดนแห่งความเซ็กซี่ในชั่วพริบตา ในเพลง “G.A.Y” ก่อนส่งเวทีให้ไปสนุกกันต่อในเพลง “LADY LONDON”
ฝั่ง “หลิง” ก็ไม่ธรรมดาสำหรับแขกรับเชิญ เริ่มจากศิลปินรุ่นพี่คารมดีอย่าง “โอ๊ต ปราโมทย์ + ป๊อบ ปองกูล” เปิดตัวด้วยการมาร่วมแจมในชุดสีทองสุดจี๊ดแสบตาในเพลง “NOBODY” ก่อนมอบเวทีให้กับคู่หูในเพลง “คะนึงนิด” และ “PP KRIT” ที่เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นลั่นฮอลล์ที่ขึ้นมาร่วมจอยในเพลง “ไม่ได้ก็ไม่เอา” และ “YOU ARE MY LIGHT” ในเวอร์ชันภาษาจีน สร้างเซอร์ไพรส์ให้แฟน ๆ กันอยู่ไม่น้อย และส่งพื้นที่ต่อให้ในเพลง “เก่งไม่พอ” ที่หลิงได้ไปเป็นนางเอก MV คนแรก
จากนั้นต่อเนื่องความสนุกกันต่อในเมดเลย์เพลงฮิต Love shot, Ma boy, ล็อกเป้า, I'm the best, Touch ก่อนเดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายที่ทั้งคู่ขอมอบเพลง “การเดินทางที่สวยงาม” และ “เหตุผลของการมีชีวิตอยู่คือการได้พบเธอ” แทนทุกความรู้สึกที่มอบให้กับเจ้าความรักที่ร่วมเดินทางมาด้วยกัน และคอยซัพพอร์ต “หลิง-ออม” ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ก่อนจะขึ้นรถ LOLO ไปหาแฟน ๆ แจกลูกบอลเป็นของที่ระลึกในช่วงเมดเลย์เพลงไฮไลต์จาก 3 ภาค จากงาน LINGORM THAILAND FAN MEETING TOUR 2026 ในเพลง โอ้ละหนอ…My Love, สัญญาเดือนหก, เด็กดอยใจดี ปิดท้ายคอนเสิร์ตด้วยบรรยากาศอบอุ่น

ปิดท้ายด้วยภาพความประทับใจ “หลิง-ออม” ท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับเปล่งประกาย เป็นภาพแทนความผูกพันที่ส่งต่อถึงกันตลอดคอนเสิร์ต และยิ่งตอกย้ำความหมายของ The World Between Us โลกที่มีเรื่องราว ความทรงจำ กลายเป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่แฟน ๆ อยากเก็บไว้ในใจ


