สะพัดจ่อควบรวม‘ภท.-กธ.’ บิ๊กดีลสู้ซักฟอก รอดูหลังจบอภิปราย วิป3ฝ่ายนัดถก21ต.ค. เคาะกรอบระเบิดศึก

“ภราดร” ยืนกราน มีข้อจำกัดเรื่องวันซักฟอก รัฐบาลให้ได้แค่ 3 วัน โยนถามกก.บห. 2 พรรค ข่าวลือควบรวม “ภท.-กธ.” ชี้ “อนุทิน-ธรรมนัส” กินข้าวกันเรื่องปกติ แฉวงดินเนอร์ส่อเล็ง ควบรวม 2 พรรค ด้าน “ธรรมนัส” แย้มรอดูโหวตซักฟอก นายกฯปิดปากบอกสั้นๆ’หิว หิว’ขณะที่’กรวีร์’เผย 21ต.ค.นี้ วิป3ฝ่าย เตรียมหารือกำหนดวันอภิปราย มั่นใจ18รมต.พร้อมชี้แจง กระแสควบรวม’น้ำเงิน-เขียว’ยังเร็วเกินไป ต้องรอดูหลังจบซักฟอก ด้าน’ศรีสุวรรณ’ยื่นปปช.สอบจริยธรรม’สส.ไอเดียร์’ปมสามีถือหุ้นเว็บพนัน
เมื่อวันที่ 19 ต.ค.2569 นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ทราบว่าวันนี้ (19 ต.ค.) ทางวิป3 ฝ่ายจะหารือกันเรื่องจำนวนวันในการอภิปราย ตนในฐานะตัวแทนของรัฐบาลพร้อมที่จะไปเจรจา อย่างไรก็ตาม จำนวนวันที่จะอภิปรายนั้น เนื่องด้วยช่วงเวลาสัปดาห์หน้า จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษในวันที่ 26ต.ค.จากนั้นวันที่ 30-31 ต.ค. นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปต่างประเทศ ดังนั้น จะเหลือช่วงเวลาวันที่ 27-29ต.ค.ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และลงมติในวันที่ 30ต.ค.2569
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะตกลงจำนวนกันได้หรือไม่ เพราะเวลาเหลือน้อยแล้ว นายภราดร กล่าวว่า เดี๋ยวต้องคุยกันด้วยเหตุด้วยผล เพราะมีข้อจำกัดเรื่องของเวลาและเนื้อหาสาระของการอภิปราย เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านยังยืนยันว่า 3 วันน้อยไป นายภราดร กล่าวว่า เดี๋ยวลองคุยกันก่อน น่าจะเป็นวันที่ 20 ต.ค. ตอนนี้ยังไม่มีการนัดหมาย เมื่อถามว่า รัฐบาลยังคงมั่นใจเสียงสนับสนุนของรัฐบาลใช่หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า วันก่อนเห็นนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ออกมาพูดชัดเจนแล้ว
‘หนู’กินข้าว’ธรรมนัส’ก็เพื่อนกัน
เมื่อถามถึงกรณีมีภาพนายกฯไปคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม เป็นการส่งสัญญาณร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า นายกฯมีคุณสมบัติพิเศษ มีแต่เพื่อน อย่าง ร.อ.ธรรมนัส ก็เป็นเพื่อนนายกฯ มีความสนิทสนมกัน จะไปตีความว่าเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ ก็สุดแท้แต่ แต่ด้วยความเป็นเพื่อนกัน การไปรับประทานข้าวกันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวถึงขั้นว่าจะควบรวมพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรม นายภราดร กล่าวว่า ต้องไปถามกรรมการบริหารพรรคของทั้งสองพรรค เมื่อถามย้ำว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่า หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วจะมาร่วมรัฐบาลกัน นายภราดร กล่าวว่า อนาคตยังไม่ถึง อย่าเพิ่งคิดไปไกลขนาดนั้น เอาสัปดาห์หน้าก่อนที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งยังไม่รู้เลยว่าจะกี่วัน เอาจำนวนวันให้ชัดก่อน ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจอาจจะมีการปรับ ครม. อาจจะกระทบกับตำแหน่งของรัฐมนตรีปัจจุบันที่อาจจะถูกเกลี่ยใหม่ นายภราดร กล่าวว่า การปรับ ครม.เป็นเรื่องของนายกฯ เป็นอำนาจของท่าน ถ้าถามว่ามีการปรับ ครม.หรือไม่ ในพรรคภูมิใจไทยก็คงจะมีการคุยกัน กรรมการบริหารพรรคก็ต้องตัดสินใจ
‘กรวีร์’เผย 21ต.ค.วิป3ฝ่ายนัดหารือ
ด้าน นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงกรอบอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ฝ่ายค้านยืนยันขอเวลา 5วัน ว่า ได้รับการประสานจากประธานสภาฯ จะเชิญวิป 3ฝ่ายคือ วิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้านและตัวแทนคณะรัฐมนตรี (ครม.) หารือร่วมกันถึงกรอบระยะเวลาจำนวนชั่วโมง การอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่ 21 ต.ค.นี้ คิดว่ากรอบเวลา 3หรือ5วัน น่าจะเป็นปลายทาง จะหาข้อสรุปได้ยาก แต่ถ้ามาเจรจาว่า ประเด็นที่ฝ่ายค้านต้องการอภิปรายมีเรื่องอะไรบ้าง รวมถึงเวลาที่ฝ่ายค้านจำเป็นต้องใช้แต่ละประเด็น น่าจะขยับเข้าไปสู่การเจรจากันได้มากกว่า ตนคิดว่า น่าจะหาเวลาที่คุยกันได้ ฝ่ายรัฐบาลก็ต้องมีเวลาที่เหมาะสมเช่นเดียวกันในการตอบข้อชี้แจงของฝ่ายค้าน จากนั้นค่อยมาดูว่าจะเป็นกี่วัน ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะเป็นกี่วัน แต่ถ้าเราเอาประเด็นเป็นตัวตั้ง แล้วมาคำนวณเวลาที่ใช้ในแต่ละวัน ก็คิดว่าน่าจะหาข้อสรุปทั้ง 3 ฝ่ายได้
เนื้อหาอภิปรายมีแค่6-7ประเด็น
เมื่อถามว่า รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายทั้ง 18คน อาจมีเนื้อหาและต้องใช้เวลามากกว่าอภิปราย 3วัน นายกรวีร์ กล่าวว่า ใน 18คน เมื่อไปพิจารณาดูเนื้อหาของรัฐมนตรีแต่ละคนพบว่า ค่อนข้างกว้าง จึงทำให้ประเด็นในการจับเนื้อหาต่างๆไม่ได้เป็นประเด็นที่ชัดเจนว่า มีเรื่องอะไรบ้าง ได้แต่คาดการณ์เอา ประเด็นหลักตนคิดว่าน่าจะมีอยู่แค่ 6-7ประเด็นเท่านั้นที่ ครอบคลุมทั้ง 18คน เช่น เรื่องการเลือก สว.ประเด็นเดียว แต่คาบเกี่ยวกับรัฐมนตรีหลายคน ถ้าเราพิจารณาประเด็นก็น่าจะคำนวณเวลาได้ ถ้าเราไปมองว่า 18คน แต่ละคนต้องใช้เวลากี่ชั่วโมง คิดว่าเวลาทำงานจริง ไม่ได้เป็นเช่นนั้น
มั่นใจรมต.ชี้แจงได้-ไม่มีเรื่องทุจริต
เมื่อถามว่า ตอนนี้ฝ่ายค้านเตรียมทีมพร้อมแล้ว ฝ่ายรัฐบาลได้เตรียมทีมสนับสนุนรัฐมนตรีแล้วหรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่ารัฐมนตรีทั้ง 18 คน พร้อมตอบข้อซักถามและชี้แจงข้อกล่าวหา เพราะการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา มีทั้งผลงานและประเด็นที่เป็นข้อซักถามต่างๆ พอที่จะคาดการณ์และคาดเดาได้ว่าจะมีประเด็นใดที่ถูกกล่าวหาได้บ้าง และจากที่ตนได้ประสานกับรัฐมนตรีหลายคน ทุกคนก็ทำการบ้านเตรียมความพร้อมสำหรับการตอบข้อซักถาม จึงมั่นใจว่าแผลต่างๆที่ฝ่ายค้านมี รัฐบาลทุกคนมั่นใจว่า เรื่องการทุจริตคอร์รัปชันนั้น ไม่มี และมั่นใจว่าสามารถตอบข้อชี้แจงของฝ่ายค้านที่กล่าวหาได้ รัฐมนตรีไม่ได้ตั้งองครักษ์ แต่หากถูกกล่าวพาดพิงพรรคการเมือง ซึ่งจะทำให้พรรคการเมืองเสียหาย หรือพาดพิงถึงสส. คนไหน คิดว่าสส. ก็มีสิทธิ์ที่จะชี้แจงในสิ่งที่ถูกพาดพิง สิ่งที่เราได้พูดคุยกันคือพยายามให้การประชุมอยู่ในกรอบของข้อบังคับ หากเป็นประเด็นที่เกี่ยวเนื่อง หรือเป็นประเด็นที่ถูกโจมตีแล้วไปเกี่ยวข้องกับพรรคร่วมรัฐบาลคิดว่า เป็นสิทธิ์ของพรรคร่วมรัฐบาลที่สามารถชี้แจงต่อที่ประชุมได้ รวมถึงสส.พรรคร่วมรัฐบาล ถ้าพาดพิงและทำให้พรรคเสียหาย ตามข้อบังคับก็ชี้แจงได้
ควบ’น้ำเงิน-เขียว’รอจบซักฟอก
เมื่อถามว่า พรรคกล้าธรรมได้ส่งสัญญาณอะไรที่อยากจะสนับสนุนรัฐบาลหรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ยังไม่มีสัญญาณอะไร มีเพียงแต่ภาพข่าวที่ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ไปรับประทานอาหารร่วมกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งจริงๆไม่อยากโยงไปว่าเป็นประเด็นการเมืองว่าพรรคกล้าธรรมจะโหวตให้หรือไม่ให้ และจริงๆแล้ว ร.อ.ธรรมนัส กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นเพื่อนกัน รู้จักและทำงานร่วมกันมาหลายปี การที่ไปบอกว่าการส่งสัญญาณแบบนี้ เป็นกล้าธรรมจะต้องโหวตให้รัฐบาลแน่ ตนคิดว่าเร็วเกินไปเพราะการอภิปรายยังไม่เกิดขึ้น เมื่อถามย้ำว่า มีกระแสข่าวว่าจะควบรวมระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรม เป็นไปได้หรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ยิ่งเร็วไปใหญ่ ต้องรอดูสถานการณ์ว่า หลังอภิปรายครั้งนี้จะเป็นอย่างไรและไม่ใช่เรื่องของตนที่จะบอกว่า จะควบหรือไม่ควบ เป็นเรื่องระหว่าง 2พรรคที่ต้องพูดคุยกัน
‘ธรรมนัส’แย้มรอดูโหวตซักฟอก
จากกรณีปรากฏภาพ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม รวมทั้ง นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ร่วมรับประทานอาหารค่ำที่ร้านอาหารอินเดีย PunjabGrill Bangkok ภายในโรงแรมเรดิสัน สวีท แบงค็อก เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ล่าสุด”สรยุทธ สุทัศนจินดา”เปิดเผยในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ว่า แหล่งข่าวเปิดเผยว่า มีการพูดคุยกัน ไม่ใช่เรื่องชวนร่วมรัฐบาล หรือขอร่วมรัฐบาล แต่พูดกันถึงขนาดยุบพรรคมารวมกัน ยุบกล้าธรรม มารวมกับภูมิใจไทย ซึ่งคำตอบทีเล่นทีจริงของนายธรรมนัสบอกให้รอดูการลงมติ คำตอบอยู่ที่การลงมติญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ
นายกฯปิดปากควบรวมบอก’หิว หิว’
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงความชัดเจนหลังปรากฏภาพร่วมรับประทานอาหารกับร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ที่ร้านอาหารอินเดีย ทำให้ถูกจับตาว่าพรรคกล้าธรรมจะมาร่วมรัฐบาล หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยนายกรัฐมนตรีตอบสั้นๆว่า”หิว หิว”และหันมายิ้มให้สื่อเท่านั้น ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามเรื่องดังกล่าวอีกหลายครั้งนายกรัฐมนตรี ก็ไม่ตอบคำถามอะไร เมื่อถามว่ายังไม่ถึงเวลาตอบเรื่องนี้ใช่หรือไม่ นายอนุทินได้เพียงแต่ยิ้ม เมื่อถามถึงการขอเสียงสนับสนุนจากพรรคกล้าธรรมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล นายอนุทิน ก็ไม่ได้ตอบคำถามอะไร ก่อนเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไปทันที
ประธานสภาฯเตรียมถกวิป3ฝ่าย
นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลว่า ขณะนี้มีความเห็นที่แตกต่างกัน โดยฝ่ายค้านเสนอขออภิปราย 5 วัน ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลและคณะรัฐมนตรี (ครม.) มองว่า 2–3 วันก็น่าจะเพียงพอ ซึ่งถือเป็นธรรมดาของแต่ละฝ่ายที่มีความต้องการไม่เท่ากัน ขั้นตอนหลังจากสภาฯ ได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการแล้ว ตนได้มอบหมายให้รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นัดหมายวิป3 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลและครม.มาพูดคุยเจรจาเพื่อหาข้อตกลงร่วมกัน คาดว่าจะเกิดขึ้นภายในสัปดาห์นี้ เพื่อกำหนดกรอบเวลาอภิปรายและวันเริ่มต้นอภิปรายที่ชัดเจน โดยมีประธานสภาฯ ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานงาน การจะอภิปราย 3 วัน 4 วัน หรือ 5 วัน ต้องรอข้อตกลงจากทั้ง 3ฝ่าย ทุกฝ่ายต้องเคารพซึ่งกันและกัน
‘เท้ง’ซัดรัฐบาลเลิกคิดเองเออเอง
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เงา ของพรรคประชาชน ถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า การให้ข่าวของฝั่งรัฐบาลว่า เตรียมจะให้เวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจเพียงแค่ 3วันเท่านั้น ซึ่งนั่นหมายถึงต้องรวมเวลาการชี้แจงของฝ่ายรัฐบาลด้วย ดังนั้นจึงมองว่า รัฐบาลพยายามเล่นกลเล่นเกมการเมืองในรัฐสภาเพื่อให้เวลาฝ่ายค้านอภิปรายรัฐมนตรี 18 คนเพียงแค่ 2 วันเท่านั้นใช่หรือไม่รัฐบาลให้ข่าวออกมาไม่เคยมีการพูดคุยร่วมกับตัวแทนฝ่ายค้าน ประธานรัฐสภาไม่ได้เรียกประชุมร่วมแต่อย่างไรและจะบรรจุญัตติเข้าสภาวันไหนและจะให้เวลากี่วัน ดังนั้นสิ่งที่จะต้องการส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลคือ วันนี้รัฐบาลต้องหยุดคิดเอง เออเอง เลิกที่จะคิดแทนฝ่ายค้านเพราะให้ข่าวออกมาทั้งที่ยังไม่ได้พูดคุยกับเราทั้งสิ้น
จัดทัพขุนพลรอชำแหละไว้แล้ว
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า การจัดทัพของฝ่ายค้านตอนนี้ค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว เราพร้อมทุกวินาที อยู่ที่ทางรัฐบาลเองมากกว่าว่าให้เราซักฟอกรัฐบาลเมื่อไหร่ จำนวนคนตอนนี้ยังเปิดเผยไม่ได้แต่มีตัวเลขในใจอยู่แล้ว ส่วนประเด็นสำคัญในการอภิปรายครั้งนี้ คือ ชี้ให้เห็นว่าระบอบน้ำเงินเป็นภัยคุกคามต่อประเทศจริงๆการดำเนินนโยบายของรัฐบาล จริงๆแล้วถือว่าเป็นอาชญากรรมต่อประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่ พวกเราพยายามชี้ให้เห็นว่านอกเหนือจากการใช้อำนาจหน้าที่ในฝ่ายบริหารแล้วอาจจะเกี่ยวโยงกับส่วนอื่นๆด้วย ซึ่งนอกเหนือจากสว.และองค์กรอิสระ ก็ยังมีเรื่องของการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนหรือในภาคส่วนอื่นๆ เช่นการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ดังนั้นก็อยู่ในกรอบญัตติทั้งหมดที่ได้ยื่นไป
‘ปิยะ’ไม่ยุ่งคดีฮั้วสว.ว่าไปตามกม.
ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)กล่าวถึงความคืบหน้าคดีฮั้ว สว.โดยร.ต.อ. ปิยะไม่ตอบคำถามผู้สื่อข่าวในครั้งแรก ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า สังคมอยากทราบความคืบหน้าของคดีนี้ ร.ต.อ. ปิยะ จึงย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า “เอาจริงดิ”ก่อนจะกล่าวว่า วันนี้ตนมาคุยเรื่องนอมินีที่ดิน ส่วนเรื่องฮั้วสว.อยู่ในกระบวนการดำเนินการอยู่แล้ว และมีเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบอยู่แล้ว ซึ่งถ้าติดตามข่าวก็จะทราบว่ามีคนต่อต้านว่า ไม่ให้อธิบดีดีเอสไอเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดีนี้ดังนั้นตนยืนยันว่า จะไม่เข้าไปยุ่ง เมื่อถามว่าจะปล่อยให้เจ้าหน้าที่เป็นคนดำเนินการคดีนี้ใช่หรือไม่ ร.ต.อ. ปิยะ กล่าวว่า ทำไปตามกฏหมาย ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบ จากนั้นร.ต.อ.ปิยะ เดินออกจากวงสัมภาษณ์ เนื่องจากนายกฯเรียกหารือบนตึกไทยคู่ฟ้า
ร้องปปช.สอบจริยธรรม’ไอเดียร์’
ที่สำนักงานใหญ่ ป.ป.ช.นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ ปปช.ขอให้ไต่สวนและมีความเห็นกรณี นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ เขต 4 พรรคภูมิใจไทย ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตนเองและคู่สมรสรวม 1,974ล้านบาท เป็นเท็จหรือไม่ และการที่ตนเองออกมายอมรับว่า คู่สมรส หรือสามี ไม่ได้เป็นเจ้าของเว็บไซต์พนันออนไลน์ แต่มีหุ้นเพียง 1% นั้น ถือว่ามีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ ทั้งนี้ เนื่องจากน.ส.สุชาดา ชี้แจงประเด็นสามีเกี่ยวข้องกับเว็บพนันระหว่างร่วมประชุมเตรียมงานบุญกระธูปประจำปี2569 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-25ตุลาคม2569 ที่หน้าที่ว่าการอำเภอหนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ โดยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยไม่ยอมรับว่า สามีเป็นเจ้าของเว็บพนัน แต่มีหุ้นในประเทศที่ถูกกฎหมายเพียง1% เท่านั้น จึงมาร้องปปช.ขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยว่า พฤติการณ์ดังงกล่าว เข้าข่ายการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตนเองและคู่สมรสอันเป็นเท็จหรือไม่ และเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานจริบธรรมอย่างร้ายแรงด้วยหรือไม่ เพื่อดำเนินการต่อไปตามพรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต2561จนถึงที่สุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

