สกู๊ปพิเศษ : ตระการตาเรือไฟ ม.นครพนม 60 เมตร! ผวจ.นำทีมล่องโขงพิสูจน์เชื้อเพลิงรักษ์โลก

เทศกาลงานไหลเรือไฟจังหวัดนครพนม ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-27 ตุลาคม ได้ย่างเข้าสู่ค่ำคืนวันที่สาม โดยบรรยากาศบริเวณเส้นทางริมฝั่งโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม คลาคล่ำไปด้วยพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ที่มารอชมความยิ่งใหญ่ของเรือไฟโชว์จากมหาวิทยาลัยนครพนม ซึ่งมีความยาวถึง 60 เมตร (เทียบเท่ากับรถบัสจอดเรียงกัน 4 คัน) ความสูง 18 เมตร (เทียบเท่าตึกประมาณ 5 ชั้น) และประดับด้วยดวงตะเกียงสว่างไสวถึง 7,900 ดวง

เรือไฟลำดังกล่าวของมหาวิทยาลัยนครพนมไม่ได้ส่งเข้าประกวดชิงถ้วยพระราชทาน แต่จัดสร้างขึ้นเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวแห่งความศรัทธา อัตลักษณ์ลุ่มน้ำโขง และความภาคภูมิใจในโอกาสครบรอบ 21 ปี มหาวิทยาลัยนครพนม พร้อมกันนี้ยังได้เปิดพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมจุดตะเกียงเรือไฟ เพื่อแสดงพลังแห่งศรัทธาบูชาพระพุทธเจ้าและสายน้ำ พร้อมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากนักศึกษาและบุคลากรตั้งแต่เวลา 18.30 น. โดยมีกำหนดการไหลโชว์อวดความสวยงามกลางสายน้ำโขงในวันที่ 16, 18, 20, 22, 24, 26 และ 27 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป
สำหรับไฮไลต์สำคัญในค่ำคืนวันที่ 18 ตุลาคม ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และ ว่าที่ร้อยตรี รวยรุ่ง ใครบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้ตอบรับคำเชิญของ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธวัชชัย ศุภดิษฐ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม เดินทางลงเรือล่องไปกับเรือไฟ เพื่อตรวจดูเบื้องหลังการทำงานของกลุ่มศิลปินเรือไฟอย่างใกล้ชิด รวมถึงตรวจสอบคุณภาพของดวงตะเกียง และทดสอบประสิทธิภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงที่คณะวิจัย ม.นครพนม คิดค้นขึ้นจากการกลั่นหญ้าอ้อยหนู ว่ามีความสว่างไสว ต้านแรงลม และช่วยลดมลพิษได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งหลังจบงานจะได้นำข้อมูลทั้งหมดเข้าที่ประชุมเพื่อประเมินจุดเด่นจุดด้อย และพัฒนาต่อยอดให้ดียิ่งขึ้นในปีถัดไป

บรรยากาศการล่องเรือในครั้งนี้เต็มไปด้วยความอบอุ่นและมีชีวิตชีวา โดยกลุ่มนักศึกษาวิชาดนตรี ม.นครพนม ได้ขนอุปกรณ์เครื่องดนตรีขนาดย่อม ทั้งพิณ แคน กีตาร์ และกลอง มาบรรเลงขับกล่อมคณะทำงานและศิลปินเรือไฟตลอดเส้นทางสายน้ำ ในขณะเดียวกัน ว่าที่ร้อยตรี รวยรุ่ง ใครบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัด ได้สร้างสีสันด้วยการคว้าแคนขึ้นมาเป่าเรียกน้ำย่อยสร้างความสนุกสนาน
เรือไฟ ม.นครพนม เริ่มเคลื่อนตัวออกจากจุดปล่อยหน้าโรงเรียนสุนทรวิจิตร เวลา 19.45 น. เคลื่อนผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญริมฝั่งโขง อาทิ หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์, ถนนคนเดิน, พญาศรีสัตตนาคราช, วัดโอกาส (พระติ้วพระเทียม), ศาลเจ้าพ่อหมื่น และเข้าเทียบท่าจอดที่บริเวณหน้าวัดมหาธาตุ ซึ่งเป็นสถานที่ประดิษฐานพระธาตุประจำผู้เกิดวันเสาร์ โดยตลอดระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร มีประชาชนและนักท่องเที่ยวมายืนชมความงดงามของการไหลเรือไฟโขงอย่างเนืองแน่น ใช้เวลาล่องเอื่อยๆ ประมาณ 1 ชั่วโมงเต็ม

“การล่องแม่น้ำโขงไปกับเรือไฟ ม.นครพนม ในครั้งนี้ นอกจากจะได้ชมเบื้องหลังการทำงานอย่างใกล้ชิดแล้ว ยังเป็นการสืบสานอัตลักษณ์ชาวอีสานลุ่มน้ำโขง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมได้นำหมากเบ็งหรือพานบายศรีมาประกอบพิธีกล่าวขอขมาต่อแม่คงคา เพื่อความเป็นสิริมงคลและคุ้มครองความปลอดภัยตลอดการจัดงานไหลเรือไฟ”
การจัดงานไหลเรือไฟจังหวัดนครพนมในปีนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นการสืบสานประเพณีอันทรงคุณค่า แต่ยังเป็นการผสานงานวิจัย นวัตกรรม และความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดนครพนมให้ก้าวไกลและสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนอย่างไม่รู้ลืม

พงศ์สุคนธ์ คุณธรรมมงคล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

