หมุนตามทุน : 21 ตุลาคม 2569

ส.อ.ท.ผนึกกำลังทีเส็บ ช่วยผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดและพันธมิตรธุรกิจ
** สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เรื่อง “การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศไทย ผ่านกลไกอุตสาหกรรมไมซ์” กับ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ เพื่อวางกรอบความร่วมมือในการนำไมซ์มาเป็นกลไกสนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ และพัฒนาโครงการที่สอดคล้องกับศักยภาพของอุตสาหกรรมและความต้องการของผู้ประกอบการ
สำหรับความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานจุดแข็งของทั้งสององค์กร โดย ส.อ.ท. มีเครือข่ายผู้ประกอบการกว่า 16,000 ราย ครอบคลุม 48 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 76 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด ขณะที่ทีเส็บ มีความเชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์ ซึ่งจะช่วยเปิดช่องทางให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาด ผู้ซื้อ นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจได้กว้างขวางยิ่งขึ้น
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย( ส.อ.ท.) กล่าวว่าระเทศไทยมีศักยภาพที่จะเป็นมากกว่าจุดหมายปลายทางของการจัดงาน แต่สามารถเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมโยงผู้ซื้อ นักลงทุน ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ประกอบการจากทั่วโลกเข้าด้วยกัน เราจึงต้องทำให้งานไมซ์สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้ ทั้งการเกิดคู่ค้าใหม่ มูลค่าการเจรจาธุรกิจ การส่งออก และการลงทุน ไม่ใช่เพียงความสำเร็จในการจัดงานเท่านั้น ทั้งนี้กลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับเป็นหนึ่งในตัวอย่างอุตสาหกรรมไทยที่มีศักยภาพในการขยายตลาดต่างประเทศ โดยมีมูลค่าการส่งออกในช่วงเดือนมกราคม–สิงหาคม 2569 อยู่ที่ 21,277 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนโอกาสในการใช้กลไกไมซ์เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงตลาดและสร้างเครือข่ายทางธุรกิจให้แก่อุตสาหกรรมเป้าหมาย
สำหรับปี 2570 ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 60 ปีของ ส.อ.ท. ทั้งสององค์กรมีแผนต่อยอดความร่วมมือผ่านการจัดกิจกรรมและงานแสดงสินค้าในระดับภูมิภาค โดยคัดเลือกอุตสาหกรรมเป้าหมายให้สอดคล้องกับศักยภาพและจุดแข็งของแต่ละพื้นที่ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับตลาดที่มีศักยภาพ
สำหรับกรอบความร่วมมือภายใต้ MOU ครอบคลุม 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1. การกำหนดทิศทางและกรอบความร่วมมือ เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศผ่านกลไกไมซ์ 2. การพัฒนาโครงการและกิจกรรมทางธุรกิจ อาทิ การประชุม นิทรรศการ งานแสดงสินค้า การจับคู่ธุรกิจ และกิจกรรมรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างโอกาสทางการค้า การลงทุน และเครือข่ายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ 3. การส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ให้เข้าถึงตลาด แหล่งทุน องค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และพันธมิตรทางธุรกิจ 4. การบูรณาการและแลกเปลี่ยนข้อมูล ทั้งองค์ความรู้ งานวิจัย สถิติ และแนวโน้มตลาด เพื่อประกอบการวางแผนและพัฒนาโครงการให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม
ด้าน ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการ ทีเส็บ กล่าวว่า ภายใต้แนวคิด “ผสานพลัง MICE x INDUSTRY บทใหม่ของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย” ทีเส็บมุ่งยกระดับบทบาทของไมซ์ให้การจัดงานเป็นกลไกเชื่อมโยงผู้คน ขับเคลื่อนองค์ความรู้ เข้าถึงตลาด และสร้างเครือข่ายธุรกิจ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ตอบสนองภาคธุรกิจทุกขนาด ทั้งด้านการค้า การลงทุน นวัตกรรมและความร่วมมือทางธุรกิจที่เป็นรูปธรรม ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะระหว่างภาคธุรกิจภายในประเทศ แต่จะรวมไปถึงระหว่างภาคธุรกิจไทยกับภาคธุรกิจต่างประเทศด้วย เนื่องจากทีเส็บ มีบทบาทเป็น National Bidder และวางตำแหน่งประเทศไทยเป็น Global Asia’s Trusted Gateway จึงพร้อมที่จะดึงและสนับสนุนงานมูลค่าสูงจากต่างประเทศให้มาเป็นเวทีสำหรับภาคธุรกิจไทยเจรจาร่วมมือกับภาคธุรกิจจากต่างประเทศ
“เมื่อทีเส็บ ในฐานะองค์กรภาครัฐนำบทบาททั้งในระดับประเทศและนานาชาติมาผนวกกับความเชี่ยวชาญด้านไมซ์ให้เป็นพลังของความร่วมมือกับเครือข่ายอุตสาหกรรมของ ส.อ.ท. เราจะสามารถดึงงานและพัฒนางานให้ตอบโจทย์แต่ละอุตสาหกรรมได้ตรงจุดมากขึ้น เกิดประโยชน์ครอบคลุมทั้งภาคธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดย่อมทั่วประเทศ เพราะทีเส็บ มีเมืองไมซ์ 16 เมืองในทุกภูมิภาค และ ส.อ.ท. มีสมาชิกครอบคลุมทั้งประเทศ การประชุม การแสดงสินค้าและนวัตกรรม การจับคู่ธุรกิจ และกิจกรรมรูปแบบใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นจะเป็นแพลตฟอร์มที่สร้างผลลัพธ์ขับเคลื่อนการเติบโตและการกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจและเป็นพลังให้กับเศรษฐกิจไทยและสร้างความมั่นใจให้กับนานาชาติในการเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย” ดร.ศุภวรรณ กล่าว
** กระบองเพชร**
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

