รายงานพิเศษ : ฮือฮาทั้งเมืองอุดรฯ! พบรอยเท้าปริศนาคล้ายไดโนเสาร์ 3 นิ้ว กลางน้ำตกตาดน้อย

เกิดกระแสฮือฮาและสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้คนในโลกโซเชียลเป็นอย่างมาก เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีมีนักท่องเที่ยวตาดีบังเอิญไปพบร่องรอยประทับปริศนาคล้ายรอยเท้าไดโนเสาร์ บริเวณลำธารน้ำตกตาดน้อย ภายในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ–ภูพระบาท อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี

หลังตกเป็นกระแสโด่งดังในโลกออนไลน์ นายวินัย ทองปั้น หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ–ภูพระบาท พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่ ได้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณหน่วยพิทักษ์ภูพระบาท ลำธารน้ำตกตาดน้อย บ้านติ้ว ตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นจุดต้นน้ำลำห้วยใหญ่ โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบร่องรอยลักษณะคล้ายรอยเท้าสัตว์ดึกดำบรรพ์รวมทั้งสิ้น 4 รอย มีความยาววัดจากหัวถึงท้ายประมาณ 32 เซนติเมตร และมีระยะห่างระหว่างรอยแรกกับรอยที่สองประมาณ 80 เซนติเมตร ทั้งนี้ มีข้อสันนิษฐานเบื้องต้นจากลักษณะทางกายภาพว่า อาจเป็นรอยเท้าของไดโนเสาร์กินเนื้อ มีอายุไม่ต่ำกว่า 130 ล้านปี และมีขนาดลำตัวยาวประมาณ 7-8 เมตร แต่อย่างไรก็ตามยังต้องรอให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจพิสูจน์ยืนยันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

นายวินัย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนเคยพบร่องรอยดังกล่าวมาแล้ว แต่ยังไม่สามารถฟันธงหรือยืนยันได้อย่างชัดเจน กระทั่งมีนักท่องเที่ยวถ่ายภาพและนำไปเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์จนเกิดกระแสความสนใจ ทางอุทยานฯ จึงได้สำรวจพื้นที่โดยรอบเพิ่มเติมจนพบรอยลักษณะใกล้เคียงกันรวม 4 รอยดังกล่าว และในขณะนี้ได้ประสานไปยังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมถึงกรมทรัพยากรธรณี เพื่อส่งผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบหลักฐานอย่างละเอียด ทั้งรูปร่าง ขนาด การเรียงตัวของรอย ตลอดจนชั้นหินและข้อมูลทางธรณีวิทยา เพื่อพิจารณาว่าเป็นรอยเท้าไดโนเสาร์จริงหรือไม่ และเกี่ยวโยงกับไดโนเสาร์ชนิดใด ซึ่งหากผลพิสูจน์ยืนยันว่าเป็นของจริง จะช่วยเพิ่มคุณค่าทางประวัติศาสตร์และพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติแห่งใหม่ของจังหวัดอุดรธานีต่อไป
ด้าน นายพิชัย อายุ 32 ปี พนักงานเทศบาลทุ่งฝน ซึ่งเป็นผู้พบรอยเท้าไดโนเสาร์เป็นคนแรกและเจ้าของภาพถ่าย ได้เล่าถึงวินาทีแห่งความบังเอิญและน่าประทับใจนี้ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยตนได้พาเด็กๆ และลูกหลานในครอบครัวเดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อนและเล่นน้ำที่น้ำตกดังกล่าว เนื่องจากช่วงนี้ปริมาณน้ำในลำธารมีค่อนข้างน้อย จึงพาเด็กๆ เดินเลาะตามแนวลำธารเพื่อหาจุดที่เหมาะสมในการเล่นน้ำ ระหว่างที่นั่งรอน้องๆ อยู่นั้น สายตาก็ไปสะดุดเข้ากับร่องรอยประทับแปลกตาบนพื้นหินแข็ง

"แวบแรกที่เห็นก็นึกถึงรอยตีนไดโนเสาร์ทันที เพราะมันมีลักษณะเป็นรอย 3 นิ้วชัดเจน จะว่าเป็นรอยตีนไก่ก็ไม่ใช่เพราะมีขนาดใหญ่มาก พอลองเดินสำรวจรอบๆ เพิ่มเติม ก็พบรอยลักษณะใกล้เคียงกันแต่จางกว่าอยู่อีกหลายจุด" นายพิชัยกล่าว พร้อมระบุว่า ในวันนั้นยังไม่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ทันที เนื่องจากเป็นการมาเที่ยวครั้งแรกและเตรียมตัวจะกลับบ้าน จนกระทั่งรุ่งขึ้นเมื่อเปิดดูรูปในโทรศัพท์ จึงลองนำภาพไปโพสต์ถามความเห็นในโซเชียลเน็ตเวิร์ก โดยไม่คาดคิดเลยว่าจะกลายเป็นข่าวใหญ่โตและได้รับความสนใจจากผู้คนจำนวนมากเช่นนี้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความรู้สึกที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ค้นพบรอยเท้าไดโนเสาร์คนแรกๆ และหากผลพิสูจน์เป็นจริงอยากให้ตั้งชื่อรอยนี้ว่าอย่างไร นายพิชัยกล่าวด้วยความถ่อมตนว่า ตนเองรู้สึกโชคดีและถือเป็นบุญตามากกว่าที่มาเที่ยวครั้งแรกก็พบเจอเลย แต่สำหรับเรื่องการชื่อรอยเท้านั้น หากเป็นไปได้ไม่อยากให้ใช้ชื่อตนเอง เพราะไม่ได้รู้สึกว่าน่าภูมิใจขนาดนั้น แต่อยากให้ใช้ชื่อว่า 'ภูพระบาท' เพื่อให้เป็นความภาคภูมิใจร่วมกันของพี่น้องประชาชนชาวอุดรธานีทุกท่านมากกว่า

“ตื่นเต้นและดีใจมากที่ได้พบร่องรอยประวัติศาสตร์นี้ หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นรอยเท้าไดโนเสาร์จริง ก็อยากให้ใช้ชื่อ 'ภูพระบาท' เป็นอนุสรณ์ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจร่วมกันของคนในท้องถิ่นครับ” นายพิชัย กล่าวทิ้งท้าย
อุดม ปิดตาทานัง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

