ต่างชาติหอบ2.71แสนล้าน ลงทุนไทย9เดือน‘สิงคโปร์’สูงสุด

นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า(DBD) กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า การลงทุนของคนต่างด้าวในช่วง 9 เดือนของปี 2569 (มกราคม-กันยายน) มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในไทย ภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 971 ราย มีเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 271,176 ล้านบาท
โดยแบ่งเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 228 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 743 ราย
ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบช่วง 9 เดือนของปี 2569 กับช่วง 9 เดือนของปี 2568 พบว่า การอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในไทย เพิ่มขึ้น 201 ราย หรือเพิ่มขึ้น 26% โดยช่วง 9 เดือนของปี 2568 มีการอนุญาต 770 ราย และมีมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น 18,060 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 7% ซึ่งช่วง 9 เดือนของปี 2568 มีมูลค่าการลงทุน 253,116 ล้านบาท รวมถึงมีการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวช่วง 9 เดือนของปี 2569 รวม 6,134 คน เพิ่มขึ้น 1,002 คน หรือเพิ่มขึ้น 20% จากช่วง 9 เดือนของปี 2568 ที่มีการจ้างงานคนไทย 5,132 คน
นายกิตติวัฒน์ กล่าวว่า หากพิจารณาในแง่ของจำนวนนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทย พบว่า 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.จีน 183 ราย คิดเป็น 19% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 46,031 ล้านบาท เข้ามาลงทุนในธุรกิจธุรกิจแปรรูปไม้เพื่อทำเครื่องเรือนและเครื่องใช้สอย ,ธุรกิจบริการฝึกอบรม ติดตั้ง บำรุงรักษา และซ่อมแซมเกี่ยวกับเครื่องจักร เครื่องกล ,ธุรกิจบริการเป็นศูนย์กระจายสินค้าด้วยระบบที่ทันสมัย, ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า
2.สหรัฐอเมริกา 160 ราย คิดเป็น 16% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 6,940 ล้านบาท ลงทุนในธุรกิจธุรกิจบริการทางวิศวกรรม, ธุรกิจโฆษณา, ธุรกิจแปรรูปไม้เพื่อทำเครื่องเรือนและเครื่องใช้สอย ,ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ชิ้นส่วนเหล็กหล่อขึ้นรูป ชิ้นส่วนเครื่องเรือน Circuit Breaker เป็นต้น
3.สิงคโปร์ 131 ราย คิดเป็น 13% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 74,452 ล้านบาท ในธุรกิจผลิตไม้วีเนียร์ (Wood Veneer) ,ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค ,ธุรกิจบริการให้ใช้ช่วงสิทธิแฟรนไชส์ (Franchising) เพื่อประกอบธุรกิจจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม, ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า
4.ญี่ปุ่น 131 ราย คิดเป็น 13% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 56,562 ล้านบาท ลงทุนในธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค , ธุรกิจบริการออกแบบทางอิเล็กทรอนิกส์ ,ธุรกิจบริการพัฒนา/ปรับปรุงซอฟต์แวร์ ,ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า
5.ฮ่องกง 89 ราย คิดเป็น 9% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 16,987 ล้านบาท ในธุรกิจบริการขุดเจาะปิโตรเลียม ภายในบริเวณพื้นที่แปลงสำรวจที่ได้รับสัมปทานในอ่าวไทย, ธุรกิจบริการสถานีบริการอัดประจุไฟฟ้า สำหรับยานพาหนะไฟฟ้า, ธุรกิจบริการพัฒนา/ปรับปรุงซอฟต์แวร์ ,ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า
นอกจากนี้ยังพบว่าการลงทุนของต่างชาติที่เข้ามานั้น ส่วนใหญ่มาจากการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สูงถึง 494 ราย คิดเป็น 51% ของจำนวนการอนุญาตทั้งหมด 971 ราย มูลค่าลงทุน 201,352 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นอุตสาหกรรมอนาคต (Future Industries) เช่น เทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัล AI ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเกษตรอาหาร โดยประเภทธุรกิจที่ได้รับอนุญาตผ่านช่องทาง BOI สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1. ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า 2.ธุรกิจบริการที่มีมูลค่าสูง 3. ธุรกิจบริการด้านคอมพิวเตอร์
สำหรับในจังหวัดพื้นที่ EEC ช่วง 9 เดือนของปี 2569 มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุน 302 ราย คิดเป็น 31% ของจำนวนนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้น 80 ราย หรือเพิ่มขึ้น 36% จากช่วง 9 เดือนของปี 2568 ที่มีการลงทุน 222 ราย โดยมีมูลค่าการลงทุน 102,740 ล้านบาท คิดเป็น 38% ของเงินลงทุนทั้งหมด เป็นนักลงทุนจาก จีน 110 ราย ลงทุน 36,775 ล้านบาท ,ญี่ปุ่น 45 ราย ลงทุน 28,283 ล้านบาท, ฮ่องกง 35 ราย ลงทุน 7,319 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 112 ราย ลงทุน 30,363 ล้านบาท
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

