‘หมู’ขยับราคา4บาท ผู้เลี้ยงโอดยอดซื้อต่ำ-ขาดทุน

นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวว่า สมาคมฯได้แจ้งปรับขึ้นราคาแนะนำสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มอีก 4 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) มีผลตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2569 โดยเป็นความพยายามผลักดันราคาให้ผู้เลี้ยงสุกรสามารถขายได้คุ้มต้นทุน ไม่ได้หมายความว่าราคาซื้อขายจริงจะปรับขึ้น 4 บาทเท่ากันทุกราย เนื่องจากราคาขึ้นอยู่กับปริมาณการซื้อขาย พื้นที่ และต้นทุนขนส่ง โดยเฉพาะการขายสุกรล็อตใหญ่ให้ผู้รับซื้อที่นำไปจำหน่ายต่างพื้นที่ อาจต้องหักส่วนต่างประมาณ 4 บาท เช่น ราคาแนะนำ 66 บาท แต่เกษตรกรได้รับจริงเพียง 62 บาทต่อกก.
นายสิทธิพันธ์ กล่าวว่า ปัจจุบันต้นทุนการเลี้ยงสุกรอยู่ที่ 68-72 บาทต่อกก. ขณะที่ราคาขายสุกรล็อตใหญ่บางพื้นที่อยู่ที่ 62 บาทต่อกก. แม้จะปรับดีขึ้นจากก่อนหน้านี้ที่ผู้รับซื้อบางรายรับซื้อเพียง 56-58 บาทต่อกก. แต่ยังไม่ครอบคลุมต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยที่ต้องแบกรับภาระต้นทุนอย่างต่อเนื่อง และแม้จะผ่านเทศกาลกินเจแล้ว แต่กำลังซื้อยังอยู่ระดับต่ำ ขณะที่ผู้เลี้ยงสุกรยังเผชิญแรงกดดันจากผู้รับซื้อและการแข่งขันในตลาด ซึ่งมีช่องทางจำหน่ายเนื้อสุกรผ่านร้านค้าและช็อปต่างๆมากขึ้น ส่งผลให้ผู้เลี้ยงสุกรบางรายขาดทุนต่อเนื่อง แม้บางช่วงจะขายได้กำไร แต่ยังไม่เพียงพอชดเชยผลขาดทุนที่ผ่านมา
นายสิทธิพันธ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ยังปรับสูงขึ้น โดยรายงานภาวะสินค้าเกษตรประจำสัปดาห์ระหว่างวันที่ 12-16 ตุลาคม 2569 พบว่า ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ความชื้น 14.5% หน้าโรงงานอาหารสัตว์ปรับขึ้น 40 สตางค์ เป็น 10.20 บาทต่อกก. ส่วนกากถั่วเหลืองจากเมล็ดนำเข้าปรับขึ้น 15 สตางค์ เป็น 18.85 บาทต่อกก. เพิ่มภาระต้นทุนให้แก่ผู้เลี้ยงสุกร
“ภาครัฐควรให้ความสำคัญกับการดูแลราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ ควบคู่กับการติดตามราคาสุกร เนื่องจากต้นทุนอาหารสัตว์เป็นภาระสำคัญของผู้เลี้ยง โดยสมาคมฯยังพยายามผลักดันให้ราคาที่เกษตรกรได้รับสะท้อนต้นทุนการผลิตมากขึ้น ท่ามกลางภาวะตลาดที่กำลังซื้อยังอ่อนแอ” นายสิทธิพันธ์ กล่าว
ขณะที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ระบุก่อนหน้านี้ว่า สถานการณ์น้ำท่วมส่งผลกระทบต่อสุกร 9,000 ตัว แต่เมื่อเทียบกับปริมาณสุกรที่เข้าสู่ตลาดตามปกติเกือบ 2 ล้านตัวต่อเดือน หรือเฉลี่ย 63,000 ตัวต่อวัน ถือเป็นสัดส่วนที่ไม่มากนัก จึงยังไม่กระทบต่อปริมาณสุกรในตลาดโดยรวม และยังมีเพียงพอต่อความต้องการบริโภค
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

