ทีทีบี กำไร 9 เดือน 1.6หมื่นล. NPLเหลือ2.88%-คงตั้งสำรองเพิ่ม

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ทีทีบี เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 3/2569 ธนาคารมีกำไรสุทธิ 5,457 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 แต่ลดลง 1.0% จากไตรมาส 2/2569 ส่งผลให้กำไรสุทธิงวด 9 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 16,139 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.8% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยธนาคารยังคงมุ่งเน้นการเติบโตสินเชื่ออย่างรอบคอบ ควบคู่กับการบริหารต้นทุนทางการเงินและควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีวินัย
ด้านคุณภาพสินทรัพย์ควบคุมได้ดี อัตราส่วนหนี้เสีย (NPL) ลดลงมาอยู่ที่ 2.88% แต่เพื่อความรอบคอบจึงยังคงตั้งสำรองเพิ่มเติม แม้ประเมินว่าผลกระทบจากอุทกภัยครั้งล่าสุดจะอยู่ในระดับจำกัด ส่งผลให้อัตราส่วนสำรองต่อหนี้เสีย (Coverage Ratio) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 159% พร้อมเดินหน้าช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบผ่านโครงการ “ตั้งหลัก”
ทั้งนี้สินเชื่อ ณ สิ้นไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 1,187 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.3% จากไตรมาส 2/2569 หนุนโดยสินเชื่อกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ สินเชื่อบ้านแลกเงิน, สินเชื่อรถแลกเงิน แบบไม่โอนเล่ม, สินเชื่อส่วนบุคคล และบัตรเครดิต ด้านสินเชื่อรถจักรยานยนต์ภายใต้บริษัท ttb leasing บริษัทในกลุ่มทีทีบี ซึ่งเติบโตได้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน อย่างไรก็ดีภาพรวมสินเชื่อยังคงชะลอลง 1.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2568 ซึ่งสะท้อนแนวทางการเติบโตสินเชื่ออย่างรอบคอบภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงเติบโตในอัตราต่ำและมีความไม่แน่นอนสูง
ด้านเงินฝากอยู่ที่ 1,282 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% จากไตรมาส 2/2569 และ 1.0% จากสิ้นปี 2568 หนุนโดยการเพิ่มขึ้นของเงินฝากเพื่อการออม นำโดยเงินฝากดิจิทัล ttb ME save และเงินฝากไม่ประจำ ttb no fixed รวมทั้งกลุ่มเงินฝากกระแสรายวันและออมทรัพย์ (CASA) ขณะที่เงินฝากประจำลดลงตามการครบกำหนด เป็นไปตามกลยุทธ์การบริหารต้นทุนเงินฝากและสภาพคล่องของธนาคาร
สำหรับรายได้จากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 16,786 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2569 ลดลง 3.2% สาเหตุหลักจากการลดลงของกำไรที่เกี่ยวกับการลงทุนและเงินปันผล ด้านรายได้ค่าธรรมเนียมหลักแม้ลดลงแต่ถือว่ายังอยู่ในระดับที่ดี ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป หนุนโดยการควบคุมต้นทุนทางการเงินและการเติบโตสินเชื่อกลุ่มเป้าหมาย ในภาพรวมรายได้จากการดำเนินงานรอบ 9 เดือนแรกปี 2569 ยังคงเพิ่มขึ้น 3.3% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 มาอยู่ที่ 50,862 ล้านบาท เนื่องจากได้แรงหนุนจากผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก โดยเฉพาะรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย
ส่วนไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 ธนาคารยังคงมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบและรักษาแนวโน้มผลการดำเนินงานผ่านการบริหารเชิงรุกในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างรายได้ การควบคุมต้นทุน และการบริหารความเสี่ยง รวมถึงบริหารการใช้เงินทุนและโครงการซื้อหุ้นคืนซึ่งยังคงเหลือวงเงินอีก 14,000 ล้านบาท อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

