กทม.เตรียมส่ง SMSนัดตรวจบ้าน ย้ำไม่แนบลิงก์กันมิจหลอก

“ทวิดา” แจงยิบปมเงินเยียวยาน้ำท่วม กทม.ช้ากว่าจังหวัดอื่น เร่งส่งนายช่างปูพรมสำรวจบ้าน ย้ำ SMS นัดตรวจ 'ไม่มีแนบลิงก์' กันมิจฉาชีพ
วันที่ 21 ต.ค.69 ที่หน้าห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนาศาลาว่าการกทม. ดินแดง น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับการลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาทั้งจากแอปฯทางรัฐและเว็บไซต์ Claim Bangkok อีกทั้งการจัดเขตบัดดี้เตรียมปูพรมสำรวจความเสียหายบ้านผู้ประสบภัย ว่า ขณะนี้ กทม. ประกาศสิ้นสุดพื้นที่ประสบอุทกภัย เพิ่มเติม 6 เขต คงเหลือประสบอุทกภัย 2 เขต ได้แก่ ลาดกระบังและหนองจอก เพราะบางเส้นทางยังมีน้ำอยู่ 10-15 ซม. และมีการระบายน้ำค่อนข้างช้าเนื่องจากเป็นที่ลุ่มต่ำ และมีการระบายน้ำจากปริมณฑลเพิ่มเติม ซึ่งการประกาศสิ้นสุดสาธารณภัยไม่เกี่ยวข้องกับการให้การช่วยเหลือเยียวยา โดย กทม.ได้ขยายเวลาในการยื่นเอกสารเยียวยาไปถึง 30 พ.ย.69
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูล ณ วันที่ 20 ต.ค.69 มีคนลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่นทางรัฐ ประมาณ 1.06 ล้านครัวเรือน มียอดอนุมัติโดยสำนักงานเขต 408,427 ครัวเรือน ได้รับเงินชดเชยแล้วประมาณ 248,643 ครัวเรือน(ข้อมูล ณ วันที่ 17 ต.ค.69) ซึ่งอนุมัติไปได้แล้ว 40% ของคนที่ยื่นขอเยียวยามา
ส่วนในเว็บไซต์ Claim Bangkok มีจำนวนผู้ลงทะเบียน 134,752 คำร้อง โดยช่องทางนี้ต้องแนบภาพและระบุหลักฐานชัดเจนผ่านทางออนไลน์ได้ ครอบคลุมทั้งค่าดำรงชีพ ค่าซ่อมบ้าน ค่าเครื่องมือ-ทุนประกอบอาชีพ ค่าที่พักชั่วคราว และค่ารักษาพยาบาล
น.ส.ทวิดา กล่าวยอมรับว่า หากเปรียบเทียบกับจังหวัดอื่น กทม.ยังโอนเงินช่วยเหลือเยียวยาช้าอยู่ ซึ่งด้วยความที่มีคำร้องจำนวนมากกว่า 1ล้านคำร้องจึงอาจติดขัด โดยในแอปฯ ทางรัฐ จะใช้วิธีตรวจสอบ 3 เกณฑ์ในเบื้องต้น 1.สถานะสีเขียวต้องอยู่ใน 118 แขวงใน 38 เขตที่ประสบสาธารณภัย /มีบ้านเลขที่ต้องอยู่ในแขวงที่ประสบสาธารณภัย /ต้องเป็นผู้ที่เคยขอเงินช่วยเหลือในอดีตมาแล้วหนึ่งครั้งกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ถึงจะอยู่ในสถานะสีเขียว อย่างไรก็ตามในแอปฯ ทางรัฐ ไม่มีให้แนบรูปและเอกสาร จึงทำให้ติดขัดและล่าช้า แม้จะอยู่ในสถานะสีเขียว
2.สถานะสีเหลือง คิดเป็น 60% ของคำร้อง จะต้องยืนยันสิทธิ์รับความช่วยเหลือ ส่วนใหญ่มีหลักฐานความเสียหายไม่ชัด บ้านไม่มีเลขที่ ข้อมูลไม่ตรง และต้องขอเอกสารเพิ่มเติม หรือลงพื้นที่ตรวจสอบรายกรณี ยกตัวอย่าง การที่บ้านเช่าที่เซ็นเอกสารมาเป็นปึก ๆ โดยไม่ได้แนบสำเนาของเจ้าของบ้าน ซึ่งขณะนี้มีการอุทธรณ์ในหลายกรณี และ 3.สถานะสีแดง คือไม่เข้าเงื่อนไขรับเยียวยาตั้งแต่ต้น จึงได้มีการยื่นอุทธรณ์มาที่กทม. อย่างไรก็ตามกรณีที่มีการแก้ไข หรือว่าต้องเรียกคืนเงิน เจ้าหน้าที่ต้องทำด้วยความรอบคอบ
รอกจากนี้ น.ส.ทวิดา กล่าวถึงการเตรียมระบบตรวจความเสียหายจากเว็บไซต์ Claim Bangkok ว่า ขณะนี้ กทม.ได้กำหนดแผนเพิ่มกำลัง จัดส่งนายช่างจากส่วนกลางและเขตบัดดี้ เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายและประเมินมูลค่า ตามคำร้องประชาชน 500 คน โดยจะมีการนัดหมายกับประชาชนผู้ประสบภัยเพื่อลงสำรวจความเสียหายผ่าน SMS พร้อมกับดึงวิศวกรจากสำนักในสังกัดกทม. ลงในเขตที่ต้องปูพรมให้ความช่วยเหลือและประเมินความเสียหาย ซึ่งคล้ายคลึงกับตอนแผ่นดินไหวเมื่อปีที่แล้ว ที่มีการจัดทำแบบประเมินกลาง เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลยพินิจของตนเอง โดยจะให้คณะกรรมการเขตประชุมเป็นรายสัปดาห์ เพื่อส่งกรณีความเสียหายให้เข้าสู่ระบบเยียวยาได้
ส่วนของเรื่องระบบ SMS รองผู้ว่าฯ ทวิดากล่าวว่า " สำหรับการแจ้งนัดนั้นจะมีนัดผ่านทางประธานชุมชน และจัดส่ง SMS ให้บ้านเรือนประชาชน จะแจ้งว่า สำนักงานเขตจะลงไปสำรวจประมาณวันที่เท่าไหร่ จะเป็นการทำนัดล่วงหน้า และจะให้มีวันสำรองที่ประชาชนสามารถเช็คได้ สำหรับข้อกังวลเรื่องของ SMS ที่ส่งนั้นจะมีปัญหาเรื่องลิงก์ต่างๆนั้น ยืนยันว่ากทม.จะไม่ส่งลิงก์ใดๆในSMS โดยหลักการจะไม่ส่งลิงก์อะไร จะใส่ข้อมูลว่าถ้าสงสัยอะไรให้เข้ามาที่เว็บไซต์ทางการของกรุงเทพมหานคร ส่วนหัวข้อที่ส่งจะเป็นเรื่องของการที่ทีมช่างทีมตรวจประเมินของกทม.ทำนัดหมายลงไป เพื่อตรวจประเมินความเสียหาย รวมถึงเจ้าหน้าที่ไปจะต้องมีบัตรและต้องแจ้งว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของกทม.ที่ลงไปตามข้อความนัดหมาย ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำข้อความที่ชัดเจนเมื่อจะเริ่มส่งจะประชาสัมพันธ์ตัวอย่างข้อความและวันนัดให้ทราบอีกครั้งจะได้ไม่ต้องกังวล "
ขณะที่วงเงินงบประมาณที่ใช้ในการช่วยเหลืออุทกภัยกรุงเทพมหานครนั้น น.ส. ทวิดา กล่าวว่า เนื่องจากเกิดเหตุในช่วงปลายเดือน ก.ย.69 ซึ่งเป็นช่วงปิดงบประมาณประจำปี ปกติทุกหน่วยจะต้องส่งเงินกลับคืนเข้าระบบ หากเก็บไว้จะผิดวินัย ดังนั้นในช่วงรอยต่อเดือนก.ย.-ต.ค.69 ที่งบปี 70 ยังไม่มา จึงได้มีการใช้งบกลางในการดูแลผู้ประสบภัย ทั้งค่าอาหารดูแลผู้ประสบภัย ค่าถุงยังชีพ ค่าวัสดุป้องกันน้ำท่วม ตั้งแต่วันที่ 25 -30 ก.ย.69 พอเริ่มวันที่ 1ต.ค.ก็ได้ใช้งบปี70 ทั้งนี้ งบปี69 ใช้ไปจำนวน 129,753,200 บาท งบปี70 ใช้ไปแล้ว 171,301,600 บาท
ผู้สื่อข่าวถามกรณีหลังจากที่กทม.ลงไปสำรวจความเสียหายและนำข้อมูลให้คณะกรรมการประจำเขตประชุมก่อนส่งเรื่องให้ปภ.พิจารณาอนุมัติจ่ายเงินช่วยเหลือรวมระยะเวลานานเท่าไหร่ประชาชนถึงจะได้รับการโอนเงิน น.ส.ทวิดา กล่าวว่า ลำดับขั้นตอนที่เตรียมไว้นั้น ใน1สัปดาห์ เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่สำรวจประมาณ 4-5 วัน และประชุมในวันจันทร์ เมื่อเซ็นรับรองเรียบร้อยนำส่งให้กับปภ. หากเป็นไปตามขั้นตอนนี้ 2 สัปดาห์แรกจะสามารถทยอยโอนให้ประชาชนได้
"อาจจะไม่ได้เงินเร็วเนื่องจากเราต้องใช้ตามกฏหมายและเราทำตามระเบียบ กทม.วางแผนร่วมกับปภ.มาตั้งแต่ต้น รวมถึงแบบประเมินโดยนายช่างที่ลงไปสำรวจ ปภ.ก็เห็นชอบด้วยแล้ว"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

