ยธ.กลั่นกรองคำร้องสาวปริศนา ฟัน ไอติม-สมชัย-ปริญญา พร้อมพวก ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง รอ ปลัดยุติธรรม ตรวจสอบ เข้าข่าย พรบ.คดีพิเศษ หรือ กม.เลือกตั้ง

21 ตุลาคม 2569 แหล่งข่าวภายในกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เปิดเผยว่า กรณีวานนี้ (20 ต.ค.) มีผู้ร้องขอให้ปลัดกระทรวงยุติธรรม ส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตรวจสอบบุคคล 8 ราย ประกอบด้วย นายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ ดร.เรือบิน ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม , นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ ผู้บริหารบริษัทโดมคลาวด์ , นายชัยพนธ์ ชวาลวณิชชัย หรือ ครูชัย , นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง , นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน , นายทรงพล เรืองสมุทร หัวหน้าช่างภาพสำนักข่าว Spacebar , รศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น จากกรณีถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง สส.ในการเลือกตั้งใหม่ หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 เขตคันนายาว กรุงเทพฯ รวมถึงตรวจสอบบาร์โค้ดและ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง นั้น ว่า ขณะนี้หนังสือร้องเรียนยังอยู่ระหว่างการกลั่นกรองของหัวหน้าศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม ก่อนเสนอหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี และปลัดกระทรวงยุติธรรม พิจารณาตามลำดับ
สำหรับคำร้องกล่าวอ้างว่า บุคคลทั้ง 8 ราย มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการถ่ายภาพต้นขั้วบัตรและตรวจสอบรหัสบนบัตรเลือกตั้ง โดยผู้ร้องตั้งข้อสงสัยว่า อาจเชื่อมโยงข้อมูลไปถึงผู้ใช้สิทธิและบุคคลที่ได้รับคะแนนเสียง พร้อมขอให้ตรวจสอบว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดทางอาญาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาทั้งหมดยังต้องผ่านการตรวจสอบข้อเท็จจริงและองค์ประกอบตามกฎหมาย
แหล่งข่าวระบุว่า ประเด็นสำคัญอยู่ที่การพิจารณาว่าคำร้องเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ หรือเกี่ยวข้องกับกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งอาจต้องส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ขณะที่ผู้ร้องยืนยันว่ามีตัวตนจริง แต่ไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อ และอ้างว่าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากการใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งดังกล่าว โดยไม่ใช่เจ้าหน้าที่ กกต.
แหล่งข่าวยังระบุว่า กรณีนี้เชื่อมโยงกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการใช้บาร์โค้ด และ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งศาลวินิจฉัยว่าไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 50 มาตรา 83 วรรคสอง และมาตรา 85 วรรคหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การพิจารณาว่าพฤติการณ์ของบุคคลทั้ง 8 ราย เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหรือมีเจตนาอย่างไร ต้องอาศัยข้อเท็จจริงและกระบวนการตรวจสอบที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ กระทรวงยุติธรรม และ DSI มีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน และให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย โดยหากรับเรื่องไว้ตรวจสอบ พนักงานสอบสวนจะต้องพิจารณาว่าการกระทำเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายใด ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนและส่งสำนวนให้พนักงานอัยการพิจารณาตามลำดับ ส่วนผู้ถูกร้องมีสิทธิชี้แจงข้อเท็จจริงและเจตนาของตนเอง ขณะที่หากภายหลังพบว่ามีการแจ้งความหรือร้องเรียนอันเป็นเท็จ ผู้เสียหายก็สามารถใช้สิทธิดำเนินการตามกฎหมายได้เช่นกัน (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : งานเข้า! ยธ.รับเรื่องแล้ว จ่อส่ง DSI เชือด ไอติม-สมชัย-ปริญญา พร้อมพวก ปมบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

