18 ต.ค.วันเดียวกันเป๊ะ! นักเขียนชื่อดังเปรียบม็อบฝรั่งเศสเผาเมืองปล้น ย้อนศรเหตุการณ์บุกปล้นพระราชวังจีนเมื่อ 166 ปีก่อน

วันที่ 22 ตุลาคม 2569 นายปฏิพล อภิญญาณกุล นักเขียนชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Padipon Apinyankul ระบุว่า เวรของกรรม ที่ย้อนกลับมาเกิดขึ้นกับชาติบ้านเมืองตนเอง
ไม่น่าเชื่อ ! การเผาและปล้นของคนฝรั่งเศส จะบังเอิญเป็นวันและเดือนเดียวกัน ที่ฝรั่งเศสเคยยกกองทัพไป "ปล้นสมบัติชาวจีน"
18 ต.ค. 2026 .. ม็อบฝรั่งเศสบุกเผาเมืองและปล้น
ในวันนี้เพียงแต่ย้อนหลังไปเมื่อ 166 ปีก่อน คือ 18 ต.ค. 1860 ทหารฝรั่งเศสและทหารอังกฤษได้บุกเข้าแผ่นดินจีน เข้าปล้นกวาดเอาทรัพย์สินที่อยู่ใน "พระราชวังหยวนหมิงหยวน" ก่อนจะเผาทำลายไม่ให้ปรากฏหลักฐาน ไม่น่าเชื่อวันเวลาจะตรงกัน อดีตที่เคยปล้นเผาเป็นอย่างไร ปัจจุบันก็เป็นอย่างนั้น ยิ่งได้ฟัง ปธน.มาครง ออกมาพูดว่า "คนฝรั่งเศส ทำแบบนี้กับประเทศตัวเองได้อย่างไร ?" - - ฟังแล้วสังเวชใจนัก
ด้วยสื่อความหมายว่า คนฝรั่งเศสเผาและปล้นคนประเทศอื่นได้ แต่ไม่ควรทำกับประเทศตัวเอง - - นี้คือ #นิสัยทางประวัติศาสตร์ เจ้าอาณานิคมในสมัยก่อน อันร่ำรวยอยู่ทุกวันนี้ก็มาจากการล่าและกวาดเอาทรัพยสินและทรัพยากรจากที่อื่น ๆ มาสร้างตัว
มาว่าด้วยประวัติย่อ ๆ ของพระราชวังหยวนหมิงหยวนกันก่อน พระราชวังหยวนหมิงหยวน สร้างในสมัยราชวงศ์ชิง เริ่มสร้างในยุค คังซีฮ่องเต้ (ค.ศ. 1707)
[ พระราชวังปักกิ่ง หรือพระราชวังกู้กง สร้างขึ้นก่อนในปี ค.ศ. 1406 ยุคสมัยราชวงศ์หมิง ]
พระราชวังปักกิ่ง หรือพระราชวังกู้กง ที่ถูกเรียกว่าพระราชวังต้องห้าม คือสถานที่ศูนย์กลางของอำนาจ การบริหารราชการแผ่นดิน เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมแย่งชิงของขุนนางและนางสนม
พอถึงสมัยจักรพรรดิคังซีแห่งราชวงศ์ชิง จึงเริ่มต้นก่อสร้างที่ดินผืนหนึ่งให้กับโอรสองค์ที่ 4 (ต่อมาคือ จักรพรรดิหย่งเจิ้น) โดยตั้งชื่อว่า พระราชวงศ์หยวนหมิงหยวน แปลว่า ความสมบูรณ์และความสว่างไสว เพื่อใช้เป็นสถานที่ปลีกเร้นการแย่งชิง การก่อสร้างสถาปัตยกรรมเริ่มแรกเป็นแบบจีนดั้งเดิม คือมีอาคารไม้ มีศาลาริมน้ำ มตำหนักไม้ มีการจัดวางหินจำลองของสายน้ำและสวน พอถึงยุคสมัย จักรพรรดิเฉียนหลง พวกมิชชั่นนารีของฝรั่งเข้ามา จึงได้มีการจ้างให้เข้ามาตกแต่ง เป็นเหตุให้เกิดสถาปัตยกรรมตะวันตกผสมขึ้น ตำหนักถูกสร้างในสไตร์บาโรก มีเสาหินโค้ง มีประติมากรรมปั้น มีระบบน้ำพุ เข้ามาผสมผสาน นั้นคือเรื่องราวย่อ ๆ พอประดับความรู้ . เอาละ ทีนี้มาดูเหตุที่ต้องบุกเผาและปล้น
ในยุคสมัยล่าอาณานิคม แผ่นดินจีนคือเป้าหมายหลักที่ชาติตะวันตกต้องเอาให้ได้ อังกฤษเข้ามาทำการค้ากับจีนแล้วขาดทุน สินค้าใบชา ผ้าไหม สิ่งของต่าง ๆ ของจีน ถูกใจตลาดในยุโรป จีนค้าขายเก่งมาตั้งแต่อดีตไม่ใช่แค่ในปัจจุบัน แต่อังกฤษไม่เคยขาดทุนประเทศไหนมาก่อน จึงเริ่มใช้ "ฝิ่น" บุกตลาดจีน .. เริ่มจากแจกฟรีประชาชน ให้ทดลอง ราคาถูก เมื่อคนจีนติดฝิ่นเยอะ เลยวางแผนจะทำเป็นการค้าผูกขาดในตลาดจีน แต่รัฐบาลจีนไม่ยอมรับให้ฝิ่นกลายเป็นสินค้าในประเทศ มีการห้ามปราบจนถึงปราบปราม .. เท่ากับไปสกัดรายได้หลักของอังกฤษ ฝิ่นนับว่าเป็น "ทองคำสีดำ" ของอังกฤษ อังกฤษจึงหาเหตุบุกจีน .. ซึ่งเขาเรียกเหตุการณ์นี้ว่า สงครามฝิ่น สงครามฝิ่นในจีนมี 2 ครั้ง .. สงครามครั้งแรกจีนยอมแพ้แล้ว และยอมเซ็นสัญญาที่เสียเปรียบให้
เมื่ออังกฤษได้เซ็นสัญญากับจีน ชาติตะวันตกอื่น ๆ ก็เอาด้วย ใช้รูปแบบข้อได้เปรียบจากอังกฤษมาเป็นต้นฉบับบังคับให้จีนเซ็นกับชาติตนเอง เช่น ฝรั่งเศส แต่ต่อมาอังกฤษเห็นว่า สัญญาที่เซ็นครั้งนั้นยังไม่กอบโกยพอ จึงพยายามจะให้จีนแก้ไขเพิ่มเติมใหม่ แต่จีนกลับไม่ยอม ยึกยักสงครามฝิ่นครั้งที่ 2 จึงเกิดขึ้น .. อังกฤษจูงมือฝรั่งเศสบุกแผ่นดินจีนทันที
ปลายกันยายน ค.ศ. 1860 - ทัพอังกฤษและฝรั่งเศส บุกโจมตีทางเหนือจนประชิดกรุงปักกิ่ง . ทหารจีนกว่าครึ่งติดฝิ่น อีกกว่าครึ่งใช้แต่ธนูและดาบ เจออาวุธปืนฝรั่งจึงพบกับความพ่ายแพ้
จักรพรรดิเสียนเฟิง พร้อมด้วยพระมเหสี (พระนางซูอัน) และพระสนมลี่เฟย (ต่อมาเป็นซูสีไทเฮา) ต้องหนีจากกรุงปักกิ่ง ไปพักยังมณฑลเจ๋อเหอในแถบแมนจูเรีย
หลังจากนั้นกองทัพอังกฤษและฝรั่งเศสก็เข้ายึดกรุงปักกิ่ง แต่ในพระราชวังปักกิ่งมีทหารจีนหนาแน่น ป้องกันเข้มแข็ง จึงเลี้ยวไปยังพระราชวังหยวนหมิงหยวน ที่อยู่ห่างกันแค่ 22-23 กม.
พระราชวังหยวนหมิงหยวนกว้างใหญ่มาก ใหญ่กว่าพระราชวังปักกิ่งถึง 5 เท่า . เป็นสถานที่พักผ่อนส่วนตัวในช่วงฤดูร้อนของฮ่องเต้ (จึงถูกเรียกเป็นพระราชวังฤดูร้อน) .. ที่สำคัญยังเป็นสถานที่เก็บสมบัติอันล้ำค่าของราชวงศ์
ทหารอังกฤษและฝรั่งเศส บุกเข้าปล้นชิงทรัพย์สินทุกชนิดที่อยู่ภายในพระราชวัง . กวาดทุกอย่างใส่ถุง ใส่ถัง ใส่รถ บุกเข้าพระราชวังหยวนหมิงหยวนตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม . ปล้นกวาดเอาทรัพย์ต่าง ๆ อยู่หลายวัน . ก่อนที่จะจุดไฟเผาในวันที่ 18 ตุลาคม ค.ศ. 1860 ไฟไหม้ทั้งพระราชวัง 3-4 วัน . อะไรที่เป็นสถาปัตยกรรมไม้ ก็ไม่เหลือ เหลือเพียงสถาปัตยกรรมที่สร้างจากอิฐปูน ได้กลายเป็นซากในปัจจุบัน จักรพรรดิเสียนเฟิง ทรงทราบข่าวจึงเสียใจอย่างหนัก พระราชวังนี้คือสถานที่ประสูติของพระองค์ ความตรมตรอมใจทำให้พระองค์ติดเหล้า ประชวรและติดฝิ่น
สุดท้ายจักรพรรดิเสียนเฟิงก็เสด็จสวรรคตในปีถัดไป สิ้นลมหายใจอยู่ ณ. สถานที่ลี้ภัยแห่งนั้น โดยไม่ได้กลับมากรุงปักกิ่งอีกเลย
รู้ไหม ! ทรัพย์สินล้ำค่าของพระราชวังหยวนหมิงหยวนไปอยู่ไหน ?
ส่วนหนึ่งอยู่ในพระราชวังฟงแตนโบล ของฝรั่งเศส ที่มีมุมหนึ่งแยกออกเป็น พิพิธภัณฑ์จีน ใช่ อ่านไม่ผิด . ในพระราชวังฟงแตนโบลที่ยิ่งใหญ่ของฝรั่งเศส มีพิพิธภัณฑ์จีน ด้วยเหล่านายพลต่างนำมาถวายให้แด่ จักรพรรดินีเออเฌนี จากพระราชวังจีน ไปอยู่ที่พระราชวังฝรั่งเศส - น่าขัน ! พวกฝรั่งยังกล้าเล่าที่มาที่ไปอย่างภูมิใจได้อย่างไร อีกส่วนหนึ่งไปอยู่ที่หอสมุดแห่งชาติฝรั่งเศส .. อีกส่วนหนึ่งถูกนำไปประมูลในงานศิลปะของล้ำค่าในฝรั่งเศส ทำไมไม่มีใครตั้งข้อสงสัยบ้าง ทำไมฝรั่งเศสและอังกฤษ ถึงเป็นประเทศที่ "ชอบจัดงานการประมูลศิลปะหรือสมบัติล้ำค่าหายาก" พวกเขาเอาของโบราณล้ำค่ามาจากไหน ได้มาด้วยความชอบธรรมหรือไม่ กลับไม่มีใครตั้งคำถามกัน
166 ปีก่อน . ฝรั่งเศสบุกเข้าปล้นและเผาพระราชวังของจีน ได้รูปปั้นหัวนักษัตรสำริด เครื่องหยกตราประทับจักรพรรดิคังซี คทาหยก ภาพล้ำค่า ฯลฯ
18 ตุลาคม ปีนี้ . คนฝรั่งเข้าปล้นและเผาเมือง ได้ Rolex , Hermes , Louis Vuitton , Chanel
● เครื่องล้ำค่าโบราณของจีนที่ปล้นไป ตั้งประดับอยู่ในพระราชวัง คฤหาสน์ ของชนชั้นสูงและมีอำนาจ
● ส่วนสินค้าราคาแพง Rolex Chanel ที่ประชาชนฝรั่งเศสปล้นร้านในปารีส กลับประดับอยู่บนข้อมือและร่างกาย
ก็อย่างที่ ปธน.มาครง ได้ออกมาพูดว่า
"คนฝรั่งเศส ทำแบบนี้กับประเทศตนเองได้อย่างไร" .. (ควรต้องทำกับประเทศอื่นเท่านั้น)
○ ประวัติศาสตร์บ่งบอกพฤติกรรม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

