น้ำมันตลาดโลกพุ่ง เหตุ 'กลุ่มฮูตี' ถล่มซาอุฯหนัก ซ้ำสหรัฐฯ สั่งถอน 'นักการทูต' ออกจากประเทศ

22 ตุลาคม 2569 สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นในวันพฤหัสบดี เนื่องจากการโจมตีเพิ่มเติมโดย 'กลุ่มฮูตี' ในซาอุดีอาระเบีย ทำให้สหรัฐฯ สั่งให้เจ้าหน้าที่ทางการทูตและสมาชิกในครอบครัวบางส่วนออกจากสถานทูตและสถานกงสุลในซาอุดีอาระเบีย
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวสูงขึ้น 1.29 ดอลลาร์ หรือ 1.2% มาอยู่ที่ 110.11 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียท (WTI) ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 97 เซนต์ หรือ 1% สู่ระดับ 98.12 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยราคาน้ำมันเบรนต์แทบไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อวันพุธ (21 ต.ค.)
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ มีแผนที่จะถอนสมาชิกครอบครัวออกจากสถานทูตและสถานทูตสหรัฐฯ ในซาอุดีอาระเบียนี้อีกหลายแห่ง
คำสั่งดังกล่าวครอบคลุมเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐที่ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจฉุกเฉินและสมาชิกครอบครัวในซาอุดีอาระเบีย
ท่ามกลางการโจมตีของกลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน โดยพุ่งเป้าไปยังพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ
ขณะที่แหล่งข่าวเปิดเผยเพิ่มเติม ว่าสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลสหรัฐ ณ ประเทศแห่งอื่นในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย อาจมีคำสั่งให้นักการทูตบางส่วนเดินทางออกพร้อมครอบครัวเช่นกัน อย่างไรก็ตาม
นายทอมมี พิกอตต์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยังไม่ได้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงมาตรการในประเทศอื่นนอกเหนือจากซาอุดีอาระเบีย
หลังจากที่ 'กลุ่มฮูตี' ในเยเมนได้โจมตีเป้าหมายหลายแห่ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย และบาดเจ็บอีก 8 รายที่สนามบินพลเรือนแห่งหนึ่งในเมืองดัมมัม นอกจากนี้ ยังมีการโจมตีด้วยโดรนที่แหล่งน้ำมันแห่งหนึ่งในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย
ก่อนหน้านี้ นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน กล่าวกับไฟแนนเชียลไทมส์ว่า อิหร่านพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะปกป้องตนเอง และ ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเกียน กล่าวกับสื่อของรัฐว่า สหรัฐฯ ไม่สามารถคาดหวังการเจรจาได้ในขณะที่ปิดล้อมและข่มขู่อิหร่าน

ข้อมูลจาก Kpler แสดงให้เห็นว่าในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมามีการโจมตีเรือขนส่งสินค้าอย่างน้อย 18 ครั้ง ขณะที่นักวิเคราะห์จาก LSEG เตือนว่าอิหร่านกำลังกำหนดเป้าหมายไปที่เรือบรรทุกน้ำมันที่อยู่ไกลออกไปจากช่องแคบฮอร์มุซ ไปถึงอ่าวโอมาน และเป็นอันตรายต่อการขนส่งน้ำมันดิบในอ่าวเปอร์เซียและการถ่ายโอนน้ำมันระหว่างเรือที่สนับสนุนการขนส่งในภูมิภาค
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้ให้การต้อนรับ นายสตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เพื่อหารือเกี่ยวกับการยุติสงครามในยูเครน ท่ามกลางความพยายามล่าสุดของ 'สหรัฐ' ที่จะหยุดยั้งความขัดแย้งที่นองเลือดที่สุดในยุโรปนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2
ทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า ปูตินตกลงที่จะกลับมาเจรจาสันติภาพกับยูเครนอีกครั้ง โดยมีสหรัฐฯ เป็นผู้ไกล่เกลี่ย ในเดือนหน้า ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีของยูเครนกล่าวว่า เขาให้การสนับสนุน การเจรจาและหวังว่าการเจรจาจะเริ่มต้นโดยเร็วที่สุด
สำนักงานข้อมูลพลังงานแห่งสหรัฐอเมริกา (EIA) รายงานเมื่อวันพุธว่า ปริมาณสำรองน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ลดลง 3.06 ล้านบาร์เรล เหลือ 412.5 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ในแบบสำรวจของรอยเตอร์ว่าจะลดลง 820,000 บาร์เรล แสดงให้เห็นว่า ปริมาณสำรองน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงดีเซลและน้ำมันทำความร้อน เพิ่มขึ้น 1.68 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์นี้ เป็น 104.3 ล้านบาร์เรล ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะลดลง 1.16 ล้านบาร์เรล
กระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ แถลงเมื่อวันพุธว่า รัฐบาลทรัมป์เสนอให้กู้ยืมน้ำมันสำรองฉุกเฉินสำหรับทำความร้อนของสหรัฐฯ มากถึงเกือบหนึ่งในสามของปริมาณ 1 ล้านบาร์เรล โดยมีเป้าหมายเพื่อควบคุมราคาที่พุ่งสูงขึ้นเนื่องจากภาวะขาดแคลนน้ำมันดีเซลจากสงครามในอิหร่านและยูเครน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

