มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ฯ จัดพิธีมอบรางวัล ‘หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก’

มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จัดพิธีมอบรางวัล “หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก” รางวัลสร้างเสริมคนดีมีคุณธรรม ครั้งที่ 38 โดยได้รับเกียรติจาก พล.อ.อ. ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานมอบรางวัล ณ หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันครบรอบที่หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก ถึงแก่อนิจกรรม เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดี ของหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก โดยมีหน่วยราชการต่าง ๆ และองค์การสาธารณกุศลจำนวนมาก ร่วมจัดงาน อาทิ กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร กรมประชาสัมพันธ์ ผู้ว่าราชการ และประชาชนจากจังหวัดต่าง ๆ จำนวนมาก

รางวัล “หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก” เป็นรางวัลสร้างเสริมคนดีมีคุณธรรม ที่มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ในพระราชูปถัมภ์ฯ จัดมอบให้แก่บุคคลสาขาอาชีพต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งปี 2569 ได้มอบให้แก่ผู้ได้รับการคัดเลือกประเภทต่าง ๆ ทั่วประเทศ รวม 190 คน เพื่อเชิดชูเกียรติ และรำลึกในความสามารถ ในคุณความดีของหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก ที่มีผลงานเป็นคุณประโยชน์แก่สังคมจนเป็นที่ยกย่องยอมรับทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ และเพื่อเป็นการยกย่องบำรุงขวัญให้กำลังใจแก่ผู้ได้รับรางวัล ที่มีความตั้งใจจริง เสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ภารกิจต่าง ๆ ที่รับผิดชอบด้วยจิตใจที่เปี่ยมล้น ด้วยคุณธรรมอันประเสริฐ อีกทั้งเพื่อส่งเสริมให้บุคคลเหล่านั้น เกิดความภาคภูมิใจในอาชีพการงานของตน และเป็นแรงจูงใจ เป็นตัวอย่างแก่เพื่อนร่วมอาชีพเดียวกัน บุคคลทั่วไป รวมทั้งอนุชนรุ่นหลังที่จะมุ่งมั่นปฏิบัติงานให้มีคุณภาพและมีคุณธรรมยิ่งขึ้น อันจะส่งผลดีต่อการพัฒนาเยาวชน สังคม และประเทศชาติ โดยส่วนรวมด้วย

หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ใน พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเปรมบุรฉัตร ได้รับการประกาศยกย่องจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก ในรอบ 100 ปี ชาตกาล ในปี 2558 ในฐานะผู้มีผลงานดีเด่นด้านสังคมสงเคราะห์ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การพัฒนาชุมชน และการศึกษาด้านวัฒนธรรม เนื่องด้วยได้ประกอบคุณงามความดีเป็นอเนกประการ แก่ประเทศชาติและชาวโลก เป็นคนไทยคนเดียว และคนเอเชียคนแรกที่ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาสตรีระหว่างประเทศ (สภาสตรีโลก) ในรอบ 138 ปี (ณ ปี 2569) อีกทั้งเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติของนักสังคมสงเคราะห์ นักพัฒนาสังคมผู้เสียสละ เป็นผู้นำสตรีที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ริเริ่มงานระดับชาติจำนวนมาก ตั้งแต่ 65 กว่าปีที่แล้ว ซึ่งเป็นงานสาธารณกุศลที่ส่งเสริมสนับสนุนงานของรัฐบาล ซึ่งงานเหล่านั้นยังจำเป็น และมีคุณค่ากับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งยังดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยคุณประโยชน์ในการพัฒนาคน สังคม และประเทศชาติจนถึงทุกวันนี้









ข่าวที่เกี่ยวข้อง

