ฟังอีกมุม! นักวิชาการเกษตร ชี้ UPOV1991 ไม่ทำพืชพื้นเมืองสูญหาย ชี้กลไกตลาดต่างหากที่คัดออก

22 ตุลาคม 2569 นายศักดา ศรีนิเวศน์ นักวิชาการอิสระด้านการเกษตร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า จริงหรือที่หากไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิก UPOV1991 แล้วพืชพันธุ์พื้นเมืองเดิมจะสูญหาย (เพราะโลกของเราไม่ใช่ “โลกกะโหลกกะลา”)
"การออกกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืชพื้นเมืองเดิมของเรา สามารถทำควบคู่ไปกับกติกาสากลได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ ชาติสมาชิก UPOV 1991 ทั่วโลกเขาก็ทำกัน เช่น เวียดนาม ที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกมาตั้งแต่ปี 2549 เขาก็ยังมีกฎหมายคุ้มครองพืชเฉพาะถิ่นของเขาได้อย่างเข้มแข็ง ไม่ได้สูญเสียเอกราชทางพันธุกรรมอย่างที่บางกลุ่มพยายามปั่นกระแสกลัว
วาทกรรมที่ว่า 'ถ้าเข้า UPOV 1991 แล้วพันธุ์พืชพื้นเมืองจะสูญพันธุ์' เป็นเพียงการคัดค้านแบบตระหนกตกใจเกินเหตุ เพราะในความเป็นจริง ถึงเราไม่เข้า UPOV พันธุ์พืชดั้งเดิมที่ไม่ตอบโจทย์ตลาดก็ถูกคัดออกตามกลไกธรรมชาติอยู่แล้ว
ลองถามตัวเองดูครับว่า... ทุกวันนี้ยังเหลือใครปลูก 'ลางสาด' รสเปรี้ยวจี๊ดอยู่กี่ต้น? ยังมีชาวสวนคนไหนดื้อดึงปลูก 'เงาะ' สายพันธุ์เดิมที่เนื้อเหนียวติดเมล็ดเพื่อส่งขายหรือไม่? คำตอบคือไม่มี เพราะผู้บริโภคเป็นคนตัดสิน 'ไม่หวาน ไม่ร่อน ก็ขายไม่ได้' แม้แต่ทุเรียนสายพันธุ์โบราณ ถ้าไม่มีเกษตรกรบางท่านอนุรักษ์ไว้ด้วยใจรัก มันก็พ่ายแพ้ต่อกลไกตลาดไปตั้งนานแล้ว
ย้อนกลับไปเมื่อหกสิบกว่าปีก่อน สมัยผมยังเป็นเด็กทำสวนอยู่ที่ดำเนินสะดวก เรามีมะม่วงพื้นเมืองนับสิบสายพันธุ์ ทั้งไอ้ฮวบ, กะละแม, แก้มแดง, ลิ้นงูเห่า, นวลจันทร์, ทองดำ, หนังกลางวัน, แรด, หัวช้าง, แก้วขาว, เขียวไข่กา ฯลฯ ถามว่าวันนี้สายพันธุ์เหล่านั้นหายไปไหนหมด? คำตอบง่ายๆ คือ ปลูกแล้วไม่รู้จะขายใคร ต่อให้แจกเพื่อนบ้านจนกวนทำมะม่วงแผ่น มะม่วงดองแล้วก็ยังกินไม่ทัน เมื่อไม่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ มันก็ค่อยๆ ลบหายไปตามยุคสมัย—นี่คือกลไกตลาด ไม่ใช่เพราะกฎหมาย UPOV
ความเปลี่ยนแปลงเป็นสัจธรรม 'คลื่นลูกใหม่ย่อมไล่พัดคลื่นลูกเก่า' ถ้าลูกหลานรุ่นใหม่ไม่เก่งและไม่พัฒนากว่ารุ่นเรา ประเทศชาติจะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างไร?
กติกาสากลถูกสร้างขึ้นเพื่อให้โลกเดินหน้าอย่างเป็นระบบ หากเราปฏิเสธมาตรฐานโลก เพียงเพราะกลัวการเปลี่ยนแปลง เราก็จะเป็นแค่ประเทศที่หลุดออกจากระบบ เป็นไร้ตัวตนในเวทีการค้าสากล
ปรากฏการณ์นี้ไม่ต่างจากเมื่อ 30 ปีก่อน ตอนที่ระบบมาตรฐาน GAP เข้ามาใหม่ๆ เกษตรกรจำนวนมากพากันต่อต้านและปฏิเสธ บอกว่า 'ไม่มีประโยชน์ ไม่ทำก็ขายได้ราคาเท่ากัน' แล้วดูทุกวันนี้สิครับ... กลายเป็นแห่กันมาขอทำ GAP จนเจ้าหน้าที่ตรวจกันไม่ทัน เพราะโลกการเกษตรยุคใหม่คือ 'เกษตรเชิงธุรกิจ (Agribusiness)' ที่ต้องแข่งขันด้วยคุณภาพ มาตรฐาน และกติกาสากล ไม่ใช่เกษตรทำพออยู่พอกินเหมือนในอดีตอีกต่อไป"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

