ซักฟอกติดหล่ม! ปธ.วิปรัฐบาล ผิดหวังฝ่ายค้าน งอแงวอล์กเอาต์ ยืนกราน 5 วัน ทำคุยวิป 3 ฝ่ายรอบสอง ล่มไม่เป็นท่า

22 ตุลาคม 2569 ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมวิป 3 ฝ่าย (นัดที่สอง) เพื่อตกลงเรื่องกรอบเวลาในการอภิปรายไม่ไว้วาง แต่ทางฝ่ายค้านวอล์กเอ้าต์ก่อนเวลา เนื่องจากตกลงกันไม่ได้ว่า ค่อนข้างผิดหวังต่อการทำหน้าของฝ่ายค้าน วานนี้ (21 ต.ค.) เป็นครั้งแรกที่มาพูดคุยกัน ต่างฝ่ายต่างก็ควรที่จะไปทำการบ้าน หากเห็นว่าเอาประโยชน์ของสภาฯ หรือการทำหน้าที่ที่ตั้งใจที่จะพิจารณาอภิปรายไม่ไว้วางใจจริงๆ ควรที่จะหาวิธีการที่จะมาเจอกันตรงกลาง เพื่อเดินหน้าไปสู่การทำหน้าที่ได้ พวกเราต้องการที่จะหาทางออกทั้งฝ่ายค้าน และคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่พูดคุยยังไม่ทันจบฝ่ายค้านก็วอล์กเอาต์ เพราะไม่ได้ตามที่เรียกร้องมาคืออภิปราย 5 วัน แต่ ครม.ตอบกลับมายังสภาฯ แล้วว่า สะดวกที่จะมาชี้แจงช่วงวันที่ 27 - 29 ต.ค.แต่จากการพูดคุยครั้งแรก 3 วันน้อยไป ทางรองประธานสภาฯ คนที่ 1 ได้แนะนำให้ฝ่าย ครม.กลับไปหารือมาใหม่ จึงได้คำตอบคืออภิปราย 4 วัน และลงมติอีก 1 วัน รวมเป็น 5 วัน เริ่มอภิปรายตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันพฤหัส และลงมติวันศุกร์ ถือเป็นการขยายเวลาให้ฝ่ายค้าน
“เมื่อวานนี้บอกว่าทางรัฐบาลปิดปากฝ่ายค้าน ใจแคบ ไม่ให้เวลาฝ่ายค้าน หากถอยกันคนละคนละหน่อย เชื่อว่ามันเดินไปได้ ต้องขอบคุณ ครม.ที่เพิ่มเวลาหาทางออกให้สภาฯ แต่อาจยังไม่เป็นที่พอใจของฝ่ายค้านอีก สิ่งที่ฝ่ายค้านเรียกร้อง หากจะอภิปราย 4 วัน เขาขอไม่อภิปรายในสัปดาห์หน้า แต่ขอเป็นวันอื่นช่วงเดือย พ.ย.ทางวิปรัฐบาล และ ครม.ก็ไปทำการบ้านมาให้ว่าจะมีวันอื่นๆ ได้หรือไม่ แต่ครั้งนี้เป็นการอภิปรายรัฐมนตรี 18 ท่าน การจะให้ ครม. 18 คน อยู่พร้อมกันเป็นระยะเวลา 5 วัน และลงมติอีก 1 วัน รวมเป็น 6 วัน โดยที่ไม่ไปไหน มันเป็นเรื่องยาก ฝ่ายค้านเองก็ทราบว่าทำได้ยาก ดังนั้น ในเดือน พ.ย.ที่เราไปดูมาแล้ว มันไม่สามารถหาวันที่เหมาะสมที่จะทำตามที่ฝ่ายค้านต้องการได้ จึงเพิ่มเวลาจาก 3 วัน เป็น 4 วัน” ประธานวิปรัฐบาล กล่าว
นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า สำหรับตัวเลขกรอบเวลา หากมีการอภิปรายตามที่ทางฝ่ายรัฐบาล และ ครม.เสนอไป 4 วัน และลงมติอีก 1 วัน รวมทั้งหมดจะอยู่ที่ 63 ชั่วโมง 30 นาที ฝ่ายค้านบอกว่ารัฐบาลใจแคบ แต่เวลาที่ฝ่ายค้านจะได้คือ 45 - 48 ชั่วโมง ส่วนที่เหลือ ครม.จะใช้ในการชี้แจง หากย้อนกลับไปดูสถิติตั้งแต่ยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ ในปี 2563 อภิปราย 3 วันครึ่ง ฝ่ายค้านใช้เวลา 33 ชั่วโมง ปี 64 อภิปราย 4 วัน ฝ่ายค้านใช้เวลา 38 ชั่วโมง 52 นาที ปี 64 ครั้งที่ 2 อภิปราย 4 วัน ฝ่ายค้านใช้เวลา 37 ชั่วโมง 41 นาที และครั้งสุดท้ายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ อภิปราย 4 วัน ฝ่ายค้านใช้เวลา 43 ชั่วโมง 40 นาที ดังนั้น รัฐบาลนี้เตรียมเวลาให้ฝ่ายค้านอภิปรายมากกว่าทุกครั้ง ตั้งแต่มีการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญและกติกาใหม่ ถามว่าใจแคบตรงไหน หากเวลาแบบนี้ยังไม่เพียงพอในการตรวจสอบรัฐบาล หากพิจารณาด้วยเหตุผลจะเห็นความตั้งใจจริงๆ ว่ารัฐบาลพยายามหาทางออกร่วมกันอย่างเหมาะสมเพื่อให้เดินหน้าต่อไป เชื่อว่าหากประชาชนเห็นตัวเลข ก็พอจะเห็นภาพว่าเราไม่ได้ปิดกั้น ไม่เตะถ่วง ไม่ได้ปิดปาก หรือใจแคบกับฝ่ายค้าน ทั้งนี้ ตัวเลขสถิติทั้งหมดที่ตนยกมา ฝ่ายค้านวอล์กเอาต์ไปก่อนที่จะเห็น
เมื่อถามว่า การประชุมวิป 3 ฝ่าย ล่มมา 2 ครั้งแล้ว ในสมัยประชุมนี้จะได้เห็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ฝ่ายค้านยื่นญัตติเข้ามาก็ต้องพร้อมอภิปรายตั้งแต่ที่ยื่นญัตติเข้ามาแล้ว แต่กรอบเวลา เงื่อนไขมีแบบนี้ คงต้องถามฝ่ายค้านว่าพร้อมทำหน้าที่ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือยัง ส่วนเหตุผลฝ่ายค้านที่หากยืนอภิปราย 4 วัน จะขอเป็นช่วงเดือน พ.ย.นั้น ฝ่ายค้านเตรียมข้อมูลไว้ เพราะคิดว่าจะได้เวลาในการอภิปราย 5 วัน รวม 60 ชั่วโมง โดยคำนวณตามเวลาที่เคยอภิปรายรัฐมนตรีในยุค พล.อ.ประยุทธ์ ครั้งนี้รัฐมนตรีเพิ่มขึ้น ก็ควรได้เวลาเพิ่มขึ้นเป็น 60 ชั่วโมง ตนต้องถามกลับว่าหากเป็นแบบนี้ ถ้าอภิปราย ครม.ทั้งคณะ เราต้องอภิปรายกัน 10 วัน 10 คืน หรือไม่ มันไม่ใช่เหตุผล เชื่อว่าหากมีกรอบเวลาที่ชัด ฝ่ายค้านก็ต้องพร้อมอภิปราย แต่ทำไมถึงไม่เป็นสัปดาห์หน้า ตนไม่ก้าวล่วง ต้องถามฝ่ายค้าน
เมื่อถามย้ำว่า หากไม่ได้อภิปรายสัปดาห์ก็จะไม่ได้อภิปรายแล้วใช่หรือไม่ หากฝ่ายค้านไม่เลือก นายกรวีร์ กล่าวว่า เราพยายามหาเวลาช่วงเดือน พ.ย.เนื่องจากเดือน ธ.ค.มีพระราชพิธี แต่หาวันที่จะลงติดต่อกัน 4 - 6วัน ไม่ได้จริงๆ ส่วนที่มีการเสนอเป็นช่วงวันที่ 7 - 11 พ.ย.นี้ ได้หรือไม่นั้น ตนไม่แน่ใจ ต้องถามทาง ครม.แต่หลังจากสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป จะมี ครม.สัญจร นายกฯ เดินทางไปต่างประเทศ รัฐมนตรีบางรายเดินทางไปประชุมต่างประเทศ จึงเป็นเรื่องยากที่รัฐมนตรีจะมาชี้แจงพร้อมกันทั้ง 18 ราย
เมื่อถามว่า จะได้มีการหารือครั้งที่ 3 หรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ต้องถามทางฝ่ายค้าน รัฐบาลถอยจนไม่รู้จะถอยยังไง เราไม่มีเวลามากกว่าในช่วงสัปดาห์หน้านี้แล้ว หากจะอภิปรายสัปดาห์หน้า 5 วันก็ไม่ได้ เนื่องจากวันเสาร์นายกฯ ติดภารกิจต่างประเทศ ถ้าจะไปกรอบอื่น เราก็ทำอย่างเต็มที่แล้ว
เมื่อถามถึงกรณีที่ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุว่า นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทน ครม.ในการมาร่วมประชุมวิป 3 ฝ่าย เป็นคนที่มีส่วนได้เสียในเรื่องนี้ นายกรวีร์ กล่าวว่า สมมติว่าถ้าอภิปราย ครม.ทั้งคณะ ไม่ควรจะมี ครม.มาหรือ นายภราดร เป็นตัวแทนวิปรัฐบาลของ ครม. ครม.แต่งตั้งมาตั้งแต่เริ่มสมัยประชุม ไม่ได้แต่งตั้งในช่วงที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุผลที่จะหยิบเรื่องนี้ขึ้นมา นายภราดรก็เข้ามาประชุมในฐานะรัฐมนตรี ไม่ใช่ตัวแทนผู้ถูกซักฟอก ท่านก็ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของรัฐบาลตามปกติ
เมื่อถามว่า น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วานิช รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ได้กำชับอะไรบ้างในที่ประชุม นายกรวีร์ กล่าวว่า น.ส.มัลลิกา เป็นคนช่วยหาทางออก ซึ่งมี สส.ท่านหนึ่งเสนอให้เพิ่มวันอภิปรายอีก 1 วัน น.ส.มัลลิกา ก็ได้บอกนายภราดรให้ไปแจ้งรัฐมนตรีให้เพิ่มวัน เพื่อให้จบ ก็ต้องให้เครดิตท่านมัลลิกา และนายภราดรก็ได้ไปเจรจามาเพิ่มอีก 1 วัน ถือเป็นทางเลือกใหม่ ซึ่งก็น่าเสียดาย
“ขอให้ฝ่ายค้านกรุณาทบทวน ถ้าเราเอาผลประโยชน์ของงานในสภามาเป็นตั้วตั้งด้วยกัน เอาผลประโยชน์ของการทำงานตรวจสอบฝ่ายรัฐบาล ผมคิดว่าเราถอยกันคนละก้าว มันหาทางไปด้วยกันได้” ประธานวิปรัฐบาล กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

