ปปง.เร่งตรวจสอบคดีทุจริตสอบท้องถิ่น แบ่งกลุ่มผู้กระทำผิด เตรียมยึดอายัดทรัพย์เร็วๆนี้

ปปง.เร่งตรวจสอบคดีทุจริตสอบท้องถิ่นเตรียมยึดอายัดทรัพย์เร็วๆนี้ แบ่งกลุ่มผู้เกี่ยวข้องตามพฤติการณ์ ย้ำยึดพยานหลักฐานเป็นหลัก
วันที่ 19 สิงหาคม 2569 โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการกรณีทุจริตการสอบท้องถิ่น ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ว่า ปปง. ได้เข้ามาดำเนินการในเรื่องดังกล่าวตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยร่วมขับเคลื่อนการทำงานแบบบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ป.ป.ช. ได้เชิญ ปปง. เข้าร่วมเป็นผู้ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการดำเนินการตรวจสอบพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้ดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นไปอย่างรอบด้าน ขณะที่ ปปง.ยืนยันว่าไม่ได้เพิกเฉยต่อกรณีดังกล่าว และอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบข้อมูลพยานหลักฐานทั้งหมด โดยคาดว่าจะมีความคืบหน้าในเร็วๆ นี้
นายเทพสุ กล่าวว่า สำหรับกลุ่มบุคคลที่มีรายงานว่าอาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่นเป็นจำนวนประมาณ 5,000 คน ไม่ได้หมายความว่าบุคคลทั้งหมดจะถูกดำเนินการในลักษณะเดียวกัน แต่จำเป็นต้องแบ่งกลุ่มตามพฤติการณ์และบทบาทที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด คือ กลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด กลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์เชิญชวนหรือชักชวนให้มีการทุจริต กลุ่มบุคคลที่รับโอนหรือรับเงิน รวมถึงกลุ่มบุคคลที่ให้ผลประโยชน์หรือจ่ายเงินเพื่อให้มีการสอบผ่านหรือได้รับการคัดเลือก โดย ปปง. จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของแต่ละบุคคลเป็นรายกรณี
เลขาธิการ ปปง. ย้ำว่า การดำเนินงานของ ปปง.จะยึดพยานหลักฐานเป็นสำคัญ ไม่ได้พิจารณาจากกระแสข่าวหรือข้อมูลที่ปรากฏบนสื่อสังคมออนไลน์เพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สิน ซึ่งต้องมีพยานหลักฐานรองรับอย่างชัดเจนก่อนเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย
“มิติการทำงานของ ปปง.หลังจากยื่นคำร้องต่อศาลกว่า 99 เปอร์เซนต์ ศาลมีคำสั่งตามคำร้องของ ปปง.ซึ่งสะท้อนว่าการดำเนินการของ ปปง.ตั้งอยู่บนพื้นฐานของพยานหลักฐานทั้งหมด ไม่ใช่การดำเนินการตามกระแสข่าวหรือแรงกดดัน ไม่มีการปล่อยให้เรื่องเงียบหาย รวมถึงเผยแพร่ให้สังคมได้รับรู้“
นายเทพสุ กล่าวว่า ปปง.ต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่า การดำเนินงานของหน่วยงานสามารถเป็นที่พึ่งและสามารถขับเคลื่อนคดีให้เกิดผลได้ โดยเฉพาะการดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยว ข้องกับการกระทำผิด ซึ่งต้องดำเนินการบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ตรวจสอบได้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีเฉพาะคดีทุจริตการสอบท้องถิ่น ปัจจุบัน ปปง.จะเริ่มดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์เมื่อใดนั้น นายเทพสุ กล่าวว่า ปปง.จำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด โดยเริ่มจากการตรวจสอบพยานหลักฐาน รวมถึงเส้นทางการเงินและข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อพิจารณาความเชื่อมโยงของบุคคลและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด
นายเทพสุ ยืนยันว่า ขณะนี้ ปปง.ได้เริ่มกระบวนการตรวจสอบแล้ว จากนี้จะนำไปสู่การพิจารณาดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์ตามกฎหมาย โดยต้องมีการยึดอายัด แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ยึดอายัด และจะเป็นเร็วๆนี้ พร้อมย้ำว่าทุกขั้นตอนจะต้องดำเนินการตามพยานหลักฐานและกรอบกฎหมาย เพื่อให้การดำเนินคดีมีความรัดกุมและสามารถพิสูจน์ได้ในกระบวน การยุติธรรม

