สรุปดรามาร้อน กอล์ฟ กัญญ์นลิน เจ้าของฉายา นางฟ้าสายสปอร์ต อัดคลิปปล่อยโฮโดนบังคับโพสต์ประจานตัวเอง

23 ตุลาคม 2569 กลายเป็นดรามาสนั่นโลกโซเชียลเมื่อ 'กอล์ฟ กัญญ์นลิน' อดีตนักแสดง - อินฟลูเอนเซอร์สาวสายสปอร์ตชื่อดัง เจ้าของเพจ 'Golf Kannalin' ที่มีผู้ติดตามกว่า 2 แสนคน
โดยเริ่มต้นมาจากเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 'กอล์ฟ กัญญ์นลิน ' ได้ออกมาโพสต์ข้อความว่า ...
"โอ๊ตและกอฟได้มาเจรจาขอตั้งชมรมนักวิ่งโดยจะตั้งบูธหน้าห้องเก็บของด้านในร้านชั่วคราวกับร้านซึ่งเป็นร้านขายอาหารและเครื่องดื่มอยู่แล้ว โดยจะขอเอากาแฟกระป๋องมาทดลองให้ได้ชิม แต่ถึงเวลาที่ปฏิบัติโอ๊ตกับกอฟผิดคำพูดและเห็นแก่ตัวโดยเอาเป็นบูธเครื่องกาแฟมาขายแข่ง โดยทางร้านไม่อนุญาต โอ๊ตกับกอฟเป็นคนที่ไม่มีความรับผิดชอบในคำพูดโดยคิดจะทำการค้าเอาเปรียบคนอื่น เอาแต่ได้โดยไม่รับรู้ถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับร้าน"

ต่อมาวันที่ 22 ตุลาคม 'กอล์ฟ กัญญ์นลิน' ก็ได้ออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้งโดยเจ้าตัวได้อัดคลิปปล่อยโฮ โดยระบุว่า
การโพสต์ข้อความนั้น มีการถูกบังคับให้โพสต์ประจานตัวเอง อีกทั้งมีการกล่าวถึงการทำงานร่วมกับ ร้านอาหารในสวนรถไฟร้านหนึ่ง พร้อมระบุข้อความด้วยว่า ...
"เล่าเหตุการณ์กอฟถูกบังคับให้โพสต์ประจานตัวเอง หลายคนอาจได้เห็นโพสต์ในเพจกอฟเมื่อวันอาทิตย์"

กอฟ ขอชี้แจงว่า กอฟถูกบังคับให้ทำโดยคู่กรณีที่มีคนในเครื่องแบบเป็นพวก จับทีมงานและผู้จัดการกอฟเป็นตัวประกัน ทีแรกเรียกรับเงิน โดยพยายามยัดข้อหาบุกรุกสถานที่กับเรา แต่เรายืนยันไม่จ่าย เพราะไม่ได้บุกรุกเขาจึงเปลี่ยนเป็นเขียนสคริปแล้วบังคับให้กอฟโพสต์ประจานตัวเองบนโซเชียล
เรื่องมีอยู่ว่า ผู้จัดการกอฟได้พบกับพี่ใจดีสองคน เจ้าของร้านอาหารในสวนรถไฟตกลงกันว่าจะใช้พื้นที่ร้าน สร้างคอมมูนิตี้นักวิ่ง ให้มีที่นั่งพัก มีกาแฟเสิร์ฟ ทำความรู้จักกันโดยกอฟจะไปช่วยโปรโมท เพื่อให้ร้านได้ทราฟฟิกมากขึ้น
ตกลงกันว่าจะเปิดวันที่ 17 ตุลาคม ทดลองเป็นเวลา 2 สัปดาห์จากแผนเดิม 90 วันแบบตามที่ประชุมกัน
วันศุกร์ที่ 16 ตุลา ทีมงานเข้าเซทอัพสถานที่ โดยมีพี่หุ้นส่วนร้านและผู้จัดการร้านเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้
วันเสาร์ที่ 17 ตุลา กอฟและทีมงานเปิดให้บริการ ตกลงกันว่าจะทดลองเปิดถึง 9.00 แต่ทราฟฟิกเยอะมากจนถึงเวลาประมาณ 11.00 จึงได้พัก พี่เจ้าของร้านโทรมาแจ้งว่า ขอให้หยุดขายเพราะการรถไฟที่เป็นคู่สัญญากับร้านไม่โอเค และให้เราขายวันอาทิตย์เป็นวันสุดท้าย

วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลา ทราฟฟิกเข้าร้านเยอะมาก ทั้งเครื่องดื่มและอาหาร เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เราปิดรับออร์เดอร์ช่วง 9.00 และเริ่มทะยอยเก็บร้าน
พี่เจ้าของร้านได้โทรมาต่อว่าด้วยคำหยาบคาย เราไม่อยากมีปัญหาจึงรีบเก็บของ ระหว่างเก็บของพี่เจ้าของร้านเดินทางมาถึงร้าน และตรงเข้ามาด่าทอกอฟและทีมงานด้วยคำหยาบคาย ใส่ร้ายกอฟและทีมงานต่อหน้าลูกค้าทั้งร้าน เสียงดังจนนักวิ่งและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในบริเวณนั้นหยุดดูและมีการถ่ายภาพวิดิโอ พี่เจ้าของร้านกล่าวหาว่ากอฟและผู้จัดการบุกรุกสถานที่ เป็น 18 มงกฏ และเป็นพวกต้มตุ๋นหลอกลวง
กอฟและทีมงานจึงรีบเก็บของ และนำกลับมาเก็บที่บ้าน ระหว่างทางกลับบ้าน ทีมงานกอฟที่ยังเก็บของไม่เสร็จ แจ้งมาด้วยความตกใจว่า พี่เค้าเรียกคนในเครื่องแบบมาสองคนและไม่ให้ทีมงานกอฟออกจากพื้นที่ น้องๆ กลัวกันมากจนร้องไห้
ผู้จัดการกอฟจึงโทรแจ้ง 191 และรีบเดินทางกลับไปยังร้านที่สวนรถไฟ ทิ้งกอฟไว้รอรับรถขนของอีกคันที่ขับตามกันมา ระหว่างทางทีมงานโทรบอกว่า 191 โทรเข้ามาหาแล้ว แต่คนในเครื่องแบบและพี่เจ้าของร้าน ไม่ให้ออกจากพื้นที่ เมื่อไปถึงร้าน ผู้จัดการกอฟเข้าไปอัพเดทคนในเครื่องแบบว่าแจ้ง 191 แล้ว ขอให้ปล่อยทีมงานไป

ตรงนี้ผู้จัดการกอฟจึงกลายเป็นตัวประกันแทนทีมงาน เพราะเขาไม่อนุญาตให้ออกจากพื้นที่ ทีแรก เขาพยายามตั้งข้อหาบุกรุกสถานที่ และเรียกรับเงิน แต่หลังจากที่คนในเครื่องแบบได้เห็นหลักฐานจากมือถือผู้จัดการกอฟ ก็ท่าทีเปลี่ยนไปพี่เจ้าของร้านจึงเปลี่ยนเป็นเขียนสคริป ให้ผู้จัดการกอฟ ถ่ายรูปส่งให้กอฟเพื่อบังคับให้กอฟโพสต์ประจานตัวเอง ไม่งั้นจะไม่ให้ผู้จัดการออกจากพื้นที่
กอฟจำยอมต้องทำตาม เพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของทีมงานกอฟเท่านั้นยังไม่พอใจ พี่เจ้าของร้านยังบังคับให้กอฟแชร์โพสต์ไปยังเพจนักวิ่งสวนรถไฟด้วย
จากนั้นลูกชายพี่เจ้าของร้านเดินทางมาถึงและเมื่อได้เห็นหลักฐานการเตรียมประชุมงานกับทางร้านในมือถือผู้จัดการกอฟก็เจรจาขอให้เลิกแล้วต่อกัน และขอให้ผู้จัดการกอฟ ไปลงบันทึกประจำวันที่ สน เพื่อจบเรื่อง
ที่ สน.มีชายร่างสูงคนหนึ่ง เดินออกมารับลูกชายพี่เจ้าของร้าน ทีแรกผู้จัดการกอฟไม่รู้ว่าเป็นใคร เพราะไม่ได้ใส่เครื่องแบบ แต่ตอนนี้รู้แล้ว และมีหลักฐานโยงถึงพี่เจ้าของร้านเป็นทั้งคลิปเสียงและวิดิโอ ผู้จัดการกอฟเล่าให้ฟังว่า ที่ สน.เจ้าพนักงานไม่รู้จะบันทึกยังไง เพราะมันไม่เมคเซ้นจากที่ฟังเรื่องราว หลังจากนั้นลูกชายพี่เจ้าของร้านก็โทรมาขอให้กอฟลบโพสต์

กอฟคิดว่ามันคงจบแล้ว แต่ไม่ค่ะ เช้าวันรุ่งขึ้น 19 ตุลาคม เวลาประมาณ 10.00 พี่เจ้าของร้านโทรมาคุกคามกอฟ ใจความประมาณว่า ใครสั่งให้ลบโพสต์ เดี๋ยวจะโดน อะไรทำนองนี้ กอฟตกใจมาก จึงวางหู และดีที่กอฟเพียงแค่ปิดกันการมองเห็น จึงเปิดการมองเห็นโพสต์ตามที่พี่เจ้าของร้านโทรมาสั่ง
ผู้จัดการกอฟทราบเรื่อง พยายามติดต่อลูกชายเจ้าของร้าน แต่ไม่รับสาย ไม่โทรกลับ ไม่ตอบข้อความ จึงเดินทางไปที่ สน เพื่อขอความช่วยเหลือก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือ
เพื่อนๆ หลายคนเริ่มสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น กอฟจึงตัดสินใจทำคลิปและโพสต์นี้เพื่ออธิบาย เพราะกลัว และรู้สึกว่าไม่ปลอดภัยกอฟอยากขอโพสต์แชร์กับเพื่อนๆ เป็นอุทาหรณ์ถ้างานไม่สำเร็จคงไม่มีปัญหา แต่พอมันสำเร็จ อาจจะกลายเป็นอีกเรื่องไปเลยก็ได้คนใจดีที่ประชุมวางแผนงานกันมาสี่ห้าเดือนกลายเป็นคนอีกคนได้ในแบบที่เราคาดไม่ถึงเพียงแค่เราทำงานล่วงเวลาที่ตกลงกันไว้ถึงแม้จะบรรลุวัตถุประสงห์ที่วางไว้ร่วมกันก็ตาม
ซึ่งหลังจากที่ 'กอล์ฟ กัญญ์นลิน' ได้ออกมาอัดคลิปชี้แจงนั้น ชาวเน็ตก็เข้ามาถล่มคอมเมนต์กันเป็นจำนวนมาก ขณะที่บางส่วนได้แคปภาพคอมเมนต์หนึ่ง ที่อ้างว่าเป็นคำชี้แจงเจ้าของร้านคู่กรณี โดยมีข้อความระบุว่า
"ขอชี้แจงเช่นกัน พี่ไม่เคยให้เช่าสถานที่ คุณมาขอเช่า พี่บอกไม่ได้ให้เช่าค่ะ แต่ผู้จัดการบอกเป็นชมรมวิ่งอยากให้นักวิ่งมีที่นั่งพักเจอกัน จะขอเอาเป็นกาแฟกระป๋องมาแนะนำให้นักวิ่ง ใช้เวลาช่วง 6.00-9.00 น. พี่ก็ยอมเพราะเห็นเป็นผู้มาออกกำลังกาย ขอใช้ห้องน้ำที่นั่ง โต๊ะที่นั่งในร้านพี่ก็ยอม และพี่ก็บอกแล้วว่าร้านพี่เปิดบริการ 8.00 น. ขอให้การมานั่งที่ร้านไม่เกิน 9.00 น. และที่อนุญาตให้นั่งที่จะทำกิจกรรมคือบริเวณด้านในสุดที่อยู่ตรงบริเวณโอ่งน้ำพุ
แต่สิ่งที่พวกคุณทำคือ เอาเครื่องกาแฟ ถังน้ำแข็ง บาริสต้า มาทำการค้าขายเต็มที่ ซึ่งร้านพี่เป็นร้านอาหารและขายเครื่องดื่มกาแฟสด และพี่ไม่ได้ให้เช่าร้านหรือคิดเงินสักบาท
วันที่ 17 คุณมาตั้งร้านไม่ตรงตำแหน่งที่ตกลง พี่มาทราบตอนเที่ยงครึ่ง คุณยังขายกาแฟของคุณอยู่ (ถูกต้องหรือไม่) พี่ได้แจ้งให้พนักงานบอกกับทางคุณกอล์ฟและผู้จัดการว่าทำอย่างนี้ไม่ได้ ซึ่งผู้จัดการรับปากว่าจะไปอยู่ตามตำแหน่งที่คุยไว้ และไม่ขายกาแฟเกินเวลาแล้ว (6-9 โมงเช้า) แต่พอวันที่ 18 ตุลาคม ก็ยังทำแบบเดิมโดยไม่รักษาคำพูด ส่วนเรื่อง GP พี่ไม่เคยคุยเรื่องนี้ และไม่รับค่ะ พี่ขอให้คุณลงขอโทษพี่ในเพจ เท่านี้ก็จบแล้วแต่นี่พี่ต้องมาชี้แจงเพราะคุณทั้ง 2 คนไม่รับผิดด้วยความจริงใจ ปล.ข้อชี้แจงของคุณผิดทุกข้อ"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


