เปิดยุทธศาสตร์ ‘ศุภจี’ ต่อยอด Soft Power จากงาน IMF 2026 ให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ

วันที่ 23 ตุลาคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊ก "ศุภจี สุธรรมพันธุ์ - Suphajee Suthumpun" ระบุว่า หลายคนอาจได้ยินคำว่า Soft Power กันบ่อย และสงสัยว่า แล้วเราจะใช้สิ่งนี้สร้างโอกาสให้คนไทยได้อย่างไร?
การเป็นเจ้าภาพ IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 เป็นตัวอย่างหนึ่งที่อยากเล่าให้ฟังค่ะ
ครั้งนี้มีผู้ร่วมประชุมกว่า 20,000 คนจากทั่วโลก หลายคนมาเมืองไทยเป็นครั้งแรก เราจึงมีโอกาสให้เขาได้สัมผัสความเป็นไทยด้วยตัวเอง ตั้งแต่อาหารที่รับประทาน ผ้าไทยที่พบเห็น การแสดงที่ได้ชม ไปจนถึงสถานที่ที่ได้เดินทางไปค่ะ
ในบทบาทรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ควบคู่กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ครั้งนี้เราได้ร่วมกันนำจุดแข็งของทั้ง 3 กระทรวงมาผสมผสานกัน เพื่อให้ผู้ร่วมประชุมได้สัมผัสความเป็นไทยจริง ๆ ตลอดการจัดงานค่ะ
- ผ้าไทยและงานหัตถกรรม เรานำผ้าไทยมาตกแต่งห้องประชุมย่อยและพื้นที่ต่าง ๆ ภายในงาน พร้อมนำผ้าขาวม้าจากชุมชนมาออกแบบเป็นกระเป๋าของที่ระลึกให้ผู้ร่วมประชุม และยังมีนิทรรศการจัดแสดงชุดไทยพระราชนิยม เสื้อพระราชทาน ผ้าไหม งานจักสาน และผลิตภัณฑ์จากชุมชนที่นำภูมิปัญญาไทยมาต่อยอดเป็นของใช้ร่วมสมัยค่ะ
- ศิลปวัฒนธรรมและการแสดง ผู้ร่วมประชุมได้ชมการแสดงไทยหลากหลายรูปแบบ ทั้งโขน นาฏศิลป์ 4 ภาค หนังใหญ่ หุ่นละครเล็ก มวยไทย ไปจนถึงดนตรีไทยร่วมสมัย ที่ทำให้เห็นว่าศิลปะไทยสนุกสนาน หลากหลายและเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ด้วยค่ะ
- อาหารไทยและวัตถุดิบ GI เราไม่ได้แค่นำอาหารไทยมาจัดแสดง แต่ยังนำอาหารท้องถิ่นและวัตถุดิบ GI จากจังหวัดต่าง ๆ มาสร้างสรรค์เป็นเมนูเสิร์ฟในมื้ออาหารจริง ให้ผู้ร่วมประชุมได้ลองชิมรสชาติของไทย พร้อมรู้จักเรื่องราวและภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่นไปด้วย
- ศิลปะและความยั่งยืน ภายในงานยังมีผลงานสร้างสรรค์จากวัสดุธรรมชาติและวัสดุเหลือใช้ อย่างประติมากรรม “เต่าตนุ” สร้างจากขยะรีไซเคิล สะท้อนการตระหนักรู้เรื่อง Climate Change มาถ่ายทอดให้ผู้ร่วมประชุมได้เห็นอีกมุมหนึ่งของความคิดสร้างสรรค์ไทยค่ะ
- การท่องเที่ยวไทย นอกจากกิจกรรมในงานแล้ว เรายังนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อชวนให้ผู้ร่วมประชุมได้ออกไปสัมผัสประเทศไทยมากขึ้น และอยากกลับมาเที่ยวอีกในอนาคตค่ะ
เมื่อชื่นชอบอาหารไทย ก็อาจเกิดความต้องการซื้อวัตถุดิบกลับไปใช้หรือสั่งเข้าร้านอาหารในประเทศของเขา เมื่อเห็นผ้าไทย ก็อาจสนใจนำไปใช้ในงานแฟชั่นหรือตกแต่งบ้าน และเมื่อประทับใจการเดินทางครั้งนี้ ก็อาจกลับมากับครอบครัว บอกต่อคนรู้จัก หรือเลือกประเทศไทยเป็นสถานที่จัดประชุมครั้งต่อไป โอกาสจึงไปได้ไกลกว่าการใช้จ่ายระหว่างอยู่ในงาน และยังเชื่อมให้ไปถึงสินค้า บริการ และคนที่อยู่เบื้องหลังค่ะ จึงได้มอบหมายให้ ทั้ง 3 กระทรวง ร่วมกันทำงานต่อหลังจบการประชุม
ด้วยเป้าหมายเดียวกันคือให้เกิด Ripple Effect ที่ส่งต่อโอกาสจากการเป็นเจ้าภาพออกไปอีกหลายทอด เมื่อคนทั่วโลกได้รู้จักประเทศไทยมากขึ้นแล้ว เราต้องช่วยกันต่อยอดความสนใจนั้นให้เป็นยอดขาย การจ้างงาน และรายได้ที่กระจายไปถึงเกษตรกร ช่างฝีมือ ศิลปิน ผู้ประกอบการ และชุมชนอย่างต่อเนื่องค่ะ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

