สั่งห้ามกระทบสนามบิน รับมือท่วมใต้ ใช้แผนเผชิญเหตุสูงสุด ฝนตกหนัก25-27ต.ค.

สั่งห้ามกระทบสนามบิน
รับมือท่วมใต้
ใช้แผนเผชิญเหตุสูงสุด
ฝนตกหนัก25-27ต.ค.
รัฐบาลสั่งใช้แผนเผชิญเหตุสูงสุด รับมือน้ำท่วมใต้ ห้ามกระทบต่อสนามบิน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมงรับมืออุทกภัยถล่ม “กรมอุตุฯ”เตือนไทยตอนบนเจออากาศแปรปรวน สภาพอากาศสวิงฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรง ขณะที่ภาคใต้จ่อโดนฝนตกหนักถึงหนักมาก 25-27ต.ค.นี้ ฝ่ายกทม.ปลดล็อกงบสมทบ เดินหน้าโอนเงินเยียวยาน้ำท่วมเข้าบัญชีประชาชนทันที
วันที่ 24 ตุลาคม 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาที่ระบุว่า ภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ รวมทั้งมีการแจ้งเตือนเฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มในพื้นที่เสี่ยงของ 10 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา สตูล ยะลา และนราธิวาส ระหว่างวันที่ 23-26 ตุลาคม 2569
สั่งสนามบินภาคใต้รับมือฝน
รัฐบาล โดยกระทรวงคมนาคม ห่วงใยความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน จึงได้สั่งการให้ท่าอากาศยานในสังกัดพื้นที่ภาคใต้ทุกแห่งเตรียมความพร้อม ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด
สำหรับท่าอากาศยานในสังกัดพื้นที่ภาคใต้ ขอให้ทบทวนแผนเผชิญเหตุและแผนรองรับการให้บริการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน จัดเตรียมบุคลากร เครื่องมือ และช่องทางประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานควบคุมการจราจรทางอากาศ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และสายการบิน เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินด้านการคมนาคม
นอกจากนี้ ให้ร่วมบูรณาการการเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และวางมาตรการป้องกันเพื่อลดผลกระทบต่อการเดินทางของผู้โดยสารอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถรับมือสถานการณ์และอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารได้อย่างเหมาะสม พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและรายงานสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมงในช่วงเฝ้าระวัง
ส่วนด้านการป้องกัน ให้ตรวจสอบและกำจัดสิ่งกีดขวางทางระบายน้ำ ตรวจความพร้อมของเครื่องสูบน้ำ ระบบไฟฟ้าและระบบไฟฟ้าสำรอง ตลอดจนอุปกรณ์ที่จำเป็น พร้อมติดตามปริมาณฝน ระดับน้ำภายในและภายนอกท่าอากาศยาน รวมทั้งตรวจสอบสภาพทางวิ่ง ทางขับ และลานจอดอากาศยานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
“หากประเมินแล้วพบว่า สภาพพื้นที่หรือสิ่งอำนวยความสะดวกไม่ปลอดภัยต่อการปฏิบัติการบิน ให้ดำเนินการจำกัดหรือระงับการใช้งานพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบตามความจำเป็น พร้อมประสานออกประกาศแจ้งนักบินตามขั้นตอน รวมทั้งประสานหน่วยงานควบคุมการจราจรทางอากาศ สายการบิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบริหารจัดการเที่ยวบินและดูแลผู้โดยสาร พร้อมแจ้งข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้โดยสารทราบ รวมทั้งเร่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารและผู้ใช้บริการเป็นอันดับแรก” นางสาวพลอยทะเล ย้ำ
กทม.ปลดล็อกงบเยียวยา
ด้าน นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม.ลงพื้นที่เขตดอนเมือง พร้อมชี้แจงกรณี กทม.ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม 37 จังหวัดที่ ปภ.โอนเงินเยียวยาไปก่อนหน้านี้ เนื่องจาก กทม.เป็นจังหวัดเดียวที่ต้องจ่ายงบประมาณสมทบตามมติ ครม.จึงมีขั้นตอนมากกว่าพื้นที่อื่น ยืนยันไม่ได้มีปัญหากับ ปภ. แต่อย่างใด ล่าสุดได้อนุมัติและโอนเงินสมทบเข้าระบบธนาคารออมสินแล้ว คาดประชาชนจะเริ่มได้รับเงินเร็วที่สุดช่วงบ่ายวันนี้ (24 ต.ค.) หรือภายใน 1-2 วัน
สำหรับการคัดกรองผ่านแอปฯ ทางรัฐ แบ่งเป็น 3 กลุ่มคือเคสสีเขียว น้ำล้อมบ้าน อนุมัติได้ทันที, เคสสีเหลือง น้ำท่วมเข้าบ้าน ราว 6 แสนเคส ต้องตรวจเอกสารเพิ่ม และ เคสสีแดง ไม่เข้าเกณฑ์ ประมาณ 7-8 หมื่นเคส ทั้งนี้ หากพบปัญหาภาพซ้ำ ยื่นซ้ำซ้อน หรือเป็นบ้านเช่าจะขอให้ยืนยันข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อความถูกต้อง
ส่วนการยื่นขอช่วยเหลือค่าดำรงชีพผ่านเว็บไซต์ https://claim.bangkok.go.th/ มีเข้ามาเกือบ 1.5 แสนเคส กทม.ได้ระดมทีมช่างและเจ้าหน้าที่รวมกว่า 500 คน ลงพื้นที่ประเมินความเสียหายตามราคากลาง โดยเหลือเคสรอตรวจสอบอีกกว่า 1 แสนเคส ตั้งเป้าลุยตรวจให้เสร็จใน 2 สัปดาห์ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถยื่นเรื่องได้ถึง 30 พ.ย.69 และ กทม.จะเร่งเคลียร์ทุกเคสให้จบภายในเดือน ธ.ค.นี้ พร้อมย้ำให้แจ้งข้อมูลตามจริงเพื่อไม่ให้ผิดกฎหมาย
ปภ.สั่ง54จังหวัด-กทม.เฝ้าระวัง
ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ร่อนหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 54 จังหวัดทั่วทุกภาค พร้อมกรุงเทพมหานคร ให้เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมาก ระหว่างวันที่ 24–28 ตุลาคม 2569 ซึ่งเสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขัง และลมกระโชกแรง
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า การสั่งการครั้งนี้เป็นการประสานงานร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา หลังมีประกาศฉบับที่ 1 (273/2569) เรื่องฝนตกหนักบริเวณภาคใต้และอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน โดยคาดการณ์ว่าช่วงวันที่ 24–28 ตุลาคมนี้ ภาคใต้จะมีฝนตกต่อเนื่องและตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่
ขณะที่ช่วงวันที่ 25-27 ตุลาคม ประเทศไทยตอนบนจะเผชิญสภาพอากาศแปรปรวน มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางแห่ง โดยจะเริ่มกระทบภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน จากนั้นจะขยายไปยังภาคเหนือ ภาคกลาง กทม.และปริมณฑล รวมถึงภาคตะวันออก สาเหตุเกิดจากมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากจีนแผ่ลงมาปกคลุม ร่วมกับร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
ตรึงกำลังรับมือ 24 ชั่วโมง
กอปภ.ก. ได้สั่งการให้ศูนย์ ปภ.เขต และจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย ติดตามสภาพอากาศและระดับน้ำอย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรง ให้จัดชุดปฏิบัติการพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะจุดเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซากและพื้นที่ที่ยังมีอุทกภัยค้างอยู่ ให้เร่งสูบระบายน้ำเพื่อลดผลกระทบโดยเร็ว
นอกจากนี้ ให้แจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า และสั่งการกั้นพื้นที่งดเข้าสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติเสี่ยงภัย เช่น ถ้ำ น้ำตก และถ้ำลอด พร้อมเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว อาหาร และน้ำดื่มให้พร้อมรองรับผู้ประสบภัย
พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากทางราชการ ตรวจสอบบ้านเรือนให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือป้ายโฆษณาที่ไม่มั่นคงเพื่อป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่าและลมพัดถล่ม ส่วนเกษตรกรควรเร่งป้องกันความเสียหายที่จะเกิดกับผลผลิต ทั้งนี้ หากได้รับความเดือดร้อน สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ที่ไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” (ID: @1784DDPM) หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
อุตุฯสั่งจับตา 25-27 ต.ค.
ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา ได้พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฟ้าผ่าบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนักถึงหนักมาก รวมถึงฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรด้วย
สาเหตุเนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นที่ปกคลุมภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อน ในขณะที่ยังคงมีลมฝ่ายตะวันออกพัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ภาคใต้ตอนบน และอ่าวไทยตอนบน ประกอบกับมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง ทำให้ยังคงมีฝนตกในหลายพื้นที่
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย ในจุดที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
25-27 ต.ค.อากาศแปรปรวน
อนึ่ง ในช่วงวันที่ 25-27 ตุลาคม 2569 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฟ้าผ่าบางพื้นที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีน จะแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีลมฝ่ายตะวันออกพัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้สภาพอากาศแปรปรวน จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

