การค้าผิดกฎหมาย ปัญหาระดับโลก ไทยชู 3 เสาหลัก ยกระดับป้องกัน

น.ส.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การค้าผิดกฎหมายเป็นสิ่งบ่อนทำลายการค้าระหว่างประเทศ ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันที่เป็นธรรมและความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ปัจจุบันการค้าผิดกฎหมายมีความซับซ้อนมากขึ้นจากการค้าออนไลน์ข้ามพรมแดน และเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานโลก
โดยไทยจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนจากแนวทางการแก้ไขปัญหาภายหลังเกิดเหตุ ไปสู่กรอบนโยบายเชิงรุกที่บูรณาการการทำงานและมุ่งเน้นการป้องกัน ซึ่งขับเคลื่อนผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่ 1.การบูรณาการความร่วมมือทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการ โดยมีคณะกรรมการบริหารจัดการปัญหาสินค้าจากต่างประเทศและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย (คสธก.) เป็นกลไกระดับชาติที่เชื่อมโยงหน่วยงานกำกับดูแลทางการค้าเข้ากับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและหน่วยงานด้านการเงิน
2.การนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ ยกระดับความพยายามในการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา (IP) การยกระดับความโปร่งใสของข้อมูลองค์กรและการตรวจสอบธุรกิจทางออนไลน์ เพื่อสนับสนุนการป้องกันและการรายงานการค้าที่ผิดกฎหมาย รวมถึงมีกลไกกำกับดูแลการค้าระหว่างประเทศ
3.ความร่วมมือระหว่างประเทศ ทั้งการปฏิรูปกฎหมายและยกระดับการบังคับใช้ตามมาตรฐานองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) การให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการค้าผิดกฎหมายมากขึ้น ผ่านความตกลงการค้าเสรี (FTA) สมัยใหม่ที่ครอบคลุมแนวปฏิบัติทางธุรกิจที่รับผิดชอบ และกลไกความร่วมมือระดับภูมิภาคอาเซียน
“การค้าผิดกฎหมายเป็นปัญหาระดับโลกที่จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการนโยบาย การบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อป้องกันและปราบปรามการค้าผิดกฎหมายอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับการแข่งขันที่เป็นธรรมในการค้าโลก”น.ส.กิริฎา กล่าว

