'สนธิญา' ร้อง DSI สอบ 'กัน จอมพลัง' ปมเงินบริจาค-ตู้คอนเทนเนอร์ชายแดน หลังเคยโวเงินสะพัด สำรองจ่าย 5-200 ล้านบาท

วันที่ 26 ต.ค. 2569 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ถนนแจ้งวัฒนะ นายสนธิญา สวัสดี ยื่นหนังสือถึงอธิบดี DSI ขอให้ตรวจสอบนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวช หรือ “กัน จอมพลัง” และมูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้ ใน 27 ประเด็นข้อสงสัย ทั้งการใช้เงินบริจาค ความโปร่งใสทางการเงิน และการติดตั้งตู้คอนเทนเนอร์ กล้อง CCTV พร้อมลากสายไฟฟ้ายาว 3 กิโลเมตร ในพื้นที่ชายแดน จ.ตราด โดยมีนายสมเกียรติ เพชรประดับ ผู้อำนวยการส่วนพิจารณาสำนวนร้องทุกข์ กองบริหารคดีพิเศษ เป็นผู้รับเรื่อง
นายสนธิญาระบุว่า ต้องการให้ตรวจสอบว่า การดำเนินโครงการบริเวณจุดผ่อนปรนการค้าบ้านท่าเส้น ต.แหลมกลัด และ ต.ชำราก อ.เมืองตราด ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานรัฐครบถ้วนหรือไม่ รวมถึงสอดคล้องกับข้อตกลงไทย-กัมพูชาผ่านคณะกรรมการ GBC, JBC และ RBC หรือไม่ เนื่องจากบางพื้นที่ยังอยู่ระหว่างการเจรจา พร้อมเสนอให้สอบปากคำ พล.ร.ต.ชรัมม์ภากร พรหมภากร รอง ผบ.กปช.จต. เพื่อให้ข้อเท็จจริงเรื่องพื้นที่ติดตั้งและการอนุญาต

ส่วนประเด็นการเงิน นายสนธิญาตั้งข้อสงสัยถึงการแยกบัญชีระหว่างเงินสนับสนุนจากกลุ่มแฟนคลับ (FC) กับเงินบริจาคของมูลนิธิ รวมถึงที่มาของเงินสำรองจ่ายและการเบิกคืน ซึ่งมีการกล่าวอ้างถึงวงเงินตั้งแต่ 5 ล้านบาทถึง 200 ล้านบาท โดยเรียกร้องให้ชี้แจงรายรับ รายจ่าย ภาษี และการใช้เงินตาม พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ. 2487 พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าหากตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินไม่ได้ จะเข้าข่ายความผิดหรือไม่ ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อสรุปว่ามีการกระทำผิดตามข้อกล่าวอ้างดังกล่าว
นายสนธิญายังเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้กรมการปกครองมีหนังสือตอบกลับเมื่อช่วงปลายเดือน ก.ย. ระบุว่า ประเด็นบางส่วนเกี่ยวกับเอกสารรายรับรายจ่าย เอกสารภาษี และการปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมการเรี่ยไร ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ จึงยังต้องพิจารณาว่ามีเหตุให้ดำเนินการเกี่ยวกับสถานะมูลนิธิหรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้ชี้แจงความคืบหน้าและงบประมาณของทั้ง 3 โครงการ ตลอดจนการส่งมอบงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายสนธิญา ยืนยันว่าเคยยื่นเรื่องตรวจสอบกรณีดังกล่าวต่อ DSI ตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค.2568 และเคยทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอให้จัดระเบียบการเข้าพื้นที่ชายแดน โดยผู้ที่จะเข้าไปปฏิบัติงานหรือทำข่าวต้องได้รับอนุญาตและระบุวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน พร้อมอ้างว่าการดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อรักษาความเรียบร้อยในพื้นที่ ไม่ให้เกิดความขัดแย้งจากการเผยแพร่เนื้อหาบนสื่อออนไลน์
นายสนธิญา ระบุด้วยว่า ตนไม่ได้มีอคติหรือความขัดแย้งส่วนตัวกับ "กัน จอมพลัง" แต่เห็นว่าการทำงานเพื่อสังคมและการรับเงินบริจาคต้องตรวจสอบได้ พร้อมขอให้ประชาชนพิจารณาข้อเท็จจริงและหลักฐานจากทุกฝ่าย โดยย้ำว่าการยื่นหนังสือครั้งนี้เป็นการขอให้ตรวจสอบข้อสงสัย ยังไม่ใช่ข้อยืนยันว่าผู้ถูกร้องกระทำผิด



ข่าวที่เกี่ยวข้อง

