ฝรั่งเศสยังวุ่น ม็อบไม่เลิกรา ปลุกระดมต่อ ขู่ผละงาน5พ.ย.

ม็อบฝรั่งเศสไม่เลิก สหภาพแรงงานปลุกระดม “ครู-นร.-นศ.-ดับเพลิง” และสารพัดอาชีพที่ไม่พอใจปัญหาค่าครองชีพ ค่าแรง และสวัสดิการรัฐ ให้ออกมาร่วมชุมนุมกดดันรัฐบาลแบบยืดเยื้อ พร้อมประกาศนัดผละงานทั่วปท.ต่อวันที่ 5 พย.
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าการชุมนุมประท้วงในฝรั่งเศส ครั้งที่สองเมื่อวันเสาร์ที่ 24 ตุลาคมตามเวลาท้องถิ่น โดยกระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสเผยว่า มีประชาชน 410,000 คน เข้าร่วมเดินขบวน ขณะที่ทางการสนธิกำลังตำรวจทหาร 70,000 นาย ช่วยสกัดไม่ให้เกิดเหตุปล้นสะดมและทุบทำลายทรัพย์สินซ้ำรอยเหตุการณ์ความไม่สงบ ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการชุมนุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม
สำนักงานตำรวจฝรั่งเศสเผยว่า มีกำลังพลไม่เพียงพอสำหรับคงการประจำการเจ้าหน้าที่จำนวนมาก เพื่อควบคุมการประท้วงเหมือนวันเสาร์ที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา จึงต้องขอระดมกำลังทหารเข้ามาช่วยดูแลการประท้วง ซึ่งช่วยจำกัดเหตุการณ์ความไม่สงบ เหลือแค่การปะทะประปรายในหลายเมือง รวมถึงในกรุงปารีสและเมืองมาร์กเซย์
กระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสเผยว่า การประท้วงวันเสาร์ที่ผ่านมา มีผู้ประท้วงถูกจับ 1,314 รายตำรวจบาดเจ็บ 50 นาย ลดลงจากสัปดาห์ที่แล้วที่มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บกว่า 1,000 คน
ด้านความเคลื่อนไหวของสหภาพแรงงานฝรั่งเศสหลังการประท้วงวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม เรียกร้องให้มีการชุมนุมต่อเนื่อง หวังกดดันรัฐบาลต่อไป หลังที่ปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยครั้งใหญ่สามารถควบคุมความไม่สงบระหว่างการทั่วประเทศเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยแกนนำแรงงานเรียกร้องให้เดินหน้าชุมนุมวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคมอีกครั้ง และผละงานประท้วงทั่วประเทศวันที่ 5 พฤศจิกายน สืบเนื่องจากความผิดหวังต่อค่าแรง ค่าครองชีพและบริการสาธารณะที่ขยายวงกว้างออกไปไกลเกินกว่าความเคลื่อนไหวของนักเรียนนักศึกษา ที่เริ่มประท้วงเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา
มูเรียล กุยแบร์ต ผู้นำร่วมของสหพันธ์สหภาพแรงงานฝ่ายซ้าย Solidaires บอกกับ BFM TV ว่าความคับข้องหมองใจของพวกนักเรียนนักศึกษา แรงงาน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกลุ่มอื่น กำลังมาบรรจบกัน
พวกเราขอเรียกร้องให้ประชาชนออกมารวมตัวบนท้องถนนในวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม
ด้านสหภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา SUD ประกาศเข้าร่วมชุมนุมวันที่ 31 ตุลาคม ส่วน CGT สหภาพแรงงานขนาดใหญ่ ขอเวลาตัดสินใจก่อนว่าจะเข้าร่วมการประท้วงหรือไม่
ส่วนกลุ่ม «เสื้อกั๊กเหลือง(Yellow Vests)” ขบวนการภาคประชาชนที่ก่อตัวขึ้นในปี 2018 เพื่อต่อต้านการขึ้นภาษีเชื้อเพลิง เรียกร้องให้มีการชุมนุมครั้งใหญ่ในวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคมเช่นกัน ในนั้นรวมถึงการนั่งประท้วงบริเวณหน้าศาลาว่าการเมืองต่างๆ และหน้าอาคารสมัชชาแห่งชาติ
ขณะที่รัฐบาลฝรั่งเศสเริ่มเจรจากับสหภาพแรงงานและตัวแทนนักศึกษา พยายามคลี่คลายวิกฤตการณ์ดังกล่าว แต่บรรดาแกนนำผู้ประท้วงระบุ มาตรการที่รัฐบาลเสนอมาจนถึงขณะนี้ยังไม่เพียงพอ
การประท้วงครั้งนี้ส่งผลกระทบไปไกลเกินกว่าพรมแดนของประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันเสาร์(24ต.ค.) ตำรวจเบลเยียมใช้แก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทยระหว่างการปะทะกับกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลในกรุงบรัสเซลส์ ส่วนในแอลเบเนีย การประท้วงอย่างสงบที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคมได้แปรเปลี่ยนเป็นเหตุความไม่สงบที่รุนแรงในเดือนนี้ ขณะที่ในหลายเมืองของอิตาลีก็เกิดเหตุปะทะกันต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2 แล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

