'เจษฎา' เจ้าของเพลงฮิต 'หัวใจกระดาษ'-'วรพจน์' สมาคมดนตรีฯ ให้ข้อมูลคณะทำงาน 'สว.พิสุทธิ์' ถก 5 ปมร้อนดันแก้ กม.คืนสิทธิ

“เจษฎา หันช่อ” นักแต่งเพลงชื่อดัง“หัวใจกระดาษ" และ “วรพจน์ นิ่มวิจิตร" กรรมการบริหารสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมให้ข้อมูลคณะทำงานศึกษาแนวทางการพัฒนากฎหมายลิขสิทธิ์ฯ ถก 5 ปมใหญ่พัฒนากฎหมายลิขสิทธิ์เพลงไทย จี้แก้กฎหมายคืนลิขสิทธิ์-ตั้งมาตรฐานจัดเก็บรายได้
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ที่ห้องประชุม 203 ชั้น 2 อาคารรัฐสภา นายพิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) อดีตศิลปินชื่อดังในฐานะประธานคณะทำงานศึกษาแนวทางการพัฒนากฎหมายลิขสิทธิ์และระบบบริหารจัดการลิขสิทธิ์ เพื่อคุ้มครองสิทธิของศิลปินผู้สร้างสรรค์และผู้ประพันธ์เพลง เป็นประธานการประชุม ครั้งที่ 5/2569
การประชุมครั้งนี้ คณะทำงานได้เชิญผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเพลงตัวจริงมาให้ข้อมูลและสะท้อนปัญหา นำโดยนายวรพจน์ นิ่มวิจิตร กรรมการบริหารสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และนายเจษฎา หันช่อ นักประพันธ์เพลงชื่อดัง เจ้าของผลงานเพลงฮิตตลอดกาล อาทิ จันทร์, อสงไขย, หัวใจกระดาษ, เทียนที่อ่อนไฟ, นาทีเดียวกัน และชีวิตคือลม
โดยทั้งสองได้สะท้อนปัญหาและอุปสรรคในการดูแลลิขสิทธิ์ของคนดนตรี สรุปเป็น 5 ประเด็นสำคัญเพื่อนำไปสู่การศึกษาและปรับปรุงกฎหมาย
- นายวรพจน์ และ นายเจษฎา ได้สะท้อนโครงสร้างอุตสาหกรรมเพลงไทยยังขาดกลไกสนับสนุน ทั้งสองระบุว่าอุตสาหกรรมเพลงไทยยังขาดกลไกสนับสนุนผู้ประกอบวิชาชีพอย่างครบวงจร ทั้งด้านกฎหมาย การทำสัญญา การบัญชี และการบริหารรายได้จากการจัดเก็บลิขสิทธิ์ ทำให้ผู้สร้างสรรค์ต้องแบกรับภาระดำเนินการเอง มีต้นทุนสูงในการปกป้องสิทธิของตนเอง นอกจากนี้ยังขาดบุคลากรที่มีทักษะภาษาและศัพท์เทคนิค โอกาสเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ และสถานที่แสดงดนตรีในร่มขนาดใหญ่
- สะท้อนปัญหาอำนาจต่อรองไม่สมดุล สัญญาไม่เป็นธรรม นายเจษฎาและนายวรพจน์ ได้ยกประสบการณ์ตรงว่า ผู้ประพันธ์เพลงจำนวนมากขาดความรู้ด้านกฎหมาย ไม่เข้าใจขอบเขตการโอนสิทธิ ระยะเวลาการถือครอง และสิทธิในการได้รับส่วนแบ่งรายได้ ส่งผลให้ไม่ได้รับผลประโยชน์อย่างต่อเนื่องเมื่อมีการโอนสิทธิหรือเปลี่ยนผู้ดำเนินธุรกิจ จึงเสนอให้รัฐพัฒนามาตรฐานสัญญาขั้นต่ำที่ระบุประเภทสิทธิและวิธีคำนวณค่าตอบแทนให้ชัดเจน และศึกษาความเป็นไปได้ในการคืนสิทธิให้ผู้สร้างสรรค์เมื่อครบกำหนดหรือไม่มีการนำผลงานไปสร้างมูลค่า
- เสนอทบทวนกฎหมาย มาตรา 9, 10, 17, 18 ที่ประชุมได้หารือถึงความสัมพันธ์ระหว่างสถานะผู้สร้างสรรค์กับความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ที่อาจเป็นคนละคนหลังทำสัญญา โดยเสนอให้ศึกษาบทบัญญัติเกี่ยวกับงานที่เกิดจากการจ้างแรงงาน การจ้างทำของ การโอนลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะมาตรา 9 มาตรา 10 มาตรา 17 และมาตรา 18 รวมถึงศึกษาระยะเวลาคุ้มครองและประสบการณ์ต่างประเทศ กรณีอินเดีย
- ปัญหาการจัดเก็บ-จัดสรรรายได้ไม่โปร่งใส ทั้งสองคนสะท้อนว่า อัตราการจัดเก็บและสัดส่วนการแบ่งรายได้มีความแตกต่างระหว่างองค์กรจัดเก็บ ขณะที่ผู้สร้างสรรค์บางรายไม่สามารถตรวจสอบรายได้จากการใช้ผลงานได้ ทั้งจากการแสดงคอนเสิร์ต การนำเพลงไปร้องใหม่ และการเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ จึงเสนอให้ศึกษามาตรฐานกลางที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์การรายงานและจัดสรรรายได้ที่ตรวจสอบได้
- เสนอให้รวมกลุ่มวิชาชีพเข้มแข็ง ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าควรส่งเสริมการรวมตัวของนักแต่งเพลง ศิลปิน และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองและพัฒนากลไกดูแลผลประโยชน์ร่วมกัน โดยเชื่อมโยงกับองค์กรวิชาชีพกฎหมายเพื่อให้คำปรึกษาและตรวจสอบสัญญา รวมถึงดูแลผู้สร้างสรรค์รุ่นเก่าและทายาทที่อาจขาดข้อมูลสถานะสิทธิและช่องทางรับค่าตอบแทน
การให้ข้อมูลของนายวรพจน์ และนายเจษฎา ในครั้งนี้ ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่คณะทำงานจะนำไปใช้ประกอบการศึกษาแนวทางการปรับปรุงกฎหมายลิขสิทธิ์ดนตรีของประเทศไทยให้มีความเป็นธรรมและคุ้มครองผู้สร้างสรรค์มากยิ่งขึ้นต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง













