ส่ง50ทีมลุย5จังหวัด สอบรง.เถื่อน เริ่มล้อมคอก2พฤศจิกา

ส่ง50ทีมลุย5จังหวัด
สอบรง.เถื่อน
เริ่มล้อมคอก2พฤศจิกา
ชาวปราจีนฯฮือจี้สั่งปิด
“วราวุธ” ตั้ง 50 ชุดทำงาน ลุยตรวจโรงงานเสี่ยงผิด ก.ม.ใน 5 จังหวัด กว่า 1,500 แห่ง ส่วนชาวปราจีนฯ สุดทนรวมตัวคัดค้านโรงขยะ ปล่อยน้ำเสีย จนลำคลอง-ทุ่งนา น้ำเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็น ด้านฉะเชิงเทรา น้ำทะเลหนุน 20 นาที ท่วมชุมชนริมแม่น้ำบางปะกง อ่วม ขณะที่ภาคใต้ ยังมีฝนตกหนัก
เมื่อวันที่ 27ตุลาคมที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม กล่าวถึงกรณีกรมศุลกากรตรวจพบตู้คอนเทนเนอร์ลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ ว่าต้องตรวจสอบว่าปลายทางเป็นโรงงานที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมโรงงานหรือไม่ หากได้รับอนุญาตก็ต้องตรวจสอบอีกว่าขยะที่นำเข้ามาตรงกับที่สำแดงหรือไม่ เพราะบางครั้งมีการอ้างว่าจะนำขยะอิเล็กทรอนิกส์ไปทำลายที่ปลายทาง แต่ปลายทางไม่มีอยู่จริง พร้อมขอบคุณกรมศุลกากรที่ตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ก่อนออกจากท่าเรือฯ ซึ่งช่วยลดปริมาณความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้ เพราะถ้าออกจากพื้นที่ท่าเรือแล้ว จะให้กลับไปใหม่ก็ยาก
เมื่อถามว่าจะต้องกำชับกรมโรงงานให้ดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ตนได้สั่งการผ่านปลัดกระทรวงฯ ให้ตั้งทีม 50 ทีม ประกอบด้วย อุตสาหกรรมจังหวัดและเจ้าหน้าที่จากทั่วประเทศ ลงพื้นที่ซึ่งมีความเสี่ยง 5 จังหวัด คือ ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ และปราจีนบุรี ซึ่งปัจจุบันมีโรงงานลำดับที่ 105, 106 ประมาณ 3,049 โรงงาน อยู่ใน 5 จังหวัดเสี่ยง ประมาณ 1,500 โรงงาน และวันที่ 2 พฤศจิกายนนี้ จะไปตรวจทุกโรงงาน หากไม่ได้มาตรฐานจะดำเนินการตามกฎหมาย และให้ทีมที่ลงไปประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย เชื่อว่าภายในสิ้นปีนี้จะเริ่มเห็นโรงงานที่ผิดกฎหมายทยอยปิดตัว และปี 2570 จะพยายามกำจัดโรงงานเหล่านี้ให้หมดไปรวมถึงขอให้ช่วยกันสอดส่อง หากมีคนต่างถิ่นเข้ามาทำกิจกรรมใดๆ ขอให้แจ้งกระทรวงอุตสาหกรรม หรือสายด่วน 1564 เราจะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ
นายวราวุธกล่าวอีกว่า จะร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพราะเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีกำชับในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์ที่ผ่านมา และทุกครั้งที่มีโอกาสพบ คาดว่าภายในสัปดาห์นี้น่าจะมีคำสั่งจากสำนักนายกฯ เพิ่มเติมส่วนการระงับการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ จะกระทบกับอุตสาหกรรมรีไซเคิลของประเทศไทยหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า คงไม่ได้ระงับ ต้องหารือกันก่อน เพราะประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าไม่ได้จะระงับสิ่งใดเข้ามา แต่เชื่อว่าเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่ต้องร่วมกันตรวจไม่ให้มีการสำแดงเท็จเข้ามา และสิ่งสำคัญคือการตรวจว่าเอาอะไรเข้ามา และสำแดงหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ชาวบ้านใน อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี รวมตัวกันกว่า 500 คน ลงชื่อคัดค้านโรงงานขยะ ที่วัดหนองสะแก ต.โคกปีบ โดยนางพรรณี มีชัย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ต.โคกปีบ นำขบวนจักรยานยนต์พ่วงข้าง และจักรยานยนต์ เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม อ.ศรีมโหสถ พร้อมนำตัวอย่างน้ำเสีย มามอบให้เจ้าหน้าที่ เพื่อเรียกร้องให้ปิดโรงงานและขนย้ายขยะพิษออกจากพื้นที่ดังกล่าว
นางพรรณี กล่าวว่า ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากโรงงานดังกล่าว ซึ่งทำให้น้ำเน่าเสีย ส่งกลิ่นเหม็น และมีคราบน้ำมันกระจายเต็มทุ่งนา ลำคลอง และแหล่งน้ำ ภายหลังโรงงานอุตสาหกรรม ปล่ยอน้ำเสียออกมา จึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐ เร่งแก้ปัญหา ยืนยันว่าชาวบ้านไม่ต้องการให้มีขยะพิษในพื้นที่
ด้านนายชูชาติ พิพัฒน์ศรัทธา นายอำเภอศรีมโหสถได้รับหนังสือร้องเรียน พร้อมระบุว่า จะนำเรื่องเสนอต่อ ผวจ.ปราจีนบุรีเพื่อพิจารณาดำเนินการโดยเร็ว
ที่ จ.ฉะเชิงเทรา ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์น้ำทะเลหนุนในเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา โดยเฉพาะภายในซอยเทพคุณากร 1ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งพบว่าบ้านเรือนริมแม่น้ำบางปะกง มีน้ำทะลักท่วมอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที จนสร้างความโกลาหล เนื่องจากหลายครอบครัวเตรียมรับมือไม่ทัน เพราะคิดว่าสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายแล้ว โดยนำกระสอบทรายออกไป แต่กลับต้งอเผชิญน้ำท่วมกะทันหัน ส่วนบางหลังเก็บข้าวของเพื่อเตรียมไปซ่อมแซม หลังจากน้ำลด กลับต้องถูกท่วมซ้ำอีก
ทั้งนี้ แม้ว่าบางบ้านจะเร่งนำเครื่องสูบน้ำและไดโว่มาสูบน้ำออก แต่น้ำก็ไหลย้อนเข้ามาอย่างรวดเร็วเนื่องด้วยน้ำทะเลหนุนสูง
นางลาวัลย์ โตเจริญ อายุ 73 ปี เปิดเผยว่า ตลอดชีวิตไม่เคยพบเห็นน้ำท่วมหนักขนาดนี้ปีนี้ถือว่าหนักมาก เมื่อเห็นน้ำเริ่มขึ้นจึงต้องรีบช่วยกันยกข้าวของหนีน้ำ แม้จะสามารถขนย้ายได้ทันบางส่วน แต่ก็ยังรู้สึกกังวล เพราะน้ำมีลักษณะขึ้นๆ ลงๆ ยังไม่แน่ใจว่าจะกลับมาท่วมอีกเมื่อใด น้ำท่วมครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านเป็นวงกว้าง สร้างความลำบากในการใช้ชีวิตประจำวัน
ขณะเดียวกัน จากการสำรวจพื้นที่ถนนหลายสายในเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา พบว่ามีน้ำเริ่มเอ่อขึ้นมาบนผิวการจราจร แต่ระดับน้ำยังไม่สูงมากทั้งถนนศรีโสธรตัดใหม่ ถนนหน้าเมือง ถนนเรืองวุฒิ ถนนมรุพงษ์ริมน้ำ โดยบริเวณวงเวียน ด้านหลังมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ใกล้วัดโสธรวรารามวรวิหาร มีน้ำท่วมขังประมาณ 10-15 เซนติเมตร รถยนต์และจักรยานยนต์ ยังสามารถสัญจรผ่านได้
วันเดียวกัน นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วม จ.ภูเก็ต ว่าเป็นเรื่องของน้ำหลากและดินสไลด์ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา ต้องชื่นชมพื้นที่ ซึ่งมีความเข้มแข็ง มีการระดมกำลังจัดการค่อนข้างดี และเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ได้ไปดูหน้างานพบว่ามีการเคลียร์พื้นที่ได้แล้วประมาณ 80% ยังเหลือบางส่วน และถนนสามารถสัญจรได้ตามปกติ เหลือเพียงพื้นที่ดินสไลด์ลงมา คาดว่าภายในวันเดียวกันนี้จะสามารถจัดการได้เรียบร้อย และกลับสู่สถานการณ์ปกติอย่างไรก็ตาม ในพื้นที่มีการเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ เนื่องจากวันที่ 28-29 ตุลาคมนี้ จะมีฝนตกในพื้นที่ภาคใต้ค่อนข้างหนาตัว
เมื่อถามว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะได้รับเงินเยียวยาจากประกันภัยพิบัติแห่งชาติหรือไม่ นายวรศิษฎ์กล่าวว่า ต้องดูว่าเข้าเงื่อนไขหรือไม่ ปกติหากท่วมไม่ครบ7วัน แต่บ้านเรือนเสียหาย ก็ถือว่าเข้าเกณฑ์ ซึ่งตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ทางจังหวัดได้เปิดรับข้อมูลเรื่องการเยียวยาประชาชนในพื้นที่ โดยกำชับ ให้เร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด ซึ่งเงินก้อนนี้อาจไม่สามารถทดแทนสิ่งที่เสียได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยก็เป็นการเยียวยา ที่รัฐบาลจะต้องเข้าไปช่วยเหลือประชาชน
เมื่อถามย้ำว่า หลังจากประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ จะเข้าเกณฑ์กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ใช่หรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ถูกต้อง ซึ่งเป็นส่วนที่ประกันจะต้องเข้ามาดูแล และหลังจากนี้จะมีการประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ แม้ว่าจะมีการประกาศย้อนหลังก็เข้าหลักเกณฑ์
ด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ออกประกาศฉบับที่ 6 (26/2569) เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีผลกระทบถึงวันที่ 28 ตุลาคม2569 โดยบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนตกต่อเนื่อง พร้อมกับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่งบริเวณ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี จ.นครศรีธรรมราช จ.พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และ จ.นราธิวาสขอให้ประชาชนระวังอันตรายที่เกิดจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนที่ตกหนักถึงหนักมาก และปริมาณฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้พื้นที่เสี่ยงภัยเกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ คลื่นลมบริเวณอ่าวไทย บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่ฝนฟ้าคะนอง
รายงานจากโครงการชลประทาน จ.สงขลา แจ้งว่า อ่างเก็บน้ำขนาดกลางในพื้นที่ทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำคลองสะเดา อ่างเก็บน้ำคลองหลา และอ่างเก็บน้ำคลองจำไหร มีปริมาณน้ำรวมประมาณ 28.81 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ขณะที่สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำย่อยคลองอู่ตะเภาจากสถานีตรวจวัดทั้ง 5 แห่ง ยังอยู่ในภาวะปกติ โดยระดับน้ำเฉลี่ยต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 5.71 เมตร และมีแนวโน้มทรงตัว
ขณะที่นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ได้จัดส่งข้อมูลผู้ประสบภัยที่ผ่านการรับรองจากจังหวัดและกทม.ให้ธนาคารออมสิน เพื่อโอนเงินเยียวยาให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ต่างๆเพิ่มเติม โดยเป็นข้อมูลที่ผ่านการยืนยันรับรองจากจังหวัด/ กทม.ใน 7 จังหวัด รวม 172,920 ครัวเรือน เป็นเงินทั้งสิ้น 1,151,512 ล้านบาท ได้แก่ จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี บุรีรัมย์ นครสวรรค์ สมุทรสงครามและกทม.
ทั้งนี้ ธนาคารออมสินจะเริ่มทยอยโอนเงินเข้าบัญชีประชาชนตั้งแต่เวลา 11.00 น.เป็นต้นไป ซึ่งประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะเงินเยียวยาได้ทางเว็บไซต์ https://relief.disaster.go.th/ และผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐสำหรับข้อมูลการเยียวยาปัจจุบัน ปภ.และธนาคารออมสิน โอนเงินเยียวยาให้ผู้ประสบภัยแล้ว 1,215,480 ครัวเรือน รวมเป็นเงิน 9,270.972 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ 54 จังหวัด และจะเร่งโอนส่วนที่เหลืออย่างต่อเนื่องให้ถึงมือประชาชนโดยเร็ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

