ไม่เว้นแม้ภูมิใจไทย! จ่อเรียก ตร.ไซเบอร์ ไล่เช็กเส้นเงินแหล่งเงินบริจาคทุกพรรคการเมือง เตือนพรรคไหนพัวพันธุรกิจสีเทา-เว็บพนัน เสี่ยงถูกยื่นยุบพรรค

'กมธ.ตำรวจ' ฮึ่ม! เตรียมเรียก 'ตำรวจไซเบอร์' ช่วยไล่เช็กเส้นทางการเงิน-ตัวกลาง-แหล่งบริจาค 'ทุกพรรคการเมือง' ครอบคลุมรวม 'ภท.' ด้วย ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เตือนพรรคไหนพัวพันธุรกิจสีเทา-เว็บพนัน-นอมินี-แก๊งฉ้อโกง เสี่ยงถูกยื่นยุบพรรค
เมื่อวันที่ 28 ต.ค.2569 นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า กมธ.การตำรวจฯ จะเชิญกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์เข้ามาร่วมตรวจสอบเส้นทางการเงินและแหล่งที่มาของเงินบริจาคพรรคการเมืองทุกพรรคอย่างเป็นระบบ ยืนยันว่าการตรวจสอบครั้งนี้จะครอบคลุมถึงพรรคภูมิใจไทยด้วย เพื่อสร้างความโปร่งใสและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
นายวัชรพงศ์ กล่าวต่อว่า การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่มีการตั้งคำถามและยื่นเรื่องตรวจสอบกรณี น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย พร้อมสามี ถูกตั้งข้อสงสัยว่ามีส่วนพัวพันกับเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ต่างชาติ จนนำไปสู่การขยายผลยื่นยุบพรรคการเมือง ซึ่งเมื่อพิจารณาจากข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นกับ น.ส.สุชาดา ตนเห็นว่ามีความจำเป็นต้องใช้บรรทัดฐานและมาตรฐานเดียวกันในการตรวจสอบพรรคการเมืองอื่นด้วยเช่นกัน
ประธาน กมธ.การตำรวจฯ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาปรากฏกระแสข่าวอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับสมาชิกพรรค ผู้สมัครสส. ตลอดจนสส. ของหลายพรรคการเมือง ทั้งในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ และกรุงเทพมหานคร เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมายในหลากหลายพฤติกรรม ทั้งพนัน นอมินี ฉ้อโกงหลอกลวงประชาชน โดยหลายคดีอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ขณะที่บางคดีถูกส่งฟ้องต่ออัยการแล้ว ดังนั้น การเชิญตำรวจไซเบอร์เข้ามาร่วมตรวจสอบในครั้งนี้ จึงมีเป้าหมายสำคัญเพื่อพิสูจน์ให้เห็นชัดเจนว่า เงินบริจาคที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับมานั้นเป็นเงินที่ถูกกฎหมาย เป็นเงินสะอาด หรือมีเงินสีเทาปะปนอยู่หรือไม่
นายวัชรพงศ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากเรื่องแหล่งที่มาของเงินแล้ว จะประสานให้ตำรวจไซเบอร์ เข้าไปตรวจสอบเชิงลึกเกี่ยวกับระบบชำระเงิน หรือ Payment Gateway ที่พรรคการเมืองใช้รับโอนเงินบริจาคจากประชาชน ว่าได้ดำเนินการอย่างถูกต้องตามขั้นตอนและมาตรฐานทางกฎหมายหรือไม่ หลังทราบว่าเจ้าของ Payment Gateway กำลังถูกดำเนินคดีเรื่องฉ้อโกงประชาชน ทั้งนี้ หากตรวจสอบพบความผิด ย่อมมีอำนาจสืบสวน ขยายผล และประสานงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รวมถึงส่งมอบข้อมูลหลักฐานให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือสำนักงาน ป.ป.ช. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
“เมื่อมีการเปิดแผลและเปิดเผยข้อมูลเงินบริจาคอย่างตรงไปตรงมา สังคมจะได้เห็นกันชัดๆ ว่าพรรคการเมืองไหนกันแน่ที่จะต้องมีหนาว เพราะหากตรวจพบว่ามีการดึงเงินสกปรกหรือเงินสีเทาจากการต้มตุ๋นฉ้อโกงประชาชนเข้ามาหมุนเวียนในระบบการเมือง พรรคเหล่านั้นก็สุ่มเสี่ยงที่จะถูกยื่นยุบพรรคไปด้วยเช่นกัน” ประธานกมธ.การตำรวจ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

