เอ็ดดี้ ถอดรหัส ปม บุ๋ม ปนัดดา เมื่อความไว้ใจกลายเป็นคำถาม ทั้งที่ดิน 100 ไร่-คนใกล้ตัว

28 ตุลาคม 2569 นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ "เอ็ดดี้" นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เมื่อความไว้ใจกลายเป็นคำถาม บุ๋มกับปมคนใกล้ตัวและที่ดิน 100 ไร่
#อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ
ข่าวข้อกล่าวหาว่า “ก็อต อธิป” สามีบุ๋ม กับปมที่ดิน 100 ไร่ซึ่งมีการเข้าไปใช้พื้นที่ใน ต.ศรีกะอาง อ.บ้านนา จ.นครนายก ทำสนามวิ่งเทรลและรีสอร์ต โดยตั้งคำถามว่าเป็นการรุกป่าสงวนหรือไม่ โดยในวันที่ 27 ตุลาคมว่า มทบ.12 แจ้งความกรณีบุกรุกที่ราชพัสดุแล้ว
คุณบุ๋มกล่าวว่า “เรื่องที่ดินถ้าจะบอกว่าสามีกรรยาไม่รู้เลยได้ยังไง ต้องบอกว่าไม่รู้จริงๆ บุ่มไม่เคยแม้กระทั่งได้ไปสถานที่นั้น แล้วเขาก็ไม่ให้ไปด้วย แต่คนอื่นได้ไปนะ”
เรื่องนี้ว่าช็อคสังคมแล้ว ในฐานะที่แอบส่งกำลังคุณบุ๋มในภารกิจจิตอาสามาโดยตลอด
ช็อคที่ 2 ตามมา on top ด้วย นั่นคืออีกประเด็นที่ได้รับความสนใจ คือชื่อของ “แบมบี้ สิรินโสพิศ ปัจฉิมสวัสดิ์” ซึ่งถูกพาดพิงในรายงานข่าวเกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างบุ๋มกับก็อต
ในการแถลง คุณบุ๋มกล่าวถึงน้องคนสนิทที่รู้จักกันมากกว่า 10 ปี โดยบุ๋มย้ำด้วยว่า ไม่ใช่ลูกบุญธรรม แต่เป็นคนที่สนิทมาก เข้าออกบ้านได้ และกล่าวว่าอีกฝ่ายมาที่บ้านช่วงที่ตนไม่อยู่ รวมถึงไปสนามวิ่งเทรล ทั้งที่บุ๋มเองไม่เคยไป
ซึ่งสื่อเชื่อมโยงและรายงานชื่อแบมบี้ในประเด็นความสัมพันธ์
และที่ฮือฮาเมื่อบุ๋มกล่าวถึง น้องคนสนิทอัดเสียงระหว่างที่เธอถูกสามีต่อว่า และมีการพูดว่าจะปล่อยคลิปหากเธอพูดถึงเรื่องนี้
ผมไม่รู้จัก น้องแบมบี้ มาก่อน แต่มีคลิปที่คุณบุ๋มและน้องแบมบี้ไปสมัครเป็นทหารขึ้นมาในฟีด ซึ่งพอดูไปครั้งหนึ่งก็มีตามมาตลอด มันเป็นคลิปที่เผยถึงความสัมพันธ์ที่น่ารักๆ ของผู้หญิง 2 คน และน้องแบมบี้จะเรียกบุ๋มว่า แม่ ตลอดเวลา ซึ่งผมก็เข้าใจว่า เป็นสาวสาวยระดับนางงาม 2 คนที่ทำงานเพื่อสังคม
ไม่คิดว่า จะมีข่าวช็อคความรู้สึกได้ขนาดนี้
คุณบุ๋มยังพูดว่า เรื่องผู้ชายยังไม่เจ็บเท่านี้ เพราะเธอรักน้องคนนี้มาก
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเหล่านี้เป็นคำกล่าวจากฝ่ายคุณบุ๋มตามที่สื่อนำเสนอ จึงต้องแยกจากข้อเท็จจริงที่ได้รับการตรวจสอบยืนยัน และเปิดพื้นที่ให้ผู้ถูกพาดพิงชี้แจงด้วย
หากมองอีกมุม มุมของพุทธศาสนา ก็อาจมีคนพูดกันว่า ดูสิ ขนาด บุ๋ม ปนัดดา คนที่เป็นจิตอาสาทำภารกิจสาธารณประโยชน์มาโดยตลอด ซึ่งเหมือนการได้ทำบุญมายาวนาน เราควรเห็นผลบุญสนอง แต่กลับมีวิบากกรรมหนักไม่น้อย
ซึ่งเราไม่มีทางรู้เพราะไม่มีใครจำได้ว่า ชาติที่แล้วๆ มาเราทำบาปทำกรรมอะไรไว้ เมื่อเกิดมาในชาตินี้ได้ทำบุญกุศลมาทั้งชีวิต ก็ยังประสบวิบากกรรมจากกรรมเก่าเมื่อปางก่อนตามมาสนองอยู่ดี
เรื่องนี้ไม่ใช่สภาษิตภาคพิสดารที่ว่า ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป
พุทธศาสนาสอนเรื่องบุญกรรม ใครทำบุญ บุญก็จะส่งผล
ในทางเดียวกัน ใครทำบาป บาปกรรมก็ส่งผลเช่นกัน บุญไม่สามารถลบบาปได้ แต่ทำบุญมากๆ ก็ส่งผลให้บาปกรรมตามมาไม่ทันได้
ถ้าจะให้ฝากอะไรถึงคุณบุ๋ม ผมอยากฝากคติประจำใจข้อหนึ่งที่ผมใช้เตือนตัวเองเสมอว่า
สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา ไม่ว่าดีหรือร้าย “ล้วนดีหมด”
คำว่า “ดีหมด” ในความหมายของผม ไม่ได้แปลว่าเราไม่เจ็บปวด หรือควรยินดีกับความสูญเสีย แต่หมายความว่า แม้แต่เรื่องที่ทำให้เราเสียใจที่สุด ก็ยังอาจกลายเป็นบทเรียนสำคัญอีกหน้าหนึ่งของชีวิต ทำให้เรารู้จักคน เข้าใจชีวิต และมองเห็นคุณค่าของตัวเองชัดขึ้น
เรื่องดีมอบความสุขให้เรา ส่วนเรื่องร้ายก็อาจมอบปัญญาให้เราได้เช่นกัน
ผมจึงบอกตัวเองเสมอว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต ไม่ว่าดีหรือร้าย “ล้วนดีหมด” หากเราเรียนรู้จากมัน และนำบทเรียนนั้นมาดูแลชีวิตที่เหลืออยู่
เสียใจได้ ร้องไห้ได้ ผิดหวังกับคนหรือกับชีวิตได้ ไม่จำเป็นต้องฝืนเข้มแข็งตลอดเวลา คนหกล้มย่อมเจ็บ และบางครั้งก็ต้องใช้เวลากว่าจะลุกไหว
แต่เมื่อมีกำลังแล้ว ก็ค่อย ๆ ลุกขึ้น ปัดฝุ่น แล้วเดินต่อไป เราไม่จำเป็นต้องทิ้งชีวิตทั้งชีวิตไว้ตรงจุดที่ใครบางคนทำให้เราเจ็บ
เดินหน้าทำความดีและสร้างบุญกุศลต่อไป พร้อมกับดูแลหัวใจตัวเองให้ดี ความเมตตาที่เรามอบให้คนอื่น ก็ควรเผื่อไว้ให้ตัวเราเองด้วย
เราอาจห้ามเรื่องร้ายไม่ให้เข้ามาในชีวิตไม่ได้ แต่เราค่อย ๆ สร้างกำลังใจและปัญญา เพื่อไม่ให้เรื่องร้ายเหล่านั้นพรากความสงบไปจากเราทั้งหมดได้
เดินหน้าทำความดีและสร้างบุญกุศลต่อไป สร้างบุญให้เยอะๆ เยอะจนกรรมเก่ามันตามไม่ทัน เมื่อนั้นเราก็จะมีแต่เรื่องสบายใจ
ขอให้คุณบุ๋มผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ และกลับมามีรอยยิ้มที่สบายใจอีกครั้งครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

