ณัฐพงษ์ ยันเดินหน้าตรวจโซลาร์ภาคประชาชน ป้องเอื้อกลุ่มทุนใหญ่ จี้ดัน‘แบตเกลืออีสาน’

‘ณัฐพงษ์’ยัน เดินหน้าตรวจโซลาร์ภาคประชาชน ป้องเอื้อประโยชน์ทุนใหญ่ ขอรัฐดัน ‘แบตเกลือภาคอีสาน’ เป็นอุตสาหกรรมอนาคตชี้ไทยมีศักยภาพใช้ Local Content เกือบ 100%
วันที่ 28 ตุลาคม 2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการโซลาร์ภาคประชาชนที่เปิดให้ลงทะเบียน ซึ่งพรรคประชาชนเคยตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการเอื้อกลุ่มนายทุนแล้วจะมีการตรวจสอบหรือไม่ ว่า เรื่องการตรวจสอบความสัมพันธ์ว่ามีการเอื้อกลุ่มทุนที่จะเข้ามารับเหมาโครงการหรือไม่เราเดินหน้าตรวจสอบอย่างเต็มที่แน่นอน แต่อยากพูดอีกภาพหนึ่งนอกจากการทำหน้าที่ตรวจสอบ คือการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือแหล่งกักเก็บพลังงาน การติดตั้งโซลาร์ความจริงไม่ได้สามารถผลิตได้ 24 ชั่วโมง
การเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานที่สำคัญการอีกอย่าง คือ การติดตั้งแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่อยู่ในระบบกริด ไม่ใช่อยู่ในบ้านประชาชนทั่วไป ซึ่งตอนนี้ทางมหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ KKUVOLT มีแนวทางองค์ความรู้และโรงงานผลิตแบตเตอรี่เกลือ ใช้องค์ความรู้ของคนไทยมีแร่เกลือใต้พื้นดินภาคอีสาน พี่มีความบริสุทธิ์เหมาะสมจะมาทำแบตเตอรี่เกลือมากเพียงพอขาดอย่างเดียว คือ ความชัดเจนจากนโยบายของรัฐบาล ตนไปดูงานมาด้วยตัวเอง คุณภาพและราคาที่ออกมาสามารถแข่งขันได้กับตลาดโลก อาจารย์ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นขออย่างเดียวว่า รัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจนว่าเรามีแผนเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานเท่าไหร่ ถ้ามีทิศทางและตลาดรองรับชัดเจนนักลงทุนก็พร้อมมาลงทุน
นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวว่า ห่วงโซ่อุปทาน หรือ supply chain ของการผลิตแบตเตอรี่เกลือเพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงานใช้เงินลงทุนแค่ประมาณ 2-3 หมื่นล้าน สามารถใช้โลคอลคอนเทนต์ ในประเทศไทยได้เกือบทั้งหมดเราไม่สามารถผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนได้ แต่เรามีแหล่งแร่เกลือในไทย ใช้โลคอลคอนเทนต์ ได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์
"อยากเห็นทิศทางที่ชัดเจนจากผู้บริหารประเทศ ว่ารัฐบาลพร้อมที่จะมีแนวทางส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคตในประเทศย่อยไทยอย่างไรบ้าง ซึ่งเรามีความได้เปรียบตรงนี้ด้วย " นายณัฐพงษ์กล่าว
เมื่อถามว่าถ้าประชาชนเข้าร่วมโครงการน้อยจะสะท้อนว่าโครงการนี้ล้มเหลวไม่คุ้มค่ากับเงินกู้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องโซลาร์ภาคประชาชนโดยในหลักใหญ่สอดคล้องกับนโยบายและทิศทางของพรรคประชาชนอยู่แล้วเพียงแต่วิธีการปฏิบัติและรายละเอียดบางอย่างอาจมีปัญหาอยู่บ้าง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรื่อง หลักความเป็นธรรมด้วยส่วนหนึ่งและเรื่องความโปร่งใสไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้รับเหมาที่เข้ามารับโครงการ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

