รอบรั้วเมืองใต้ : 29 ตุลาคม 2569

รอบรั้วเมืองใต้ในหนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับนี้ ผู้เขียนขอเข้าร่ายข่าวสังคม ชมคนที่ควรชม ข่มคนที่ควรข่ม ตามวิสัยคนหนังสือพิมพ์อาชีพ ที่เห็นมาอย่างไร ก็เขียนไปอย่างนั้น.....หนักไปข้างหน้าทุกวัน สำหรับ เศรษฐกิจ โดยรวมของประเทศ และปัญหา ปากท้อง ของประชาชน ที่ ราคาสินค้า แพงทั้งแผ่นดิน แต่ ค่าแรง ของผู้ใช้แรงงาน และ เงินเดือนภาคเอกชน เท่าเดิม และ รายได้ของ รากหญ้า ต่ำลง จาก เศรษฐกิจที่ ตกต่ำ ต้องอยู่แบบชักหน้าไม่ถึงหลัง คำว่า หาเช้ากินค่ำ ไม่มีแล้ว มีแต่หาเช้ากินเช้า หาค่ำกินค่ำ ถ้าวันไหน หาไม่ได้หมายถึง ต้องอดกิน.... ส่วน รายได้จะนำเข้าประเทศ เป็นศูนย์ การส่งออกข้าวปีนี้ของประเทศไทย ลดลง 20 % รายได้ จากต่างประเทศไม่มีเข้าประเทศ รัฐบาล ทำได้อย่างเดียวคือกู้ เพื่อมาแจกประชาชน ส่วนการ สร้างงาน และการ ลงทุน ไม่มี นโยบาย เศรษฐกิจ ของ รัฐบาลอนุทิน 2ที่มี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส เป็น หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ในฐานะ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ บอกว่าอีก 2 ปี เศรษฐกิจไทยจะดีขึ้น ปัญหาคือกว่าจะถึง 2 ปี คนไทยจะรอไหวหรือไม่ และกลุ่ม เอสเอ็มอี จะเหลือสักกี่ราย ถ้า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี คิดเรื่อง เศรษฐกิจ และ ปากท้อง ของ ประชาชนได้เพียงนี้ เชื่อ เถอะเชื่อ รัฐบาลนี้ จะอยู่ไม่ยาว....และ หลังการ อภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่ เสร็จสิ้นไปแล้ว และ ประชาชน ก็ได้รับฟังกันแล้ว ซึ่งเป็นการ เปิดแผล จาก ฝ่ายค้าน ทั้งจากพรรคประชาชน และประชาธิปัตย์ ถ้ามีการ ปรับ ครม.เกิดขึ้น เพื่อ ปรับปรุง ครม. ที่เป็น แผลเหวะหวะ ทั้งตัว รัฐมนตรี คนนอก ที่ถูก จับตามองมากที่สุด คือ ศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ ประชาชน เห็นว่า ผลงานที่ผ่านมา แก้ปัญหา สินค้าแพง ไม่ได้ แม้แต่ นโยบาย สินค้าราคาถูก ทั้ง ธงฟ้า และ รถพุ่มพวง ก็ ทำได้ไม่ ครอบคลุมทุกพื้นที่ รวมทั้ง ยิ่งนานวัน ยิ่งกลายเป็น เสนาบดี ที่ไม่มี ตัวตน.... จับตามอง โครงการไฟฟ้าโซล่ารูฟท็อป ที่ รัฐบาลใช้งบประมาณ 50,000 ล้าน เพื่อให้ ประชาชน ติดตั้ง โซล่าร์เซลล์ที่บ้าน โดยให้เปล่า 50,000 บาท ส่วนมี่เหลืออีกทั้งหมดประมาณ 100,000กว่าบาท รัฐบาลจะให้ กู้กับ ธนาคาร ของรัฐ โดยไม่ต้องมีหลักประกัน และ ประชาชน เป็นผู้ผ่อนส่ง โดยมีดอกเบี้ยในราคาถูก ส่วนไฟฟ้าที่เหลือจากการใช้ ขายให้กับ กฟผ. เพื่อ จ่ายหนี้ให้กับ ธนาคาร โครงการนี้ ฟังดู สวยหรู แต่อาจมีเรื่อง แอบแฝง ประเด็นแรก เป็นการ ชวนคนไทยทั้งประเทศ สร้างหนี้ ที่ต้องจ่าย ดอกเบี้ย และการจ่ายคืน เงินต้น จากการขายไป จะเป็นไปได้แค่ไหน ยังน่าสงสัย หลังการติดตั้ง การบำรุงรักษาต้องมี และ อุปกรณ์ที่ใช้ คือ แผงโซล่าร์เซลมีคุณภาพแค่ไหน สุดท้าย ประชาชน อาจจะไม่ต้องจ่ายค่าไฟ แต่ต้อง จ่ายหนี้ ธนาคาร พร้อมดอกเบี้ย และ ที่สำคัญ โครงการนี้มีเงินทอน เข้ากระเป๋า นักการเมือง หรือไม่ .... อีกเรื่อง ที่ต้องมีการ ตรวจสอบ คือเรื่องการ ประกันภัยพิบัติ ในวงเงิน 15,000 ล้านบาท ซึ่งมีการ ซื้อประกันไปแล้ว และ ซื้อจาก บริษัทไหน ยังไม่มีใครทราบ แต่ ประเด็น คือ การ ซื้อประกันภัย นั้น ผู้ซื้อได้ คอมมิชชั่น จาก บริษัท 20 % สิ่งที่ รัฐบาล ยังไม่ได้บอกประชาชนคือ คอมมิชชั่น 20% นั้น อยู่ตรงไหน หักลดจากเงินประกัน หรือ เข้ากระเป๋า ใคร ทั้ง 2 เรื่อง เป็นเรื่องที่ อาจจะ มีเรื่องทุจริต คอร์รัปชั่น เกิดขึ้น เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ พรรคฝ่ายค้าน ต้องดำเนินการ ตรวจสอบ เพื่อให้มีความ โปร่งใส และ รักษาผลประโยชน์ ของประเทศและประชาชน.... ตำรวจไซเบอร์ โดย พล.ต.ท. ทินกร รังมาตย์ ผู้บัญชาการ ส่ง เจ้าหน้าที่เข้าจับกุม เว็ปพนันออนไลน์ ที่ จ. สงขลา และ สุราษฎร์ธานี ได้ผู้ต้องหา 12 คน พบว่ามีวงเงินหมุนเวียน เกือบ 400 ล้าน ทราบว่า ผู้อยู่เบื้องหลัง คือ กลุ่มนักการเมือง และ ลูก หลาน ของคนมีสี ที่อยู่ใน ก๊วนการเมือง ทั้ง ส่วนกลาง และ ท้องถิ่น แสดงให้เห็นว่า เว็ปการพนัน ที่ สงขลา จับเท่าไหร่ก็ไม่หมด เพราะ เจ้าของเว็ปตัวจริง ยังอยู่ จับไปก็ เปิดใหม่ได้ และ มี หน่วยงาน ที่ เรียกรับประโยชน์ หลายหน่วยด้วยกัน แต่ก็ยังดีที่อย่างน้อย ยังมี ตำรวจไซเบอร์ ลงมา จับกุม เป็น ระยะๆ เพื่อสร้างความ เสียหาย ให้กับกลุ่มทุนเทาเหล่านี้....หลังเกิดเหตุ ใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกครั้ง นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ก็จะมีการประชุม หน่วยงานความมั่นคง และ สั่งทุกครั้ง ให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ปิด จุดอ่อน ของงาน การข่าว งานมวลชน ป้องกันการก่อเหตุอย่างเข้มข้น ล่าสุด นายกรัฐมนตรีนั่งหัวโต๊ะ สั่งการกับ ฝ่ายความมั่นคงเหมือนทุกครั้ง และ ครั้งนี้ สั่งให้ ลดความซ้ำซ้อน และ เดินหน้าพูดคุยสันติสุข ก็ต้องติดตามว่า กองกำลังติดอาวุธ บีอาร์เอ็น จะหยุด ก่อเหตุได้กี่วัน.....อ่าน นโยบาย ในการ ดับไฟใต้ของ พล.ท.ชาคริต อุจะรัตน แม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แล้ว ยังเห็นว่า เป็น นโยบาย ในการ สร้างสันติสุข ใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ กว้างเอามากๆ แบบ จับต้องไม่ได้ ความจริง สิ่งที่อยากเห็น และได้ยินคือ การสร้างพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งหาก แม่ทัพคิ้ว ประกาศในการ สร้างพื้นที่ปลอดภัย จะเป็น นโยบายที่ จับต้อง ได้และจะเป็นรูปธรรม ที่ชัดเจน ที่ทุกหน่วยงานในทุกพื้นที่ ซึ่งเป็นการ สร้างพื้นที่ปลอดภัย ต้องร่วมมือกัน....ส่วนการ เดินหน้าเพื่อพูดคุยสันติสุข หลังจากที่ รัฐบาลมาเลเซีย ได้ผู้อำนวยความสะดวก ในการ พูดคุย แล้ว ซึ่งก็เป็น อดีตนายทหาร จากสภาความมั่นคง การ พูดคุยสันติสุข คง เดินหน้าไปได้ แต่จะไปถึง ฝั่งฝัน ของ รัฐบาล หรือไม่ ยากที่จะ คาดเดา เพราะแค่เริ่มยกแรก บีอาร์เอ็น กับ พูโล ก็ ไม่ลงรอยกัน และ รวมโต๊ะพูดคุยกันไม่ได้ รวมทั้งข้อเสนอของ บีอาร์เอ็น คือต้องการให้สามจังหวัดและ 4 อำเภอ ของ จ.สงขลา เป็น เขตปกครองพิเศษ แบบสมบูรณ์แบบ มีการใช้ กฎหมายชารีอะห์ ในการ บังคับใช้ ข้อเรียกร้องของ บีอาร์เอ็น ที่ เสนอมา คือการ ปิดหนทาง ในการ พูดคุย เพราะเป็นข้อเสนอที่ หน่วยงานความมั่นคง รับไม่ได้ ดังนั้นการพูดคุยสันติสุข เป็นได้แค่การ ซื้อเวลา ของทั้ง ฝ่ายไทย และ บีอาร์เอ็น เป็นเรื่องของคนนอนเตียงเดียวกันแต่ฝันคนละเรื่อง เป็นการ เปลืองงบประมาณ โดยไม่มี ผลตอบแทนที่ เป็นจริง....
ปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

