มนต์เสน่ห์แดนมังกร! ‘นิทรรศการสิ่งพิมพ์จีน’ บุกงานหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 เสิร์ฟ 700 เล่มคุณภาพเอาใจแฟนไทย

งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 ประจำปี 2026 เปิดฉากขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยในปีนี้ นิทรรศการสื่อสิ่งพิมพ์จีนสัญจรแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประจำปี 2026 ได้นำหนังสือคุณภาพจากประเทศจีนกว่า 700 รายการ มาจัดแสดงในฐานะตัวแทนสื่อสิ่งพิมพ์จากจีนเพียงหนึ่งเดียวภายในงานครั้งนี้ เพื่อส่งต่อผลงานหนังสือจากจีนสู่ผู้อ่านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเปิดโอกาสให้ผู้อ่านได้สัมผัสมิติทางวัฒนธรรมและองค์ความรู้จากแดนมังกรผ่านหนังสือ
นิทรรศการจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Reading China (อ่านประเทศจีน)” โดยแบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 3 โซนหลัก ได้แก่ “หนังสือธีมหลัก” “หนังสือลิขสิทธิ์ไทย–จีน” และ “หนังสือคัดสรรพิเศษ” ภายในงานมีหนังสือที่นำเสนอประเด็นสำคัญระดับประเทศ อาทิ “สีจิ้นผิง ยุทธศาสตร์การบริหารประเทศ” เล่ม 1–5 ในหลากหลายภาษา หนังสือจากจีนที่ได้รับการซื้อลิขสิทธิ์ แปล และจัดจำหน่ายในประเทศไทย ตลอดจนผลงานคัดสรรจากสำนักพิมพ์ชั้นนำกว่า 700 รายการ อาทิ Education Science Publishing House, East China Normal University Press และ Inner Mongolia Publishing Group
นิทรรศการมีเป้าหมายเพื่อนำเสนอผลงานสิ่งพิมพ์ล่าสุดจากจีนแก่ผู้อ่านและบุคลากรในอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใช้หนังสือเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการพัฒนาและมิติทางวัฒนธรรมของจีน พร้อมส่งเสริมการค้าลิขสิทธิ์ระหว่างสองประเทศ

หนึ่งในหนังสือที่ได้รับความสนใจคือ “ตกหลุมรักมองโกเลียใน (Fall in Love with Inner Mongolia)” จากเครือสำนักพิมพ์มองโกเลียใน ซึ่งถ่ายทอดความงดงามของดินแดนทางตอนเหนือของจีนผ่านภาพถ่ายจริง ครอบคลุมทั้งทิวทัศน์ทุ่งหญ้า วิถีชีวิตของชนเผ่า ประวัติศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคใหม่ ภาพถ่ายอันงดงามดึงดูดให้ผู้อ่านชาวไทยหยุดชมและเปิดอ่านหนังสือเล่มนี้อย่างต่อเนื่อง หลายคนแสดงความประทับใจต่อทัศนียภาพทางธรรมชาติอันกว้างใหญ่และตระการตา พร้อมระบุว่าหนังสือเล่มนี้ช่วยเปิดมุมมองใหม่ต่อพื้นที่ชายแดนของจีน
นอกจากหนังสือแล้ว ภายในโซนสินค้าจีนยังมีพื้นที่จัดแสดงสินค้าสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรมร่วมสมัย โดยนำเสนอสินค้าลิขสิทธิ์จาก IP ชื่อดังอย่าง “บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน” ผ่านผลิตภัณฑ์ที่ผสานวรรณกรรมออนไลน์จีนเข้ากับวัฒนธรรมป๊อปคัลเจอร์ร่วมสมัยได้อย่างน่าสนใจ จนกลายเป็นจุดเช็กอินและแหล่งเลือกซื้อสินค้าสะสมที่ได้รับความนิยมในหมู่คนรุ่นใหม่ชาวไทย โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z
แฟนคลับชาวไทยกล่าวว่า ประเทศไทยมีแฟน ๆ “รวงข้าว” ซึ่งเป็นชื่อเรียกกลุ่มแฟนคลับจักรวาล “บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน” อยู่เป็นจำนวนมาก สินค้าสร้างสรรค์เหล่านี้จึงเป็นมากกว่าสินค้าสะสม เพราะยังเป็นสื่อกลางที่ช่วยเชื่อมโยงแฟนคลับเข้าด้วยกัน สะท้อนให้เห็นว่าวรรณกรรมออนไลน์จากจีนกำลังได้รับความนิยมในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีบทบาทในการสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างคนรุ่นใหม่ผ่านวัฒนธรรมร่วมสมัย
ภายในงานมหกรรมหนังสือครั้งนี้ ยังมีกิจกรรมแลกเปลี่ยนด้านสิ่งพิมพ์ไทย–จีนอีก 2 กิจกรรม โดยสำนักพิมพ์ Education Science Publishing House ร่วมกับสำนักพิมพ์แมงมุมบุ๊ก จัดงานเปิดตัวหนังสือชุด “This Is the Earth (นี่คือโลก)” ฉบับภาษาไทย ซึ่งนำเสนอความรู้ทางวิทยาศาสตร์ผ่านเนื้อหาที่เข้าใจง่าย เพื่อเชื่อมโยงเยาวชนของทั้งสองประเทศ พร้อมส่งเสริมแนวคิดการอนุรักษ์โลกและการเรียนรู้ธรรมชาติ ภายในงานได้รับเกียรติจากคุณกว่าชื่น บางคมบาง บรรณาธิการชาวไทย ร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ความสำคัญของการอ่านหนังสือวิทยาศาสตร์ในวัยเด็ก”

คุณเจิ้ง หาวเจี๋ย ผู้อำนวยการสำนักพิมพ์ Education Science Publishing House กล่าวในสุนทรพจน์ว่า “หนังสือชุด This Is the Earth จะพาเด็ก ๆ ทำความรู้จักกับโลกที่เราอาศัยอยู่ร่วมกันผ่านมุมมองของเด็ก ๆ พร้อมหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งวิทยาศาสตร์ให้เติบโตในหัวใจ การเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสเสน่ห์ของวิทยาศาสตร์และชื่นชมความงดงามของโลกกว้างผ่านภาษาแม่ของตนเอง คือเจตนารมณ์ดั้งเดิมที่ผลักดันให้เราจัดทำหนังสือชุดนี้ฉบับภาษาไทยขึ้นมา”

ด้านคุณอนุรักษ์ กิจไพบูลทวี กรรมการผู้จัดการสำนักพิมพ์แมงมุมบุ๊ก ในฐานะผู้ได้รับลิขสิทธิ์และจัดพิมพ์ฉบับภาษาไทย กล่าวว่า “This Is the Earth โดดเด่นด้วยภาพประกอบที่น่าตื่นตาตื่นใจ ผสานกับการเล่าเรื่องที่สนุกสนาน ช่วยถ่ายทอดความรู้ทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับโลกที่ซับซ้อนให้กลายเป็นเรื่องเข้าใจง่าย การผสานองค์ความรู้เข้ากับภาพประกอบสอดคล้องกับแนวทางการคัดสรรหนังสือเด็กของแมงมุมบุ๊ก รวมถึงเป็นความสนใจของเยาวชนไทย เราเชื่อมั่นว่าหนังสือชุดนี้จะเป็นประตูบานแรกที่พาเด็ก ๆ เข้าสู่โลกวิทยาศาสตร์ และได้รับความนิยมจากครอบครัวและสถานศึกษาในประเทศไทย”
ขณะเดียวกัน สำนักพิมพ์ East China Normal University Press ร่วมกับสำนักพิมพ์ Stranger’s Book จัดกิจกรรมเปิดตัว “สมุดภาพที่ระลึกครบรอบ 10 ปี MLBB (Mobile Legends: Bang Bang)” โดยใช้เนื้อหาเกี่ยวกับอีสปอร์ตที่ได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นเป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงวัฒนธรรมข้ามพรมแดน และเปิดโอกาสใหม่ให้กับการต่อยอดเนื้อหาดิจิทัลสู่สื่อสิ่งพิมพ์

คุณหลี่ หย่งเหมย รองบรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ East China Normal University Press กล่าวว่า “สมุดภาพที่ระลึกครบรอบ 10 ปี MLBB เป็นผลงานที่เชื่อมโยงสื่อสิ่งพิมพ์แบบดั้งเดิมเข้ากับวัฒนธรรมดิจิทัล เรามุ่งหวังที่จะนำจุดแข็งของอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ ทั้งด้านการเรียบเรียงเนื้อหา การนำเสนอเชิงศิลปะ และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม มาต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ในโลกดิจิทัลให้กลายเป็นหนังสือรูปเล่มที่จับต้องได้และเก็บรักษาไว้ได้ในระยะยาว ขณะเดียวกัน เรายังต้องการใช้พลังการสื่อสารในระดับสากลของแบรนด์เกมชั้นนำที่ได้รับความนิยมในหมู่คนรุ่นใหม่ เพื่อบุกเบิกแนวทางใหม่ในการปรับตัวของอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ เชื่อมโยงเนื้อหาเสมือนจริงในโลกออนไลน์เข้ากับหนังสือคุณภาพระดับพรีเมียม และร่วมพัฒนารูปแบบการค้าทางวัฒนธรรมดิจิทัลระหว่างประเทศให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน”
ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน คณะผู้แทนจากสำนักพิมพ์จีนได้เข้าร่วมการเจรจาจับคู่ธุรกิจกับตัวแทนจากอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ไทยหลายแห่ง อาทิ สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย สำนักพิมพ์ซีเอ็ดยูเคชั่น สำนักพิมพ์ห้องสมุด สำนักพิมพ์ Stranger’s Book ทั้งสองฝ่ายได้หารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงลึกเกี่ยวกับความร่วมมือในการจัดงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติ การค้าลิขสิทธิ์ การต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และการขยายช่องทางจัดจำหน่าย โดยมีความคืบหน้าในการสร้างข้อตกลงและแนวทางความร่วมมือในหลายด้าน

คุณสยง หลี่กั๋ว ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่บริษัท Xiamen International Book Company (XIBC) ตัวแทนผู้จัดงาน เปิดเผยว่า นิทรรศการสื่อสิ่งพิมพ์จีนสัญจรแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 10 แล้ว โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายการจัดงานประจำปีเสมอ และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นิทรรศการได้ผลักดันความร่วมมือด้านลิขสิทธิ์หนังสือไทย–จีนมาแล้วกว่า 100 รายการ จนกลายเป็นเวทีสำคัญสำหรับการค้าสื่อสิ่งพิมพ์และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศ
สำหรับการจัดงานในประเทศไทยครั้งนี้ นิทรรศการจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน 2026



ข่าวที่เกี่ยวข้อง

