‘ตม.ภูเก็ต’บุกวิลล่าหรู! รวบสาวจีนตัวการตั้งนอมินีฮุบธุรกิจ-อึ้งเส้นเงินโยงบัญชีม้า 9 คดี ยอดพุ่งร้อยล้าน

ตม.ภูเก็ต บุกค้นวิลล่าหรู 50 ล้าน รวบสาวจีนตัวการใหญ่ตั้งบริษัทนอมินีฮุบธุรกิจเกาะภูเก็ต ขุดคุ้ยเส้นเงินผวาพัวพันบัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 9 คดี ยอดหมุนเวียนพุ่งทะลุ 100 ล้าน ตม.6 สั่งฟันไม่เลี้ยงเพิกถอนวีซ่าด่วน
วันที่ 29 ตุลาคม 2569 พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล โฆษกบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 (บก.ตม.6) เปิดเผยถึงผลการปฏิบัติงานสำคัญ ตามนโยบายกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติและกวดขันบุคคลต่างด้าวทำผิดกฎหมายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร., พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม., พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรมาศ และ พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผบช.สตม. โดยภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.กันตวัฒน์ พงศ์สถาบดี และ พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ แสงเดือน รอง ผบก.ตม.6 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.เขมชาติ วัฒนนภาเกษม ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต และ พ.ต.ท.วิศรุต ละเอียดอ่อง รอง ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต ระดมกำลังชุดสืบสวนลงพื้นที่กวาดล้างอย่างเข้มข้น

สืบเนื่องจากทาง ตม.จว.ภูเก็ต ได้รับเรื่องร้องเรียนผ่านช่องทางอีเมลว่า มีกลุ่มชาวจีนลักลอบประกอบธุรกิจโดยผิดกฎหมาย และมีการใช้คนไทยถือหุ้นอำพราง (นอมินี) ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ทางเจ้าหน้าที่จึงได้สืบสวนหาข่าวเชิงลึกจนพบพยานหลักฐานแน่ชัด ก่อนขออนุมัติหมายค้นจากศาลจังหวัดภูเก็ต นำกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมายสำคัญจำนวน 2 จุด บริเวณตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา
ผลการตรวจค้นสามารถจับกุม นางสาวหลิน สัญชาติจีน ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดภูเก็ต ในข้อหาร่วมกันประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (นายหน้าและบริการ) โดยไม่ได้รับอนุญาต และยินยอมให้บุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นแทน (นอมินี) โดยปฏิบัติการครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นภายในวิลล่าหรูมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท ซึ่งใช้เป็นสถานที่กบดานและปฏิบัติการ

จากการขยายผลการสอบสวนและการตรวจสอบเส้นทางการเงิน เจ้าหน้าที่ต้องผวาเมื่อพบว่า นางหลิน ถือหุ้นและนั่งแท่นเป็นกรรมการบริษัทที่มีลักษณะเป็นนอมินีถึง 2 บริษัท โดยมีหญิงชาวไทยรายหนึ่งร่วมถือหุ้นบังหน้า ซึ่งจากการสอบปากคำหญิงไทยรายดังกล่าวได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่า ตนเองเป็นเพียงผู้ถือหุ้นแทน (นอมินี) เท่านั้น โดยมี นางหลิน เป็นผู้ลงทุนและควบคุมบริหารจัดการธุรกิจทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว
นอกจากนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลทางการเงินอย่างละเอียด พบความเชื่อมโยงที่น่าตกใจว่า บัญชีธนาคารของ นางหลิน ถูกอายัดและขึ้นสถานะเป็นบัญชีม้าในระบบ Case ID เกี่ยวพันกับคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์และฉ้อโกงออนไลน์รวมถึง 9 คดี ในหลากหลายท้องที่ทั่วประเทศไทย อาทิ สภ.กันทรารมย์, สภ.ท่าอุเทน, สภ.บรบือ, สภ.แก่งกระจาน, สภ.เมืองนครปฐม, สภ.เมืองร้อยเอ็ด, สภ.คอหงส์, สภ.บางแก้ว และ สภ.สะเดา มีพฤติการณ์หลอกลวงเหยื่อทั้งหลอกลงทุน, หลอกทำงานพิเศษ และหลอกเทรดหุ้น ยิ่งไปกว่านั้น ยังตรวจพบยอดเงินหมุนเวียนในบัญชีธนาคารอื่น ๆ ของผู้ต้องหามากกว่า 100 ล้านบาท

โฆษก บก.ตม.6 เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้อนุมัติคำสั่ง เพิกถอนวีซ่า ของ นางหลิน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงมาตรการเข้มงวดในการตรวจตราพื้นที่ การนำเทคโนโลยีสารสนเทศของ สตม. มาบูรณาการทำงานร่วมกับการประชาสัมพันธ์ให้เจ้าบ้านและผู้ประกอบการโรงแรมแจ้งการเข้าพักอาศัยของคนต่างด้าวตามมาตรา 38 แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ซึ่งช่วยสร้างฐานข้อมูลอันทรงประสิทธิภาพในการแกะรอยจับกุมอาชญากรข้ามชาติ
ทั้งนี้ พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6 ได้สั่งการเน้นย้ำให้ทุกหน่วยยกระดับความเข้มข้นในการสืบสวนกวาดล้างบุคคลต่างด้าวที่มีหมายจับตำรวจสากล (Interpol) และกลุ่มบุคคลที่อยู่เกินกำหนดอนุญาต (Overstay) เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับเมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างจังหวัดภูเก็ต หากประชาชนพบเบาะแสหรือต้องการแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดของคนต่างด้าว สามารถติดต่อแจ้งได้ที่ สายด่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โทร. 1178 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

