เปิดสลิปมัด! ผู้รับเหมาโฮ เจอสรรพากรไล่เช็กบิล ยอดโอนพูลวิลลาภูเก็ตดันมาจาก 'องค์กรทำดี'

“เอ๋ อภิชาติ” ผู้รับเหมา ปมสร้างพูลวิลลาภูเก็ต ช็อกเจอมียอดโอนจาก “องค์กรทำดี” ทนายแก้วเตือนเสี่ยงเข้าข่ายผิดกฎหมาย
เป็นประเด็นดราม่าที่สังคมกำลังจับตา ล่าุสดในรายการโหนกระแส “คุณเอ๋” ผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการพูลวิลลา เดินทางมาร่วมรายการ โหนกระแส เพื่อเปิดเผยเรื่องราวการรับงานก่อสร้างบนที่ดินเนื้อที่ 2 ไร่ (โฉนด 2 ฉบับ) ในพื้นที่ ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของ “บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” (ได้รับกรรมสิทธิ์เมื่อปี 2566) โดยมี “ก๊อต” สามีของคุณบุ๋ม เป็นผู้ติดต่อว่าจ้าง

เอ๋ ผู้รับเหมา เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นเกิดจากคุณก๊อตต้องการสร้างบ้านพักอาศัยจำนวน 1 หลัง แต่ในระหว่างขั้นตอนการวางรากฐาน คุณก๊อตได้เสนอให้เปลี่ยนแผนมาทำเป็น โครงการพูลวิลลา 8 หลัง เนื่องจากเล็งเห็นศักยภาพทางเศรษฐกิจและพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่นิยมซื้ออสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต โดยมีการปรับรูปแบบสัญญาเป็น “สัญญาร่วมทุน” และประเมินราคาก่อสร้างไว้ที่ประมาณหลังละ 8 ล้านบาท


ในช่วงแรกของการก่อสร้างบ้านหลังที่ 1 และ 2 การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่น มีการชำระเงินตามงวดงานอย่างถูกต้อง ทว่าในช่วงปีที่ผ่านมา คุณเอ๋ต้องสำรองเงินจ่ายค่าก่อสร้างไปก่อนบางส่วน ซึ่งในเวลาต่อมาได้รับเงินโอนเข้าบัญชีธนาคารส่วนตัว โดยพบว่ายอดเงินดังกล่าวถูกโอนมาจากหลายช่องทาง ได้แก่
บัญชีส่วนตัวของคุณก๊อต
บัญชีส่วนตัวของคุณบุ๋ม ปนัดดา
บัญชีในนาม “องค์กรทำดี โดย บุ๋ม ปนัดดา”

เมื่อนำเอกสารการโอนเงินมาตรวจสอบเปรียบเทียบกับค่างวดงาน พบยอดเงินโอนที่ตรงกันอย่างชัดเจน อาทิ ยอดวันที่ 13 ธันวาคม 2568 จำนวน 764,000 บาท และยอดวันที่ 31 มกราคม 2569 จำนวน 668,619.35 บาท
ซึ่ง เอ๋ ยืนยันว่าเมื่อได้รับเงินโอนมาแล้ว ได้นำไปชำระค่าก่อสร้างตามขั้นตอน พร้อมชี้แจงว่ามีการโอนเงินคืนกลับไปยังคุณก๊อตครบถ้วนทุกบาททุกสตางค์ โดยนำหลักฐานสลิปการโอนเงิน (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการแยกโอนหลายยอด) มาเปิดเผยในรายการ

ด้าน ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล ได้ให้ความเห็นทางกฎหมายในรายการว่า กรณีดังกล่าวถือเป็นเรื่องน่ากังวล เนื่องจากเงินของ “องค์กรทำดี” ซึ่งเป็นเงินบริจาคสาธารณะ จำเป็นต้องนำไปใช้จ่ายให้ตรงตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิหรือองค์กรเท่านั้น การนำเงินจากบัญชีดังกล่าวมาโอนจ่ายค่างวดงานก่อสร้างส่วนตัว ถือเป็นการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์อย่างชัดเจน
ทนายแก้ว ระบุเพิ่มเติมว่า แม้คุณเอ๋จะปฏิเสธว่าไม่ทราบที่มาของเงินหรือไม่มีเจตนาทุจริต แต่การรับโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว แล้วโอนหมุนเวียนกลับไป อาจทำให้คุณเอ๋เข้าข่ายเป็น ผู้ร่วมกระทำความผิด หรือตกอยู่ในภาวะเสี่ยงคล้ายลักษณะ “บัญชีม้า” โดยไม่รู้ตัว

คุณเอ๋ ผู้รับเหมา ย้ำทิ้งท้ายว่า เดิมทีตั้งใจเดินทางมาเพื่อขอปรึกษากับ ทนายเดชา เกี่ยวกับคดีความที่ตนเองถูกดำเนินคดีข้อหาบุกรุกที่ดินในพื้นที่ จ.นครนายก ประกอบกับมีความกังวลเรื่องการถูก กรมสรรพากรตรวจสอบภาษีย้อนหลัง เนื่องจากมีเงินหมุนเวียนเข้าบัญชีส่วนตัวเป็นจำนวนมาก
แต่เมื่อรวบรวมเอกสารทางการเงินมาตรวจเช็กอย่างละเอียด กลับพบว่ายอดเงินหมุนเวียนส่วนหนึ่งมาจากบัญชีเงินบริจาคขององค์กรการกุศล ทำให้ตนเองเกิดความกังวลอย่างมากว่า สถานการณ์ทางกฎหมายและภาระคดีความที่กำลังเผชิญอยู่นี้จะยิ่งซับซ้อนและรุนแรงมากยิ่งขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

