'ศุภจี' แก้ปม SME เสียเปรียบทุนหนา สั่งรื้อเกณฑ์แพลตฟอร์มดิจิทัล สร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน

วันนี้ 29 ตุลาคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โพสต์ เฟซบุ๊กร่ายยาวถึงแนวทางการขับเคลื่อนการดูแลผู้ประกอบการรายเล็ก โดยระบุว่า "จากการที่เราได้เข้าไปดูแลปัญหาให้ผู้ประกอบการ SME ทั้งเรื่อง Credit Term และค่า GP ทำให้เห็นว่ายังมีข้อจำกัดอีกหลายด้านที่ส่งผลต่อโอกาสในการแข่งขันของผู้ประกอบการรายเล็ก โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในช่องทางหลักในการซื้อขายสินค้าของผู้ประกอบการและผู้บริโภคจำนวนมากค่ะ
เรื่องหนึ่งที่น่าติดตามคือ ระบบอัลกอริทึม (Algorithm) ที่แพลตฟอร์มใช้ในการจัดอันดับและแนะนำสินค้า เพราะทุกวันนี้ ต่อให้เรามีสินค้าที่ดีและราคาที่แข่งขันได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้บริโภคจะมองเห็นสินค้าของเราเสมอไปค่ะ

แน่นอนว่าการซื้อโฆษณาเพื่อเพิ่มการมองเห็นเป็นกลไกทางธุรกิจตามปกติ แต่ในขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการที่มีเงินทุนมากก็อาจได้เปรียบในการเข้าถึงลูกค้า ขณะที่ SME รายเล็กมีงบประมาณจำกัด จึงเป็นเรื่องที่ควรศึกษาให้ชัดเจนว่า ระบบเหล่านี้ส่งผลต่อการแข่งขันอย่างไร และกติกาที่มีอยู่ในปัจจุบันเพียงพอที่จะดูแลให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมและโปร่งใสแล้วหรือไม่
เมื่อเช้าวันก่อน ก่อนการประชุม ครม. เลยได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กระทรวงยุติธรรม สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ และกรมประชาสัมพันธ์ มาหารือร่วมกันในเบื้องต้น โดยมีท่านพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และท่านรองโฆษกลลิดา เข้าร่วมด้วยค่ะ

สิ่งที่อยากให้ทุกหน่วยงานช่วยกันพิจารณาคือ เราจะดูแลเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างไรให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งการแข่งขันทางการค้า ความโปร่งใสของแพลตฟอร์ม การคุ้มครองผู้บริโภค ตลอดจนการส่งเสริมการลงทุนและนวัตกรรม เพราะแต่ละเรื่องมีความเชื่อมโยงกัน และเกี่ยวข้องกับกฎหมายและอำนาจหน้าที่ของหลายหน่วยงานค่ะ
เรื่องนี้หลายประเทศได้เริ่มพัฒนากฎหมายและแนวทางกำกับดูแลกันแล้ว ประเทศไทยเองก็ควรศึกษาอย่างจริงจังเช่นกัน จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันทบทวนกฎหมายและกลไกกำกับดูแลที่มีอยู่ รวมถึงนำร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล (Platform Economy Act) กลับมาพิจารณาอีกครั้ง เพื่อวางโครงสร้างและกติกาที่เหมาะสมในระยะยาว โดยศึกษาประสบการณ์จากต่างประเทศประกอบด้วยค่ะ
ขอย้ำว่าการหารือครั้งนี้ยังเป็นเพียงการเริ่มต้นศึกษาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะต้องออกมาตรการหรือกฎเกณฑ์ใหม่ เพราะเรื่องนี้จำเป็นต้องพิจารณาผลกระทบอย่างรอบด้าน ทั้งต่อผู้ประกอบการ ผู้บริโภค และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มค่ะ

เศรษฐกิจดิจิทัลเป็นหนึ่งในโอกาสสำคัญของประเทศไทยค่ะ เราต้องมีกติกาที่ส่งเสริมให้ธุรกิจเติบโต ขณะเดียวกันก็ต้องดูแลไม่ให้ผู้ประกอบการรายเล็กเสียเปรียบจากข้อจำกัดด้านเงินทุนหรืออำนาจต่อรอง เพื่อสร้างระบบการค้าที่ “โปร่งใส เป็นธรรม และแข่งขันได้” สำหรับทุกฝ่ายค่ะ
ขอบคุณทุกหน่วยงานที่มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเห็นถึงความสำคัญของเรื่องนี้ค่ะ หวังว่าการหารือครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานร่วมกัน เพื่อพัฒนาแนวทางที่เหมาะสมและรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในระยะยาวค่ะ"

หลังจากที่โพสต์ของ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ได้ไม่นาน ทำเอาชาวเน็ตต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกัน เช่น
"การทำให้กระแสเงินสดหมุนเข้ากระเป๋า SME เร็วขึ้น ก็จะทำให้ SME มีเงินไปชำระหรือซื้อวัตถุดิบได้เร็วขึ้น เมื่อเงินเริ่มหมุน ธุรกิจต่อเนื่องก็หมุนตาม เงินส่วนต่าง(กำไร)ก็ไปใช้ในทางอื่นได้เร็วขึ้น เพิ่มเงินในระบบโดยไม่แตะงบประมาณ เป็นวิธีที่ดีเยี่ยมครับ ขอบคุณครับ"
"ฝากดูวิกฤตคลังสินค้าสนามบินสุวรรณภูมิด้วยครับ สินค้าขาเข้า สินค้า transit Tra shipment ไม่สามารถรับสินค้าได้ 5-15 วัน หรือมากกว่านั้น คับ"
"Begin to think..#Thai Platform.., Trust your team can be a potent potential to solve the problem..."
"ยอดเยี่ยมมากค่ะ สมกับนาม "ซุปเปอร์จี"
"เป็นกำลังใจคะ"
"สุดยอดครับท่าน"



ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ศุภจี สุธรรมพันธุ์ - Suphajee Suthumpun
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

