ถอนสัญชาติ ผู้นำชุมชนยิว ฝ่าฝืนเงื่อนไข บินตปท.ถี่ยิบ

นายกฯเซ็นเพิกถอนสัญชาติไทย “โจเซฟ เฮม แคนเตอร์”ผู้นำชาวยิว ฝ่าฝืนเงื่อนไขแปลงสัญชาติ-ซุ่มใช้พาสปอร์ตอเมริกันเข้า-ออกประเทศหลายครั้ง ชี้กระทบความมั่นคง-เศรษฐกิจ-สังคม
เมื่อวันที่ 29ต.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย เซ็นประกาศกระทรวงมหาดไทย ถอนสัญชาติไทยของ นายโจเซฟ เฮม แคนเตอร์ จากเดิมถือสัญชาติอเมริกัน โดยมีรายละเอียดว่าด้วยปรากฏว่า นายโจเซฟ เฮม แคนเตอร์ บุคคลสัญชาติไทย (เดิมบุคคลสัญชาติอเมริกัน) ซึ่งได้สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สัญชาติ พ.ศ.2508 มีพฤติการณ์ยังคงใช้สัญชาติเดิม โดยปรากฏข้อเท็จจริงว่าได้รับสัญชาติไทยโดยมีการประกาศราชกิจจานุเบกษาให้มีสัญชาติไทยโดยสมบูรณ์ตามกฎหมายเมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2556 และมีการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 พ.ค.2556 แต่ปรากฏข้อมูลจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรมว่า ได้สืบสวนบุคคลต่างด้าวที่ได้รับการแปลงสัญชาติเป็นไทยกระทำการอื่นใดที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยระบุว่า นายโจเซฟ เฮม แคนเตอร์ ได้มีการใช้สัญชาติอเมริกัน ในการเดินทางเข้า-ออกไปยังประเทศออสเตรเลียอย่างต่อเนื่องถึง16ครั้ง (ครั้งล่าสุดวันที่ 26 ม.ค.2569) อันมีลักษณะเป็นการใช้สัญชาติเดิม (อเมริกัน) ที่ขัดเงื่อนไขในการขอแปลงสัญชาติเป็นไทย
โดย นายโจเซฟ ได้ทราบเงื่อนไขดังกล่าวแล้วในวันที่ยื่นคำขอแปลงสัญชาติเป็นไทย กรณีดังกล่าวจึงเข้าเงื่อนไขที่อาจถูกถอนสัญชาติไทย ตามมาตรา 19(2) แห่งพ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2508 เนื่องจากมีหลักฐานว่ายังคงใช้สัญชาติเดิม (อเมริกัน) หากปล่อยไว้เนิ่นช้าออกไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประชาชนและสาธารณะได้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 19วรรคหนึ่ง แห่งพ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 ให้ถอนสัญชาติไทยของนายโจเซฟ เฮม แคนเตอร์ สำหรับ นายโจเซฟ เฮม แคนเตอร์ คือผู้นำชุมชนชาวยิวและประธานเครือข่ายชาบัด (Chabad) ในประเทศไทย
ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงนามในประกาศกระทรวงมหาดไทยเพื่อเพิกถอนสัญชาติไทยของ นายโจเซฟ เฮม แคนเตอร์ ผู้นำชุมชนชาวยิวและประธานเครือข่ายชาบัด ซึ่งเดิมเป็นบุคคลสัญชาติอเมริกัน และได้รับสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ซึ่งอาจมีพฤติกรรมกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ทั้งในมิติเศรษฐกิจและสังคมว่า เป็นไปตามกฎหมาย เรามีกฎหมายว่าคนที่จะได้สัญชาติไทยต้องประพฤติปฏิบัติตนอย่างไร ในเรื่องการเดินทาง และการปฏิบัติตนอยู่ในประเทศ ในเรื่องของการปฏิบัติตนต่อประชาชนในประเทศนั้นๆส่วนรายละเอียดขอให้อธิบดีกรมการปกครองเป็นผู้ชี้แจง
เมื่อถามว่า จะดำเนินคดีต่อจากนี้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นไปตามกฎหมาย ย้ำว่ารายละเอียดให้ถามทางผู้ปฏิบัติ ตนเป็นเพียงผู้ให้นโยบาย การกระทำใดๆที่ผิดกฎหมายไม่ว่าจะในเรื่องอะไรก็ตามหน่วยงานของรัฐเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดก็ใช้กฎหมายอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในสังคมไทย

