Roby Dwi Antono เปลี่ยนความทรงจำจากโรงตีเหล็ก สู่นิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกในไทย

MOCA BANGKOK ภูมิใจนำเสนอ SUDO RUNGU : Echoes of Fire นิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกในประเทศไทยของ Roby Dwi Antono ศิลปินร่วมสมัยชาวอินโดนีเซีย ภัณฑารักษ์โดย Loredana Pazzini Paracciani นิทรรศการนำความทรงจำเกี่ยวกับบิดาผู้เป็นช่างตีเหล็กมาถ่ายทอดผ่านผลงาน ชุดใหม่ ทั้งจิตรกรรม ผลงานวาดเส้น ภาพถ่าย วิดีโอ และงานศิลปะที่ผู้ชมมีส่วนร่วม
แนวคิดของนิทรรศการมาจากชีวิตในวัยเด็กของ Roby Dwi Antono ที่เมืองอัมบาราวา จังหวัดชวากลาง Roby เติบโตท่ามกลางธรรมชาติ ชีวิตในครอบครัว และกิจวัตรของผู้คนในหมู่บ้าน บิดาของศิลปินทำงานเป็นช่างตีเหล็ก ภาพเตาหลอม กลิ่นถ่าน ควันไฟ แรงกระแทกของค้อน และเสียงเหล็กที่ดังซ้ำตลอดวันจึงฝังอยู่ในความทรงจำ แม้ในเวลานั้น Roby ยังไม่เข้าใจว่าประสบการณ์เหล่านี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานศิลปะในเวลาต่อมา

ชื่อ “Sudo Rungu” มาจากภาษาชวา หมายถึงภาวะการได้ยินลดลง เชื่อมโยงกับความสามารถในการได้ยินของบิดาที่ค่อย ๆ ลดลงหลังทำงานท่ามกลางเสียงค้อนและเสียงโลหะเป็นเวลาหลายสิบปี ส่วน “Echoes of Fire” กล่าวถึงเสียงและความทรงจำจากเปลวไฟที่ยังคงอยู่ แม้ต้นกำเนิดของเสียงนั้นจะผ่านพ้นไปแล้ว
จากเรื่องราวภายในครอบครัว นิทรรศการขยายไปสู่การสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างเสียง ความทรงจำ และการสูญเสีย พร้อมชวนพิจารณาว่าความทรงจำส่วนบุคคลเชื่อมโยงกับวิถีชีวิต ขนบ และประวัติศาสตร์ทางวัฒนธรรมที่หล่อหลอมความทรงจำนั้นอย่างไร รวมถึงสิ่งที่ยังคงอยู่เมื่อความทรงจำเริ่มเลือนหาย

“โครงการนี้เริ่มจากความทรงจำส่วนตัวเกี่ยวกับพ่อ ชีวิตการทำงานของพ่อในฐานะช่างตีเหล็ก และความสามารถในการได้ยินที่ค่อย ๆ ลดลง ระหว่างการสร้างผลงาน ความทรงจำเหล่านี้ขยายไปสู่การพิจารณาเรื่องเสียง ความเงียบ แรงงาน การสูญเสีย และสิ่งที่ส่งต่อจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง ผลงานชุดนี้เป็นก้าวสำคัญในการทำงานของผม เพราะนำจิตรกรรม วิดีโอ และงานที่ผู้ชมมีส่วนร่วมมาเชื่อมโยงกัน” Roby Dwi Antono กล่าว
นิทรรศการครั้งนี้พัฒนาจากการสนทนาระหว่างศิลปินกับภัณฑารักษ์ซึ่งเริ่มขึ้นในเดือนมีนาคม 2567 ก่อนที่ Roby จะเดินทางมาสำรวจพื้นที่ MOCA BANGKOK ในเดือนกันยายน 2568 ระยะเวลาการทำงานมากกว่าสองปีเปิดโอกาสให้ศิลปินทบทวนประสบการณ์ในครอบครัว ทดลองวิธีทำงานที่ต่างจากเดิม และลงพื้นที่ศึกษาข้อมูล ก่อนนำความทรงจำเหล่านั้นมาถ่ายทอดผ่านผลงานหลายประเภทภายในพื้นที่จัดแสดง
“นิทรรศการนี้เป็นก้าวสำคัญในการทำงานของ Roby และช่วยเปิดพื้นที่ให้เกิดความร่วมมือระหว่างอินโดนีเซียกับไทย แม้แต่ละประเทศจะมีพื้นฐานทางวัฒนธรรมต่างกัน แต่ความแตกต่างเหล่านี้ประกอบกันเป็นความหลากหลายของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเปิดโอกาสให้ศิลปินนำประสบการณ์จากท้องถิ่นมาสื่อสารกับผู้ชมในอีกประเทศหนึ่ง จะช่วยให้ประเทศเพื่อนบ้านเข้าใจและสนับสนุนกันมากขึ้น” Loredana Pazzini Paracciani ภัณฑารักษ์ของนิทรรศการกล่าว
พื้นที่จัดแสดงแบ่งออกเป็นสามช่วง ได้แก่ Arang, Bara และ Abu ซึ่งหมายถึงถ่าน ประกายไฟ และเถ้าถ่านตามลำดับ ทั้งสามส่วนตั้งชื่อตามวัสดุและสภาวะที่เกิดขึ้นในโรงตีเหล็ก และใช้เป็นแนวทาง กำหนดบรรยากาศของพื้นที่จัดแสดง ตั้งแต่สิ่งที่หลงเหลือหลังการเผาไหม้ ความร้อนที่ใช้เปลี่ยนรูปโลหะ ไปจนถึงความสงบหลังไฟมอดดับ

ส่วน Arang เริ่มต้นจากถ่านและผงสีดำซึ่งเป็นร่องรอยของไฟที่ดับไปแล้ว Bara กล่าวถึงไฟที่ยังมีความร้อนและพลังมากพอจะเปลี่ยนรูปโลหะ ส่วน Abu นำผู้ชมเข้าสู่ช่วงที่เสียงและความเคลื่อนไหวค่อย ๆ สงบลง เหลือเพียงเถ้าถ่านและร่องรอยของสิ่งที่เคยเกิดขึ้น
การจัดแสดงไม่ได้เรียงเรื่องตามลำดับเวลา ผลงานแต่ละชิ้นเปรียบได้กับเศษเสี้ยวของความทรงจำ บางชิ้นย้อนกลับไปหาชีวิตของบิดาโดยตรง บางชิ้นใช้รูปทรงของใบหู อวัยวะภายใน คลื่นเสียง และเปลวไฟ เพื่อสำรวจว่าร่างกายรับรู้และจดจำเสียงอย่างไร ขณะที่บางชิ้นเปิดให้ผู้ชมสร้างร่องรอยของตนเองร่วมกับผู้อื่น
นิทรรศการ “SUDO RUNGU : Echoes of Fire” จัดแสดงระหว่างนี้จนถึงวันที่ 3 มกราคม 2570 ณ MOCA BANGKOK ชั้น G โถง Atrium และห้องนิทรรศการหมุนเวียน 1–3 เปิดให้เข้าชมเวลา 10.00–18.00 น. (ปิดวันจันทร์)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

