วิกฤตรุม‘ข้าว-มัน’พาณิชย์รับฉุดส่งออกหลุดเป้า

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การส่งออกข้าวไทยช่วง 9 เดือนแรก หรือตั้งแต่เดือนมกราคม-กันยายน 2569 มีปริมาณ 4.99 ล้านตัน ลดลง 19.26% มูลค่า 2,962 ล้านดอลลาร์ ลดลง 16.84% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสถานการณ์ส่งออกข้าวชะลอตัวลง ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะไทย แต่ผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ 5 อันดับแรกของโลกต่างเผชิญภาวะส่งออกลดลง ทั้งไทย เวียดนาม ปากีสถาน และสหรัฐ ยกเว้น อินเดีย ที่ขยายตัว 2% ครองตำแหน่งผู้ส่งออกอันดับ 1 ของโลก
นางอารดา กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ข้าวไทยแข่งขันได้ยากขึ้น คือ ความสามารถการแข่งขันด้านราคา โดยราคาส่งออกข้าวขาว 5% ของไทยอยู่ที่ 480 ดอลลาร์ต่อตัน สูงกว่าประเทศคู่แข่งอย่าง อินเดีย ที่ 388 ดอลลาร์ต่อตัน และเวียดนาม 420 ดอลลาร์ต่อตัน ส่งผลให้ผู้ซื้อมีทางเลือกจากประเทศที่เสนอราคาต่ำกว่า โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบจากสงครามและราคาพลังงาน ทำให้หลายประเทศต้องควบคุมค่าใช้จ่ายและให้ความสำคัญกับราคาสินค้ามากขึ้น
นอกจากนี้การส่งออกข้าวไทยยังเผชิญข้อจำกัดจากตลาดสำคัญ โดยตลาดอิรักซึ่งเคยนำเข้าข้าวไทยมากกว่า 1 ล้านตัน ได้รับผลกระทบจากสงคราม จนไม่สามารถส่งออกไปได้ตามปกติ ขณะที่อินโดนีเซีย งดนำเข้าข้าว ประกอบกับเงินบาทผันผวนและแข็งค่าขึ้น รวมถึงค่าระวางเรือที่ปรับสูงขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยซ้ำเติมขีดความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทย
สำหรับการส่งออกข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (G2G) กับจีน กรมฯได้เจรจากับบริษัท คอฟโก (COFCO) รัฐวิสาหกิจของจีนอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงซื้อขายเพิ่มเติมภายในปีนี้ เพราะต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น ค่าเงินบาทที่ไม่สอดคล้องกับประเทศคู่แข่ง และช่วงที่ผู้นำเข้าต้องการซื้อข้าว ราคาข้าวไทยกลับปรับสูงขึ้น อีกทั้งการเสนอราคายังเหลื่อมกันหลายครั้ง ทำให้ไม่สามารถตกลงราคาและเงื่อนไขส่งมอบได้ตามเป้าหมาย แม้รัฐบาลตั้งเป้าเจรจาขายข้าวให้จีนเพิ่มเติมอีก 5 แสนตัน แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้
“ไทยยังเดินหน้าเจรจาส่งมอบข้าวตามสัญญาเดิม 1.22 ล้านตัน ซึ่งปัจจุบันส่งมอบแล้ว 7.6 แสนตัน เหลืออีกประมาณ 4.6 แสนตัน โดยกรมฯจะเร่งหารือกับฝ่ายจีนต่อเนื่องในช่วง 2 เดือนที่เหลือของปี เพื่อหาข้อสรุปราคาและเดินหน้าส่งมอบข้าวให้ได้มากที่สุด” นางอารดา กล่าว
นางอารดา ยอมรับว่า ยอดส่งออกข้าวทั้งปี อาจจะไม่เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ 7 ล้านตัน เพราะจนถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ดูตามใบอนุญาตส่งออกข้าวรวมแล้วได้ 5 ล้านตัน ถ้าจะทำให้ได้ตามเป้า อีก 2 เดือนที่เหลือต้องส่งออกให้ได้ถึงเดือนละ 8-9 แสนตัน เรียกว่าหืดจับ ดังนั้นอย่างเก่งปีนี้น่าจะได้ 6.5 ล้านตัน ต่ำสุดในรอบ 5 ปี นับจากปี 2565 ที่ส่งออกได้ 7.69 ล้านตัน
ส่วนการส่งออกมันสำปะหลัง 9 เดือนแรก ปีนี้ มีปริมาณ 3.24 ล้านตัน ลดลง 55.12% มูลค่า 1,697.80 ล้านดอลลาร์ ลดลง 28.47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ยอมรับว่ามีแนวโน้มไม่เป็นไปตามเป้าหมาย 6.1-7 ล้านตัน เพราะผลผลิตในประเทศลดเหลือ 24 ล้านตัน จากปกติ 30 ล้านตัน นับเป็นระดับต่ำสุดในรอบหลายปี ขณะที่การนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านลดลงเหลือ 1.46 ล้านตัน นอกจากนี้ยังมีปัจจัยจากราคาจำหน่ายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังปรับตัวสูงขึ้นด้วย
“ต้องขอโทษที่ข้าวและมันสำปะหลังทำไม่ได้ตามเป้า ปีนี้สถานการณ์หนัก ทั้งจากสงคราม ค่าขนส่ง กำลังซื้อของประเทศต่างๆลดลง ภัยพิบัติ และเอลนีโญ อย่าไปโทษรัฐบาล ดิฉันเป็นอธิบดี ขอรับผิดชอบเอง เพราะเป็นหน้าที่โดยตรง” นางอารดา กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

