ทลายแอปเทรดหุ้นปลอม หลอกรักลวงลงทุน เหยื่อรายเดียวสูญเงินพุ่ง 200 ล้าน

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม, พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา, พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.สมเดช สาระบรรณ์, พ.ต.ท.พชรเดช บุญฤทธิ์, พ.ต.ท.กฤษฎา พลายละหาร, พ.ต.ท.รัฐวิรุฬห์ จันทสุบรรณ และ พ.ต.ท.ปภินวิทย์ อุดมพร รอง ผกก.1 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.เดชวุฒิ อุตรศาสตร์, ว่าที่ พ.ต.ต.ธีรเดช อรุณนพรัตน์, พ.ต.ท.เรืองวิทย์ ดวงจินดา, ว่าที่ พ.ต.ท.นภชลัน เกิดเอี่ยม, พ.ต.ต.มณเฑียร ธงเทียน, พ.ต.ต.ธนบดี ดวงจิตต์, ว่าที่ พ.ต.ต.จักรพันธ์ ใบพิมาย, พ.ต.ท.ฉัตรชัย เหมวิลัย, พ.ต.ท.เอกรัฐ จันทร์มณี สว.กก.1 บก.ป., ร.ต.อ.จริวัฒน์ ประสพพรพิบูลย์, ร.ต.อ.วรัญชัย สุขยิ่ง รอง สว.กก.1 บก.ป. พร้อมข้าราชการตำรวจ
กก.1 บก.ป.

ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหารวมจำนวน 14 ราย ดังนี้
1. นายสุวัจชัยฯ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 5727/2569 และ 5728/2569 ลง 28 ก.ย.69
2. นายอธิศฯ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 5741/2569 และ 5742/2569 ลง 28 ก.ย.69
3. น.ส.มัญลิกาฯ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 5748/2569 และ 5749/2569 ลง 28 ก.ย.69
4. น.ส.สโรชาฯ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 5752/2569 และ 5753/2569 ลง 28 ก.ย.69
5. น.ส.วรรณิษาฯ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 5754/2569 และ 5755/2569 ลง 28 ก.ย.69
6. น.ส.ฉัตรฐิรัตน์ฯ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 5757/2569 และ 5758/2569 ลง 28 ก.ย.69
7. นายสมเอกฯ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 5769/2569 และ 5770/2569 ลง 28 ก.ย.69
8. นายสุขโชคฯ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 5773/2569 ลง 28 ก.ย.69
9. น.ส.พิมชิติมาฯ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 5778/2569 และ 5779/2569 ลง 28 ก.ย.69
10. น.ส.วิภาสิริฯ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 5781/2569 และ 5782/2569 ลง 28 ก.ย.69
11. นายธีรุตม์ฯ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 5784/2569 และ 5785/2569 ลง 28 ก.ย.69
12. นายนิกรฯ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 5763/2569 และ 5764/2569 ลง 28 ก.ย.69
13. น.ส.ณัฐนรีฯ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 5790/2569, 5791/2569, 5792/2569 และ 5793/2569 ลง 28 ก.ย.69
14. นายธรรมนิติ ฯ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 5765/2569 และ 5766/2569 ลง 28 ก.ย.69

ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน
สถานที่จับกุม พื้นที่กรุงเทพมหานคร, สมุทรปราการ, ระยอง, ปทุมธานี, ลพบุรี, สุพรรณบุรี, กาญจนบุรี, นครปฐม, เพชรบุรี และอุบลราชธานี

พฤติการณ์ กลุ่มคนร้ายได้เริ่มต้นจากการใช้ยุทธวิธีหลอกรักออนไลน์ (Romance Scam) โดยสร้างบัญชีเฟซบุ๊กปลอมใช้ชื่อว่า “ฟ้า” เข้ามาตีสนิทเชิงชู้สาวกับผู้เสียหาย เมื่อเหยื่อเริ่มไว้วางใจ จึงได้ชักชวนให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเทรดหุ้นปลอม โดยกล่าวอ้างว่าให้ผลตอบแทนและกำไรสูงเกินจริงถึงร้อยละ 100 ภายใน 7 วัน
เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อและเริ่มโอนเงินลงทุน กลุ่มคนร้ายได้สร้างตัวเลขกำไรปลอมในระบบให้ดูสมจริง แต่เมื่อผู้เสียหายประสงค์จะถอนเงินทุนและกำไรออกมา แอดมินแพลตฟอร์ม(Super Administrator) ได้สร้างเงื่อนไขกีดกันสารพัดรูปแบบ โดยอ้างว่าผู้เสียหายทำผิดกฎของแพลตฟอร์ม จะต้องชำระค่าปรับ ค่าภาษี และค่าค้ำประกันบัญชีเพิ่มเติม ทำให้ผู้เสียหายต้องโอนเงินเข้าไปเพิ่มอีกหลายสิบครั้งเพื่อหวังจะได้เงินต้นคืน โดยพบว่ากลุ่มคนร้ายใช้วิธีฟอกเงินและยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินผ่าน “บัญชีม้านิติบุคคล” มากถึง 36 บริษัท เพื่อทำให้ดูน่าเชื่อถือ และตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ผลการปฏิบัติการและการติดตามจับกุม จากการสืบสวนสอบสวนอย่างรัดกุมของเจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ป. นำไปสู่การขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาในขบวนการนี้ ซึ่งมีความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ รวมจำนวน 75 หมายจับ (ครอบคลุมผู้ต้องหาทั้งหมด 39 ราย) ความคืบหน้าล่าสุด ณ ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. สามารถติดตามจับกุมและอายัดตัวผู้ต้องหาในเครือข่ายนี้ได้แล้วกว่าครึ่ง ดังนี้
จับกุมตัวได้แล้ว จำนวน 14 ราย (ตามหมายจับ 29 หมาย)
อายัดตัวในเรือนจำ จำนวน 9 ราย (ตามหมายจับ 18 หมาย) โดยหนึ่งในตัวการสำคัญคือ น.ส.พรนภา ฯ ซึ่งเป็นผู้เปิดบัญชีรับโอนเงินหลัก ถูกอายัดตัวดำเนินคดีถึง 4 หมายจับ
อยู่ระหว่างหลบหนี จำนวน 16 ราย (ตามหมายจับ 28 หมาย)
ภายหลังการจับกุมตัวผู้ต้องหานั้น เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบ และซักถามกลุ่มผู้ต้องหาเพื่อขยายผล หาเครือข่ายผู้กระทำความผิด และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม จะได้เร่งติดตามตัวผู้ต้องหาที่ยังคงหลบหนีอีก 16 ราย มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้จงได้จนถึงที่สุด เพื่อกวาดล้างเครือข่ายมิจฉาชีพที่สร้างความเดือดร้อนและซ้ำเติมพี่น้องประชาชน พร้อมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามยึดทรัพย์สินคืนความยุติธรรมให้แก่ผู้เสียหายต่อไป



ข่าวที่เกี่ยวข้อง






