วิทยาศาสตร์ DPU เปิดค่าย Scent and Taste Science Camp เสริมศักยภาพเยาวชน

วิทยาศาสตร์ DPU เปิดค่าย Scent and Taste Science Camp เสริมศักยภาพเยาวชน เรียนรู้การพัฒนาเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมสุขภาพและความงาม
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดกิจกรรมวิชาการ “Scent and Taste Science Camp ฉีดให้หอม เคี้ยวให้โกลว์” เปิดโอกาสให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากหลากหลายโรงเรียน จำนวนประมาณ 50 คน สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผ่านกิจกรรมเวิร์กช็อปที่ให้นักเรียนลงมือพัฒนาผลิตภัณฑ์จริง ตั้งแต่การเลือกส่วนผสม การสร้างสรรค์สูตร ไปจนถึงการออกแบบแบรนด์ เพื่อเสริมศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ ความคิดสร้างสรรค์ และทักษะการพัฒนาผลิตภัณฑ์ พร้อมเปิดมุมมองเส้นทางการศึกษาต่อและอาชีพในอุตสาหกรรมสุขภาพและความงามที่กำลังเติบโต โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.สุวรรณา วรรัตน์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยจัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ณ อาคารเกตุพิทักษ์ (อาคาร 20) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
ภายในงานแบ่งกิจกรรมการเรียนรู้ออกเป็น 2 ฐาน ได้แก่ “Personal Body Mist Lab” เรียนรู้พื้นฐานการพัฒนาเครื่องสำอางประเภทน้ำหอมและผลิตภัณฑ์ให้กลิ่นหอม ผ่านการทำความเข้าใจองค์ประกอบของกลิ่นทั้ง Top Notes, Middle Notes และ Base Notes ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างกลิ่น อารมณ์ และบุคลิกภาพ ก่อนทดลองผสมกลิ่นเพื่อสร้างสรรค์สเปรย์น้ำหอม (Body Mist) สูตรเฉพาะตัว พร้อมตั้งชื่อผลิตภัณฑ์และออกแบบแนวคิดแบรนด์ ส่วนฐาน “Functional Gummy Lab” เน้นการเรียนรู้เทคโนโลยีผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผ่านการพัฒนากัมมี่ที่มีส่วนผสมของสารสำคัญ เช่น วิตามินซี ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระ โดยนักเรียนได้ทดลองเลือกส่วนผสม ปรับรสชาติและสี เรียนรู้กระบวนการผลิตเบื้องต้น ก่อนนำผลงานมานำเสนอแนวคิดการสร้างแบรนด์และการออกแบบบรรจุภัณฑ์
รองศาสตราจารย์ ดร.สุวรรณา วรรัตน์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ทำความรู้จักศาสตร์ด้านเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในสาขาการเรียนรู้ของคณะวิทยาศาสตร์ DPU โดยต้องการให้นักเรียนเห็นภาพการเรียนการสอนที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เข้ากับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ผ่านการทดลองในห้องปฏิบัติการจริง แม้กิจกรรมจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ในหลักสูตร แต่สามารถช่วยให้นักเรียนเข้าใจพื้นฐานการพัฒนาผลิตภัณฑ์และค้นพบความสนใจของตนเองได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
“เราอยากให้นักเรียนได้รู้จักว่าคณะวิทยาศาสตร์ของ DPU มีการเรียนการสอนด้านเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งเป็นศาสตร์ที่อยู่ใกล้ตัวและเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน กิจกรรมครั้งนี้จึงออกแบบให้นักเรียนได้ทดลองทำผลิตภัณฑ์ด้วยตนเอง ทั้งการผสมกลิ่นน้ำหอมและการทำกัมมี่ เพื่อให้เห็นภาพว่าการเรียนด้านนี้ต้องใช้องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์อย่างไร และสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ได้จริง” รศ.ดร.สุวรรณา กล่าว
คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแนวโน้มด้าน Wellness การดูแลสุขภาพ และการชะลอวัย (Anti-Aging) ที่ทำให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งความงามและสุขภาพมากขึ้น ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ให้มีคุณสมบัติและประสิทธิภาพที่แตกต่างจากเดิม ส่งผลให้บุคลากรในอุตสาหกรรมจำเป็นต้องมีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ควบคู่กับความเข้าใจเรื่องคุณภาพ ความปลอดภัย และการเลือกใช้สารสำคัญอย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ได้สิ้นสุดเพียงการคิดค้นสูตรหรือผลิตสินค้าออกมาเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงการคัดเลือกวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การควบคุมคุณภาพ ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ ตลอดจนข้อกำหนดทางกฎหมายและการขึ้นทะเบียนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นองค์ความรู้สำคัญที่นักศึกษาจะได้เรียนรู้ตลอดหลักสูตร เพื่อให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง
สำหรับแนวทางการจัดการเรียนการสอน คณะวิทยาศาสตร์ DPU ให้ความสำคัญกับการพัฒนานักศึกษาภายใต้แนวคิด “One Student, One Product” หรือการส่งเสริมให้นักศึกษาทุกคนมีผลงานผลิตภัณฑ์เป็นของตนเองเมื่อสำเร็จการศึกษา โดยเริ่มจากการเรียนรู้ชนิดและคุณสมบัติของวัตถุดิบในชั้นปีที่ 1 ก่อนต่อยอดสู่การพัฒนาสูตรและกระบวนการผลิต รวมถึงการศึกษามาตรฐานและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องในชั้นปีถัดไป จนถึงการฝึกประสบการณ์วิชาชีพและพัฒนาโครงงานผลิตภัณฑ์ของตนเองในชั้นปีที่ 4 เพื่อให้นักศึกษาสามารถนำองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้ได้จริง
นอกจากนี้ คณะวิทยาศาสตร์ยังอยู่ระหว่างพัฒนาพื้นที่ผลิตเครื่องสำอางต้นแบบ (Cosmetic Pilot Plant) ซึ่งจำลองกระบวนการผลิตในระดับอุตสาหกรรม เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้การทำงานตั้งแต่ห้องปฏิบัติการไปจนถึงกระบวนการผลิตจริง ควบคู่กับการส่งเสริมให้นักศึกษาคิดค้นผลิตภัณฑ์จากแนวคิดของตนเอง โดยมีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องสำอาง อาหาร และโภชนาการให้คำปรึกษา เพื่อพัฒนาผลงานที่มีคุณภาพและสอดคล้องกับแนวโน้มเทคโนโลยีใหม่
รศ.ดร.สุวรรณา กล่าวเพิ่มเติมว่า คณะวิทยาศาสตร์ยังมีความร่วมมือทางวิชาการกับเกาหลีใต้ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ทั้งการสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ห้องปฏิบัติการ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปร่วมกัน เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมจากต่างประเทศ พร้อมนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเอง
“สิ่งสำคัญที่เราเน้นไม่ใช่เพียงการทำผลิตภัณฑ์ให้สำเร็จ แต่ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีประสิทธิภาพ และสามารถใช้งานได้ตามคุณสมบัติที่กำหนด เราอยากส่งเสริมให้นักศึกษากล้าคิด กล้าตั้งคำถาม และนำแนวคิดใหม่ ๆ มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเอง โดยมีองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นพื้นฐาน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การทำงานในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในอนาคต” คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ กล่าวทิ้งท้าย
ภายในกิจกรรมมีนักเรียนจากทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัดสนใจเข้าร่วมเรียนรู้และลงมือทำเวิร์กช็อปอย่างคึกคัก โดยหนึ่งในผู้เข้าร่วมคือ นายชัยวิทย์ เลิศณรงค์พานิช นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนวัดทรงธรรม จ.สมุทรปราการ ซึ่งเดินทางมาร่วมกิจกรรมพร้อมเพื่อนรวม 3 คน พร้อมกล่าวว่า สนใจเข้าร่วมกิจกรรม Scent and Taste Science Camp “ฉีดให้หอม เคี้ยวให้โกลว์” เพราะต้องการเรียนรู้เบื้องหลังการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่พบในชีวิตประจำวัน ว่ากว่าจะออกมาเป็นสินค้าแต่ละชนิดต้องผ่านกระบวนการใดบ้าง รวมถึงอยากเปิดประสบการณ์และค้นหาความสนใจของตนเองผ่านการลงมือทำจริง
จากการเข้าร่วมกิจกรรมทั้งภาคทฤษฎีและเวิร์กช็อป ทำให้ได้เรียนรู้ตั้งแต่เรื่องกลิ่น ความชอบส่วนบุคคล และความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากกลิ่นแต่ละชนิด ไปจนถึงกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เช่น การทำเยลลี่และน้ำหอม โดยกิจกรรมที่ชื่นชอบมากที่สุดคือการทำน้ำหอม เพราะได้ทดลองเลือกและผสมกลิ่นด้วยตนเอง ทำให้เข้าใจว่ากลิ่นแต่ละแบบเมื่อนำมารวมกันสามารถสร้างเอกลักษณ์และความรู้สึกที่แตกต่างกันได้
“ก่อนหน้านี้ยังไม่มั่นใจว่าตัวเองจะชอบการเรียนในสายนี้ แต่พอได้มาลองทำกิจกรรมจริง รู้สึกว่าสนใจและมีความสุขกับสิ่งที่ได้เรียนรู้ ทำให้อยากนำประสบการณ์ครั้งนี้ไปต่อยอดและศึกษาต่อในอนาคต โดยเฉพาะด้านที่เกี่ยวข้องกับอาหาร เพราะอยากนำความรู้ไปช่วยพัฒนาอาหารไทยให้เป็นที่รู้จักในต่างประเทศ และต่อยอดให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ได้มากขึ้น” นายชัยวิทย์ กล่าวทิ้งท้าย
ขณะที่ นางสาวปริพัฒน์ กัลลา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคใต้ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า มีความสนใจด้านอาหารและการพัฒนาผลิตภัณฑ์อยู่แล้ว ขณะเดียวกันเห็นว่า ภายในกิจกรรมมีเวิร์กช็อปทำกัมมี่ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และต้องการใช้โอกาสนี้เรียนรู้กระบวนการทำงานจริง รวมถึงทำความรู้จักการเรียนด้านวิทยาศาสตร์ให้มากขึ้น
ตลอดทั้งวันได้เรียนรู้ตั้งแต่เรื่องการรับรู้และจำแนกกลิ่น การทำน้ำหอม ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยเฉพาะกิจกรรมทำกัมมี่ที่ช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์สามารถนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ได้อย่างไร ขณะที่กิจกรรมทำน้ำหอมเป็นอีกช่วงที่ประทับใจ เพราะได้ทดลองกลิ่นหลากหลายรูปแบบและค้นพบความชอบของตนเองจากการลงมือทำจริง
“สิ่งที่ได้จากค่ายครั้งนี้คือการได้พูดคุยกับอาจารย์และรุ่นพี่ ทำให้เห็นว่าการเรียนด้านวิทยาศาสตร์สามารถต่อยอดได้หลายทาง โดยเฉพาะสาขาที่เกี่ยวข้องกับอาหารและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นอีกแนวทางที่สนใจและสามารถนำไปประกอบการตัดสินใจศึกษาต่อในอนาคต อีกทั้งยังประทับใจกับบรรยากาศของค่ายที่เป็นกันเองและเปิดโอกาสให้ได้แลกเปลี่ยนกับเพื่อนจากหลายพื้นที่” นางสาวปริพัฒน์ กล่าว
ผู้สนใจคณะวิทยาศาสตร์ DPU ค้นหาข้อมูลได้ที่ https://www.dpu.ac.th/th/faculty-of-science
ข่าวที่เกี่ยวข้อง










