ผวาศึกพม่าลุกลามไทย ปิดด่าน7วัน ทหารตรึงแม่สอด24ชม. อนุทินขู่ยกระดับป้องกัน

นายกฯสั่งฝ่ายความมั่นคงแจ้งผู้นำเมียนมา หลังเหตุสู้รบกระทบชาวบ้าน จ.ตาก ขู่ยกระดับป้องกันชายแดน หากไม่มีการปฎิบัติตาม ด้าน”ผบ.กองกำลังนเรศวร”สั่งปิดชายแดนแม่สอดริมน้ำเมย 7 วันถึง 5 พย. ฉก.ราชมนูตรวจเข้ม 24 ชม. ด้านทัพอากาศส่งเครื่องบินรบขึ้นบิน CAP ลาดตระเวนสกัดกั้นเข้มข้น ย้ำไทยไม่เป็นคู่ขัดแย้งใคร
จากสถานการณ์ไม่สงบ พื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา ด้าน อ.แม่สอด จ.ตาก เนื่องจากการสู้รบระหว่างทหารเมียนมา กับกองกำลังชนกลุ่มน้อย/กลุ่มต่อต้านรัฐบาลเมียนมาในพื้นที่ บ้านนิละบ้าน อำเภอเมียวดี จังหวัดเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง สหภาพเมียนมา ทำให้มีกระสุนข้ามมาตกฝั่งประเทศไทย บริเวณบ้านห้วยมหาวงก์ ต.มหาวัน อ.แม่สอด ทำให้มีประชาชนบาดเจ็บ 1 ราย ส่งผลกระทบต่อทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม เวลา 07.00.น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6.(บน.6 ) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเปิดเผยถึงกรณีการสู้รบในประเทศเมียนมา ทำให้คนไทย อ.แม่สอด จ.ตาก ได้รับบาดเจ็บว่า ได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัด และเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ให้ดูแลประชาชนอย่างเต็มที่แล้ว ส่วนได้ทำหนังสือแจ้งไปยังเมียนมาแล้วหรือไม่นั้น นายอนุทินกล่าวว่า นี่เป็นข้อสั่งการ มีการพูดคุยมาตลอด พร้อมทั้งแจ้งผู้นำประเทศเพื่อนบ้าน เราต้องดูแลคนของฝั่งเราด้วย หากไม่มีการปฏิบัติใดๆ เราต้องยกระดับการป้องกันตนเอง
วันเดียวกัน พล.ต.ประสาน เห็นประเสริฐ ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร มีคำสั่งเป็นหนังสือด่วนมากที่ กห 0483/นเรศวร 577 กองกำลังนเรศวร ค่ายวชิรปราการ อ.เมือง จ.ตาก ถึงด่านศุลกากรแม่สอด เรื่องการระงับการผ่อนผันการนำเข้า-ส่งออกสินค้า ตามช่องทางอื่นนอกจากทางอนุมัติ มีสาระสำคัญว่า จากเหตุสู้รบระหว่างทหารเมียนมา กับกองกำลังชนกลุ่มน้อย/กลุ่มต่อต้านรัฐบาลเมียนมาต่อเนื่องในจังหวัดเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง สหภาพเมียนมา ทำให้มีกระสุนข้ามมาตกฝั่งไทย บริเวณบ้านห้วยมหาวงก์ ต.มหาวัน อ.แม่สอด ทำให้ชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ เพื่อให้การควบคุมพื้นที่ชายแดนเรียบร้อย ไม่ให้มีการสนับสนุนใดๆ ข้ามไปยังฝั่งเมียนมา และเพื่อให้เกิดความมั่นคง และความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน
กองกำลังนเรศวร และหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ ขอแจ้งด่านศุลกากรแม่สอดระงับการผ่อนผันการนำเข้า-ส่งออกสินค้า ตามช่องทางอื่นนอกจากทางอนุมัติ ตั้งแต่ทิศใต้สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามแม่น้ำเมย แห่งที่ 1 ในอำเภอแม่สอด และในอ.พบพระ จ.ตาก เป็นเวลา 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม-5 พฤศจิกายน 2569
นอกจากนั้น กองกำลังนเรศวรตัดสินใจจัดตั้ง‘กองบังคับการทางยุทธวิธี’ ขึ้นในพื้นที่ชายแดนอำเภอแม่สอด จังหวัดตากอย่างเร่งด่วน ทำหน้าที่ติดตามสถานการณ์อำนวยการสั่งการใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดในการรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินตามแนวชายแดน อีกทั้ง เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์การสู้รบในพื้นที่ฝั่งประเทศเมียนมา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดน พร้อมรวบรวมและรายงานข้อมูลข่าวสารให้หน่วยเหนือทราบอย่างต่อเนื่อง เป็นความพร้อมของกำลังพลในการดูแลความปลอดภัย และรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนตลอด 24 ชั่วโมง
ในส่วนกำลังทางอากาศ กองทัพอากาศไทย ยกระดับมาตรการความมั่นคงขั้นสูงสุด โดยนำเครื่องบินรบปฏิบัติภารกิจ CAP (Combat Air Patrol - การบินลาดตระเวนรบ) ขึ้นบินลาดตระเวนเพื่อเฝ้าระวัง ป้องกันภัยทางอากาศ และเตรียมความพร้อมสกัดกั้นทันที หากมีอากาศยานฝ่ายใดรุกล้ำน่านฟ้าไทย รวมถึงติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวทางอากาศอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
สำหรับแนวทางการบริหารจัดการสถานการณ์ของฝ่ายไทยต่อเหตุการณ์ความขัดแย้งตามแนวชายแดนจังหวัดตาก รัฐบาลและกองทัพยึดมั่นจุดยืนที่ชัดเจนว่า ‘ประเทศไทยไม่ใช่คู่ขัดแย้งของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และเด็ดขาดที่ไม่สนับสนุนให้ฝ่ายใดใช้ผืนแผ่นดินไทยเป็นฐานหรือพื้นที่ปฏิบัติการทางทหารเด็ดขาด’
ขณะที่หน่วยเฉพาะกิจราชมนูญ โดยกองร้อยทหารราบที่ 1431 กองร้อยทหารราบที่ 1413 หมวดเคลื่อนที่เร็ว กองกำลังนเรศวร และชุดปฏิบัติการพิเศษที่ 1 หมวดลาดตระเวนระยะไกล กองกำลังนเรศวร บูรณาการกำลังปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนเฝ้าตรวจตามเส้นทางแนวชายแดน และเส้นทางภายในหมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืน มีทั้งจักรยานยนต์เคลื่อนที่เร็วและรถยนต์ในการตรวจพื้นที่ เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราพื้นที่และป้องกันเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

