สืบ สตม.แท็กทีม! บุกทลายโกดังบรรจุกัญชารวบ 14 ต่างด้าว-ผงะเจอผู้ต้องหาหนีหมายจับเวียดนาม

สืบ สตม. จับมือ ป.ป.ส. บุกทลายโกดังบรรจุกัญชาย่านคลองสามวา รวบ 14 ต่างด้าว ผงะเจอผู้ต้องหาหนีหมายจับยาเสพติดเวียดนาม พร้อมซุกไอซ์-ยาบ้า พร้อมเร่งขยายผลฟันนอมินี
วันที่ 31 ตุลาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. ซึ่งเน้นย้ำแนวทางการทำงานเชิงรุก มุ่งเน้นประสิทธิภาพของงานสืบสวน บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานภายนอก โดยการสั่งการของ พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.เฉลิมชนม์ แหลมทอง รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.1 บก.สส.สตม., พ.ต.ท.ดุสิต ภูหงส์เพชร และ พ.ต.ท.ณัฐสิทธิ์ ศิริรังสรรค์กุล รอง ผกก.1 บก.สส.สตม. ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.สิทธิชัย เข็มกลัด สว.กก.1 บก.สส.สตม. และ ร.ต.อ.สันทัด ประกอบธรรม รอง สว.(สส.) กก.1 บก.สส.สตม. นำชุดสืบสวน กก.1 บก.สส.สตม. สนธิกำลังร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นิมิตรใหม่ บุกเข้าตรวจค้นโกดังแห่งหนึ่งในพื้นที่แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร

จากการเข้าตรวจค้นโกดังดังกล่าว ซึ่งมีลักษณะใช้เป็นสถานที่จัดเก็บและแบ่งบรรจุกัญชา เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวและจับกุมบุคคลต่างด้าวที่ลักลอบทำงานและกบดานอยู่ภายในได้รวมทั้งสิ้น 14 ราย แบ่งเป็น 1.ผู้ต้องหาสัญชาติเวียดนาม 2 ราย : ตรวจค้นพบของกลางเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์และยาบ้า) บรรจุซุกซ่อนอยู่ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา ‘ร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต’ รวมถึงความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ทั้งนี้ จากการประสานข้อมูลฐานข้อมูลอาชญากรรมข้ามชาติยังพบความจริงน่าตกใจว่า 1 ใน 2 ผู้ต้องชาวเวียดนาม เป็นบุคคลตามหมายจับของทางการประเทศเวียดนามในคดีเกี่ยวกับยาเสพติดที่หลบหนีเข้ามาซุกซ่อนตัวในประเทศไทย และ 2.ผู้ต้องหาสัญชาติเวียดนามและเมียนมา 12 ราย : ถูกจับกุมในความผิดเกี่ยวกับกฎหมายคนเข้าเมืองและการทำงาน ได้แก่ ข้อหา ‘เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต, อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay) และทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต’

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 14 ราย พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลนิมิตรใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลเชิงลึกถึงกลุ่มนายทุนและผู้เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการโกดังดังกล่าว ตลอดจนเร่งตรวจสอบความเชื่อมโยงของบุคคลและนิติบุคคลที่อาจเข้าข่ายการใช้คนไทยเป็นนอมินีถือหุ้นแทนคนต่างด้าว เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดทั้งหมดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

