คอลัมน์ : เลียบวิภาวดี

ถนนไม่ตีเส้น (2)
ชีวิตของผู้เยาว์วัยที่อยู่ในโลกมืดดำจนมองไม่เห็นอนาคตของตนเอง จนถูกเปรียบเทียบเป็นชีวิตแบบ “ถนนไม่ตีเส้น” นั้น แท้จริงเกิดขึ้นกับเด็กๆ ในโลกนี้อย่างมากมาย
ชีวิตแบบ “ถนนไม่ตีเส้น” ยั้วเยี้ยอยู่ในสลัมของป่าคอนกรีต อยู่ในป่าทึบตามชนบท และอยู่ในหุบเขาถิ่นเถื่อนที่ห่างไกล
ปรับโฟกัสมาที่สารขัณฑ์ ชีวิตแบบ “ถนนไม่ตีเส้น” ตกคลักอยู่ในสลัมบางกอกและจังหวัดใหญ่ๆ ที่เป็นสังคมผู้ให้กำเนิดการก่ออาชญากรรมทุกชนิด
“ชีวิตของเด็กๆ เหล่านี้ จึงไม่มีหลักประกันว่า จะ “หลุดพ้นจากนรกได้ทุกราย” อย่าง “น่าเศร้า”
แต่เด็กคนไหนก็ตาม ฝ่าด่านนรกได้สำเร็จ จนกลายเป็นผู้ใหญ่สง่างามในสังคม มีงานดีและมีวิถีชีวิตงดงาม ต้องถือว่าเป็น “ยอดอัศวิน” ที่ “พ้นพงหนาม”
“ปรับโฟกัสไปที่แม่หญิงจาง ซูยี่ นักขว้างมีดบินสุดดังของสารขัณฑ์ ขณะนี้ถือเป็นดาวสภาที่สร้างผลงานจากการตรวจสอบอันดุฉกรรจ์ และเป็นผู้ใช้วาทกรรม เจาะใจได้อย่างดุดัน”
“ผลงานโดดเด่นที่ถูกจารึก เป็นผู้ดับรัศมีสองพ่อลูกแห่งบางบอน จนฉลามแห่งสภาต้องล้างมือในอ่างทองคำ”
ก่อนที่แม่หญิงจาง ซูยี่จะกลายเป็นดาวค้างฟ้าในสภาโคลีเซียมในวัยเยาว์ก็มีชีวิตแบบ “ถนนไม่ตีเส้น” กว่าจะเล่นกายกรรมหลบภัยหนีจากถนนไม่ตีเส้นมาได้ก็ยาวนานและยาวไกลจนเป็น “บาดแผลแห่งชีวิต” ที่ลืมไม่ลง
“ลืมไม่ลง กับความเดียวดายจนต้องร้องไห้จนน้ำตาแทบกลายเป็นเลือดโดยไม่มีแม่ให้กอด ไม่มีพ่อคอยปกป้อง และอยู่แวดล้อมชีวิตสุดอันตราย มีสิทธิ์ตายบนถนนไม่ตีเส้นตลอดเวลา”
“แต่แล้วจาง ซูยี่ ก็กลายเป็นหญิงเหล็ก แหกด่านรกมาได้อย่างอัศจรรย์ เรียนจบมหาวิทยาลัยได้แล้วผันชีวิตมาเป็นพรานหญิงในป่าทึบแห่งการเมือง และเชี่ยวชาญในการขว้างมีดบินได้เหนือกว่านักการเมืองที่เติบโตมาจากบ้านใหญ่ หอคอยงาช้างเป็นจำนวนมากจนกลายเป็น “ดาวสภาสุดดัง”
บัดนี้ จาง ซูยี่ มีเส้นทางชีวิตเหมือน ผู้ขับรถอยู่บนถนนที่ตีเส้นให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได้อย่างปลอดภัย และยังมีอนาคตทางการเมืองก้าวไกล อาจได้เป็นเสนาบดีได้ในอนาคต
“แต่แล้ว ชาวสารขัณฑ์จำนวนไม่น้อยก็เกิดความ “กังขา” ว่า “จาง ซูยี่”ผู้รอดตายจาก “ถนนไม่ตีเส้น” ในวัยเด็ก บัดนี้กลายเป็น “นักขับรถที่ขยันเหยียบคันเร่งอย่างสุดห้าว”
ชาวสารขัณฑ์ที่เป็น “กองเชียร์” จาง ซูยี่ อย่างจับใจต่างจึง “ห่วงใย” ว่า “แม้ถนนที่ตีเส้น จะปลอดภัยแค่ไหน? แต่อุบัติเหตุบนถนน ไม่เคยปรานีใครจร้า?”
กมลศักดิ์ ตั้งธรรมนิยม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

