7 ชาติยุโรปเจอป่วน ตู้แช่แข็งซูเปอร์มาร์เก็ตโดนแฮก เจาะระบบปรับอุณหภูมิพุ่ง 50 องศา ทำสินค้าเน่ามหาศาล

3 พฤศจิกายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุโจมตีทางไซเบอร์ระลอกใหม่เล่นงานระบบทำความเย็นของซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าหลายสิบแห่งใน 7 ประเทศทั่วยุโรป ซึ่งส่งผลกระทบต่อตู้เย็นและตู้แช่แข็งของพวกเขา โดยแฮกเกอร์ใช้วิธีควบคุมระบบ เปิดโหมดละลายน้ำแข็ง จนทำให้อุณหภูมิในตู้แช่แข็งพุ่งสูงถึง 50 องศาเซลเซียส ทำให้สินค้าเน่าเสียจำนวนมหาศาล โดยเหล่าซูเปอร์มาร์เก็ต 'เดลไฮเซอ' ประมาณ 40 แห่งในเบลเยียม และ ลักเซมเบิร์ก ได้รับผลกระทบ ขณะที่ร้านค้าจำนวนน้อยกว่าได้รับผลกระทบใน สวีเดน ไอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ เอสโตเนีย และฟินแลนด์

โดยเริ่มต้นที่ ซูเปอร์มาร์เก็ต 'เดลไฮเซอ' (Delhaize) กว่า 40 สาขาในเบลเยียมและลักเซมเบิร์กได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยเฉพาะที่เมือง 'โฮเอลาร์ด' (Hoeilaart) ของเบลเยียม มีสินค้าเสียหายมูลค่าสูงถึง 100,000 ยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยราว 3 ล้านบาท ไม่รวมรายได้ที่สูญเสียจากการต้องปิดร้าน
บริษัท 'ซาบโคเบล' (Sabcobel) ของเบลเยียม ซึ่งเป็นผู้ผลิตตู้เย็นบางส่วนที่ได้รับผลกระทบ กล่าวว่า ตัวทำความเย็นของตู้เย็นถูกเปลี่ยนเป็นโหมดละลายน้ำแข็ง ทำให้เกิดความร้อนขึ้น ซึ่งเชื่อว่าเป็นวิธีการเดียวกันกับที่ใช้ในเหตุการณ์เมื่อเดือนที่แล้วซึ่งส่งผลกระทบต่อซูเปอร์มาร์เก็ตหลายร้อยแห่งทั่วประเทศฝรั่งเศส สื่อท้องถิ่นรายงานในขณะนั้นว่า อาหารมูลค่าหลายล้านยูโรต้องถูกทิ้งไปในเดือนตุลาคม

นายสตีเฟน มูลันส์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท ซาบโคเบล ผู้ผลิตระบบตู้แช่ให้แก่เดลไฮเซอ ระบุว่า กำลังเร่งตัดการเชื่อมต่อตู้แช่ที่ได้รับผลกระทบออกจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยชี้ว่าช่องโหว่นี้ไม่สามารถแก้ด้วยการอัปเดตซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียวได้ แต่จำเป็นต้องเข้าปรับที่ตัวเครื่องด้วย เขากล่าวว่า นับตั้งแต่การโจมตีของฝรั่งเศสเมื่อต้นเดือนตุลาคม บริษัทได้พยายาม "ปกป้องตู้เย็นของลูกค้าจากช่องโหว่นี้" แต่จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนทางกายภาพ ไม่ใช่แค่การอัปเดตซอฟต์แวร์เท่านั้น
โดยซูเปอร์มาร์เก็ตส่วนใหญ่ทั่วยุโรปเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตแล้ว และสามารถดำเนินการบำรุงรักษาและแก้ไขปัญหาจากระยะไกลได้ วิธีแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุดคือการควบคุมตู้เย็นผ่านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ปลอดภัย ลูกค้าส่วนใหญ่ของเราเปลี่ยนมาใช้วิธีนี้หลังจากเหตุการณ์โจมตีในฝรั่งเศส ยังไม่แน่ชัดว่าใครอยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งล่าสุดนี้

ส่วนห้างคาร์ฟูร์ 15 สาขาในเบลเยียมก็โดนเล่นงานเช่นกัน แต่พนักงานสามารถรับมือได้ทันและเปิดให้บริการต่อได้ ขณะที่โฆษกของกลุ่มบริษัท คอลรุยต์ กรุ๊ป (Colruyt Group) ซึ่งบริหารซูเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่นแบรนด์ 'สปาร์' (Spar) ในเบลเยียม ระบุว่า มีร้านถูกแฮกระบบไป 5 สาขา แต่ไม่เปิดเผยเรื่องความเสียหาย โฆษกของกลุ่มบริษัท คอลรุยต์ ซึ่งดำเนินกิจการร้าน สปาร์ ในเบลเยียมภายใต้ระบบแฟรนไชส์ กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า ร้านค้า 5 แห่งถูกโจรกรรมระบบตู้เย็น
ร้าน 'อิเกีย' (IKEA) ผู้ค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ราคาประหยัดของสวีเดน สาขาในเมือง 'มงส์' (Mons) ของเบลเยียมก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ซึ่งระบบทำความเย็นได้รับผลกระทบ สาขาอื่นๆ อาจได้รับผลกระทบเพิ่มเติมเช่นกัน

ขณะเดียวกันที่ประเทศสวีเดน โฆษกของเครือซูเปอร์มาร์เก็ตแบรนด์ ICA ระบุว่า การโจมตีทางไซเบอร์ส่งผลกระทบต่อร้านของพวกเขาจำนวนหนึ่ง ที่ดำเนินกิจการอยู่นอกเครือข่ายกลางของบริษัท โดยสาขาหนึ่งในเมือง 'เชวียบู' (Sjöbo) ทางใต้ของประเทศ ถูกแฮกระบบตู้แช่แข็งจนอุณหภูมิพุ่งไปถึง 50 องศาเซลเซียส
โฆษกของ ICA ยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อ ร้านค้า ICA จำนวนเล็กน้อยที่ดำเนินการอยู่นอกเครือข่ายส่วนกลางของ ICA ขณะนี้ ICA กำลังให้การสนับสนุนร้านค้าที่ได้รับผลกระทบในการจัดการสถานการณ์
ซูเปอร์มาร์เก็ต 'คอป' (Coop) แถลงว่า ร้าน 7 จาก 800 สาขาในสวีเดนได้รับผลกระทบจากการโจมตีทางไซเบอร์ แต่ตอนนี้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว

อีกทั้งในวันเดียวกันมีรายงานการโจมตีทางไซเบอร์ในไอร์แลนด์ ซึ่งร้าน 'ซูเปอร์แวลู' (SuperValu) โดนไป 13 สาขา, ตู้แช่แข็งของร้านเขียงหมูและร้านค้าชุมชนอย่างน้อย 17 แห่งในเนเธอร์แลนด์ กับตู้แช่แข็งที่ร้านในเครือ 'เค-สโตร์' (K-store) ในฟินแลนด์ และ 'เซลเวอร์' (Selver) ในเอสโตเนีย ก็ถูกโจมตีเช่นกัน
หน่วยงานความมั่นคงทางไซเบอร์ของ เบลเยียม สวีเดน และสหราชอาณาจักร (NCSC) กำลังติดตามสถานการณ์และประสานงานกับพันธมิตรนานาชาติอย่างใกล้ชิด แต่จนถึงตอนนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุได้ว่า ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์โจมตีนี้












ข่าวที่เกี่ยวข้อง

