‘โจเซฟ ซาดา’ จากดาวรุ่ง GQ สู่นักแสดงที่น่าจับตามอง

โจเซฟ ซาดา นักแสดงหนุ่มออสเตรเลียวัย 21 ปี ที่เคยได้รับรางวัล “ดาวรุ่งแห่งปี 2025” จาก “GQ Australia” และติดโผ “10 นักแสดงน่าจับตามองแห่งปี 2026” จากนิตยสาร “Variety” ล่าสุด เขาเป็นที่จับตามองของแฟนภาพยนตร์ทันที เมื่อสามารถฝ่าด่านผู้เข้าออดิชันนับร้อยจากทั่วโลกคว้าบท “เฮย์มิตช์ อะเบอร์นาธี” ในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ “The Hunger Games: Sunrise on the Reaping เดอะ ฮังเกอร์เกมส์ รุ่งอรุณเกมล่าเกม” แฟรนไชส์ระดับตำนานที่เคยแจ้งเกิดให้กับ “เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์” และ “จอช ฮัตเชอร์สัน” มาแล้ว โดยภาคใหม่นี้จะพาผู้ชมไปสัมผัสช่วงชีวิตที่มืดมนที่สุดของเฮย์มิตช์ ท่ามกลางฉากหลังของฮังเกอร์เกมส์ที่มีสีสันสดใสที่สุดกว่าภาคที่ผ่านมา

ความรู้สึกและการทำงานในภาพยนตร์เรื้องนี้
ทีมนักแสดงทุกคนยอดเยี่ยมมาก รวมถึงทีมงานทุกฝ่าย ทั้ง “ฟรานซิส” (ผู้กำกับ) และ “นีนา” (โปรดิวเซอร์) ผมเคยได้พบพวกเขามาก่อนและอยากร่วมงานกับพวกเขามากจริงๆ และแน่นอนว่าตัวละครนี้มีเรื่องราวที่ยอดเยี่ยมมาก ผมหลงรัก “เฮย์มิตช์” ในแบบที่ “วูดดี้ แฮร์เรลสัน” แสดงไว้ และอยากรู้ว่าถ้าผมนำมาตีความในแบบของตัวเองบ้าง มันจะออกมาเป็นยังไง
เตรียมตัวอย่างไรในการรับบทตัวละครที่ “วูดดี้ แฮร์เรลสัน” เคยเล่นไว้จนกลายเป็นภาพจำ
ผมพยายามเริ่มต้นจากจุดที่ห่างจากเขามากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วหน้าที่ทั้งหมดของผมตลอดทั้งเรื่องก็คือการค่อยๆ เชื่อมช่องว่างระหว่างคนสองคนนี้ เพื่อค้นหาว่าคนคนนี้จะเติบโตและกลายเป็นคนอีกคนหนึ่งได้อย่างไร ผมทำลายภาพจำของเขาไปแล้วละ ตลกชะมัด! เราเลือกทำผมหยิกกัน แล้วตอนนี้ทุกคนก็คงคิดว่าตัวละครของเขา (วูดดี้ แฮร์เรลสัน) ต้องยืดผมทุกเช้าแน่ๆ

มีแรงกดดัน หนักใจไหม รับมือกับมันยังไง
ทุกอย่างมันอยู่ที่การทำงานครับ นี่คือคติที่ผมใช้ดำเนินชีวิต และเป็นสิ่งที่พ่อปลูกฝังให้ผมมาตลอด คุณก็แค่ทำงานให้หนักที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วหลังจากนั้นก็ปล่อยวาง เพราะไม่มีอะไรอื่นที่คุณต้องกังวลอีกแล้ว
ต้องปรับพูดสำเนียงของ “วูดดี้ แฮร์เรลสัน” อีกครั้ง มันยากไหม
มันเป็นเรื่องของจังหวะการพูดในบางช่วงมากกว่า เพราะในเวอร์ชันต้นฉบับ สำเนียงของเขาไม่ได้เป็นคนใต้แบบจ๋าๆ ขนาดนั้น เขาใช้ชีวิตในแถบอเมริกาที่ไม่ได้มีสำเนียงลากเสียงยาว แต่เขาก็มีจังหวะการพูดที่เป็นธรรมชาติในแบบของตัวเอง เสียงเขามีเอกลักษณ์มาก ผมพยายามฝึกจนเสียงเหมือนเขาเป๊ะๆ แล้วค่อยๆ ดึงกลับมาเป็นตัวเองทั้งหมด ผมจะเป็นคนตัดสินใจเองว่าจังหวะไหนควรเพิ่มหรือลดความเป็นเขาโดยอิงจากสิ่งที่ตัวละครกำลังเผชิญอยู่

การถ่ายทำฉากแอ็กชันในเรื่องนี้โหดและหนักหน่วงมาก เกิดอะไรขึ้นบ้างใน 5 สัปดาห์
มันยากมากครับ ผมได้รับบาดเจ็บอยู่พอสมควร แถมยังป่วยหนักอีกด้วย ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะตายอยู่แล้ว ซึ่งมันช่วยได้มากเลยนะ คุณจะเห็นได้จากสีหน้าของผมในฉากสนามประลองหลายๆ ฉากว่าผมกำลังผ่านอะไรบางอย่างที่หนักหนาจริงๆ ผมยืนอยู่ตรงนั้น พยายามพาตัวเองไปถึงจุดที่รู้สึกว่า “โอ้พระเจ้า ฉันกำลังจะตายแล้ว” ผมพยายามทำให้ตัวเองหายใจหอบจนเกือบควบคุมไม่ได้ แล้วสมองของผมก็เริ่มคิดว่า “ถ้านายเล่นฉากนี้พลาด นายจะถูกเปลี่ยนตัวนะ อย่าทำพลาดเด็ดขาด อย่าทำพลาด อย่าทำพลาด”


