ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรี ขับเคลื่อนการผลิตข้าวคุณภาพ ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค

ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรี ขับเคลื่อนการผลิตข้าวคุณภาพ ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค เพิ่มโอกาสให้เกษตรกร ก้าวสู่การผลิตที่ยั่งยืน
ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรี กรมการข้าว เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้า ภายใต้นโยบายของนายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว ที่มุ่งส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้สามารถผลิตข้าวที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และปลอดภัย พร้อมยกระดับกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการส่งเสริมการผลิตข้าวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน
นายปรัชญา แตรสังข์ ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ข้าวถือเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย ที่มีบทบาททั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และความมั่นคงทางอาหาร โดยข้อมูลสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ปี 2567 ระบุว่า ประเทศไทยมีพื้นที่เพาะปลูกข้าวประมาณ 71.60 ล้านไร่ และมีผลผลิตข้าวเปลือกประมาณ 33.55 ล้านตัน สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาระบบการผลิตข้าวให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของข้าวไทยในตลาดโลก ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรี จึงให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อน โครงการยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้า โดยมุ่งสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเตรียมความพร้อมให้แก่เกษตรกรในการเข้าสู่ระบบมาตรฐานการผลิตข้าวอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการส่งเสริมองค์ความรู้ การพัฒนากระบวนการผลิต และการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในพื้นที่เกษตรกรรม

ท่ามกลางการแข่งขันทางการค้าที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงมาตรการด้านคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าเกษตรที่เข้มงวดมากขึ้น การผลิตข้าวจึงไม่อาจมุ่งเน้นเพียงปริมาณผลผลิต แต่ต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย การตรวจสอบย้อนกลับ และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและผู้ประกอบการทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งหัวใจสำคัญของการดำเนินงาน คือ การยกระดับมาตรฐานการผลิตข้าวอย่างครอบคลุม ตั้งแต่การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวตามระบบการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับเมล็ดพันธุ์ข้าว หรือ GAP Seed การผลิตข้าวตามมาตรฐาน GAP การส่งเสริมระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ ตลอดจนการสร้างความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานการปฏิบัติที่ดีสำหรับโรงสีข้าวและโรงปรับปรุงสภาพข้าว หรือ GMP รวมถึงระบบการตรวจสอบรับรองคุณภาพสินค้าเกษตร เพื่อให้ข้าวไทยมีคุณภาพ ปลอดภัย และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
นอกจากนี้ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรียังให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดประสบการณ์จากกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน เพื่อสร้างต้นแบบการเรียนรู้และขยายผลไปสู่เกษตรกรรายอื่น ๆ ให้สามารถนำองค์ความรู้ไปปรับใช้กับสภาพพื้นที่และรูปแบบการผลิตของตนเองได้อย่างเหมาะสม อันจะช่วยลดข้อจำกัดในการเข้าสู่ระบบการรับรองมาตรฐาน และเพิ่มโอกาสในการพัฒนาคุณภาพผลผลิตให้เป็นที่ยอมรับของตลาด
นายปรัชญา แตรสังข์ ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า อีกหนึ่งแนวทางสำคัญ คือ การส่งเสริมการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Rice) เพื่อเตรียมความพร้อมให้เกษตรกรรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และปรับตัวให้สอดคล้องกับทิศทางตลาดสินค้าเกษตรในอนาคต โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการน้ำในนาข้าวอย่างเหมาะสม การใช้ปัจจัยการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะก๊าซมีเทนจากกระบวนการทำนา ซึ่งแนวทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตสู่ระบบเกษตรกรรมที่มีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการผลิต และสร้างโอกาสในการเพิ่มมูลค่าผลผลิต รองรับความต้องการข้าวคุณภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีแนวโน้มได้รับความสนใจจากผู้บริโภคมากขึ้น

การดำเนินงานทั้งหมดสะท้อนถึงบทบาทของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรี กรมการข้าว ที่มุ่งเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าอย่างต่อเนื่อง ทำหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน และเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านการผลิตข้าวคุณภาพไปสู่เกษตรกร เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบการผลิตข้าวในระดับพื้นที่และให้เกษตรกรไทยสามารถผลิตข้าวที่มีคุณภาพมาตรฐาน แข่งขันได้ในตลาดโลก และพร้อมก้าวสู่อนาคตของการผลิตข้าวที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน
เพราะการยกระดับมาตรฐานข้าวไทย ไม่ใช่เพียงการเพิ่มคุณภาพของผลผลิต แต่คือการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค เพิ่มโอกาสทางการตลาด และรักษาสมดุลของสิ่งแวดล้อม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

