วว. กางพิมพ์เขียว ‘คาร์บอนต่ำ’ เปลี่ยนขยะเป็นเงิน-ลดเผาไร่นา! เสริมเกราะธุรกิจไทยสู้สงครามคาร์บอน

เมื่อ “วิกฤตการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่กลายเป็นกติกาใหม่ของเศรษฐกิจโลก ประเทศไทยได้ประกาศเจตนารมณ์อย่างแน่วแน่ในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ.2050 และ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ.2065 ท่ามกลางจุดเปลี่ยนนี้ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ได้ก้าวเข้ามาเป็นฟันเฟืองสำคัญ นำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) บริการด้าน “สังคมคาร์บอนต่ำ” ที่ใช้ได้จริง ส่งตรงถึงภาคอุตสาหกรรม ชุมชน และเกษตรกร เพื่อเปลี่ยนผ่านโครงสร้างเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน
แรงกดดันจากมาตรการทางการค้าโลก เช่น CBAM ของสหภาพยุโรป และข้อกำหนด ESG ของนักลงทุนทั่วโลก บังคับให้ธุรกิจไทยต้องเร่งปรับตัว วว. จึงตั้งเป้าเป็น "Enabler & Solution Provider" นำผลงานวิจัยเชิงลึกจากห้องปฏิบัติการ สู่บริการและนวัตกรรมที่จับต้องได้ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกภาคส่วน ผ่านกลไกจตุภาคีเชื่อมโยง 4 ภาคส่วนเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ได้แก่ สถาบันวิจัย/การศึกษา (พัฒนาเทคโนโลยีต้นทุนเหมาะสม), ภาคอุตสาหกรรม/SMEs (ลดขยะและพลังงาน), ภาคชุมชน/ท้องถิ่น (จัดการขยะและลดการเผา) และ ภาครัฐ (ผลักดันมาตรฐานคาร์บอนฟุตพริ้นท์สู่ระดับสากล)
โดยมุ่งให้บริการนวัตกรรมและเทคโนโลยีสีเขียวครอบคลุม 4 มิติสำคัญ ได้แก่ 1.นวัตกรรมเกษตรคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Agriculture) ใช้นวัตกรรมจุลินทรีย์ BioD ย่อยสลายตอซังและฟางข้าว ลดการเผาไร่นาและ PM 2.5 พร้อมส่งเสริมชีวภัณฑ์และปุ๋ยชีวภาพแทนเคมีเกษตร 2.นวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนและการจัดการขยะ (Circular Economy & Waste to Resource) แปรรูปขยะชุมชนและพลาสติกเป็นวัตถุดิบทุติยภูมิหรือพลังงาน มุ่งสู่เป้าหมายลดการฝังกลบ (Zero Waste to Landfill) 3.วัสดุก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว (Green Materials) พัฒนาคอนกรีตคาร์บอนต่ำ นำเถ้าโรงไฟฟ้าและของเสียอุตสาหกรรมมาทดแทนปูนซีเมนต์ ช่วยลดการปล่อย $CO_2$ มหาศาลโดยยังคงความแข็งแรงตามมาตรฐาน และ 4.บริการตรวจวัดและแพลตฟอร์มบริหารจัดการคาร์บอน (Carbon Service Platform) ให้บริการวิเคราะห์และรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) และผลิตภัณฑ์ (CFP) พร้อมพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลช่วยผู้ประกอบการคำนวณและวางแผนลดคาร์บอนได้อย่างแม่นยำ

ทั้งนี้ การดำเนินงานของ วว. ไม่เพียงแต่ช่วยกู้วิกฤตสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุนเกษตรกร สารชีวภัณฑ์ช่วยลดค่าใช้จ่ายปุ๋ยและเคมีเกษตรได้ 15 – 30% เพิ่มมูลค่าขยะชุมชน ลดงบกำจัดขยะท้องถิ่นได้ หลักล้านบาทต่อปี/พื้นที่ และสร้างรายได้หมุนเวียนในชุมชนเพิ่มขึ้นกว่า 20% ปกป้องการส่งออก การรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ช่วยให้ SMEs ไทยส่งออกสินค้าไปตลาดโลกได้โดยไม่ถูกลงโทษด้วยภาษีคาร์บอน ปกป้องมูลค่าการส่งออกนับแสนล้านบาท การลดก๊าซเรือนกระจกสะสม มีศักยภาพลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ หลายแสนตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ($tCO_2e$) ต่อปี
"การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ไม่ใช่เพียงทางเลือกเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แต่คือทางรอดและก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย" ซึ่งความมุ่งมั่นของ วว. ในการนำ วทน. มาประยุกต์ใช้ผ่าน 4 เสาหลักและกลไกจตุภาคี ไม่เพียงแต่ช่วยให้ประเทศไทยเข้าใกล้เป้าหมาย Net Zero ได้จริง แต่ยังเป็นการสร้าง "โอกาสทางเศรษฐกิจสีเขียว" ที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มมูลค่าของเสีย ปกป้องตลาดการส่งออก และสร้างภูมิคุ้มกันให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืนในเวทีการค้าโลก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

