แฮกเกอร์ป่วนไม่หยุด เจาะระบบทำความเย็นคลังเก็บโลหิตฝรั่งเศส เร่งอุณหภูมิตู้แช่พลาสมาพุ่ง 110 องศาฯ

4 พฤศจิกายน 2569 จากกรณีเกิดเหตุโจมตีทางไซเบอร์เล่นงานระบบทำความเย็นของซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าหลายสิบแห่งใน 7 ประเทศทั่วยุโรป ซึ่งส่งผลกระทบต่อตู้เย็นและตู้แช่แข็งของพวกเขา โดยแฮกเกอร์ใช้วิธีควบคุมระบบ เปิดโหมดละลายน้ำแข็ง จนทำให้อุณหภูมิในตู้แช่แข็งพุ่งสูงถึง 50 องศาเซลเซียส ทำให้สินค้าเน่าเสียจำนวนมหาศาล โดยเหล่าซูเปอร์มาร์เก็ต 'เดลไฮเซอ' ประมาณ 40 แห่งในเบลเยียม และ ลักเซมเบิร์ก ได้รับผลกระทบ ขณะที่ร้านค้าจำนวนน้อยได้รับผลกระทบใน สวีเดน ไอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ เอสโตเนีย และฟินแลนด์
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์ขึ้นอีกรอบ โดยครั้งนี้ 'แฮกเกอร์' มุ่งเป้าไปที่คลังเก็บความเย็นของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติฝรั่งเศส โดย 'แฮกเกอร์' ได้ตั้งโปรแกรมให้ตู้แช่เก็บตัวอย่างโลหิตเพิ่มอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 110 องศาเซลเซียส
โดยมุ่งเป้าไปที่บริษัท 'คูลเวิลด์' ซึ่งเป็นบริษัทที่รับผิดชอบดูแลตู้คอนเทนเนอร์เก็บความเย็นให้กับสถาบันโลหิตแห่งชาติฝรั่งเศส (EFS) รวมถึงสาขาในแคว้นบูร์กอญ-ฟร็องช์-กงเต ซึ่งตู้แช่เก็บตัวอย่างโลหิต โดยปกติจะถูกรักษาอุณหภูมิไว้ที่ลบ 30 องศาเซลเซียส เพื่อคงสภาพตัวอย่างโลหิตของผู้บริจาค แต่กลับถูกแฮกเกอร์ตั้งโปรแกรมใหม่ ปรับให้อุณหภูมิสูงขึ้นไปจนถึง 110 องศาเซลเซียส
ทางสถาบันโลหิตแห่งชาติฝรั่งเศส (EFS) ระบุว่า ช่างเทคนิคที่เข้าเวรปฏิบัติหน้าที่ตรวจพบอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติภายในอาคารสถานที่ได้ตั้งแต่ช่วงกลางคืน จึงทำให้สามารถระบุและยับยั้งเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ได้ทัน
กระทรวงสาธารณสุขของฝรั่งเศสได้ ระบุว่า เหตุการณ์โจมตีในครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานใดๆ เนื่องจากสามารถตรวจพบสถานการณ์ได้ทันเวลา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

