วราวุธขู่ล่อให้หมด ล้างบางรง.ขยะพิษ

วราวุธขู่ล่อให้หมด
ล้างบางรง.ขยะพิษ
“วราวุธ”ย้ำเปิดปฏิบัติการตรวจ บังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด โรงงานขยะพิษ สั่งชุดเฉพาะกิจ-จนท.ทำความฝันคนไทยให้เป็นจริง ลุยปราบพวกเลวๆ ออกให้หมด อยากเห็นยึดทรัพย์ โดนเนรเทศหรือติดคุก กร้าวเจอผู้มีอิทธิพลขอให้บอก ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมทั้งนั้น ลั่นนายกฯให้ดาบ จัดการพวกหนักแผ่นดิน ไล่ตรวจเชิงรุก ด้าน ปลัดอุตฯ เผยถก ปปง.ดันแก้เอาผิด ฐานฟอกเงินลุยสอบเส้นทางเงิน ยึดทรัพย์ ตัดวงจรเครือข่ายทำผิด
เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ที่กระทรวงอุตสาหกรรม นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรมประจำเดือนพฤศจิกายน 2569โดยมีนายทัตพงศ์ สะสมทรัพย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรมรวมทั้งที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายภาสกร ชัยรัตน์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วม
โดยนายวราวุธกล่าวมอบนโยบายในตอนหนึ่งว่าการเปิดปฏิบัติการ ตรวจ กำกับและบังคับใช้กฎหมาย ขั้นเด็ดขาดสำหรับการประกอบกิจการโรงงาน ลำดับที่ 105 และ106 เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมานั้น นับเป็นภารกิจที่สำคัญที่สุดของกระทรวงอุตสาหกรรม ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันครั้งสำคัญโดยท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยได้เน้นย้ำและให้ความสำคัญอย่างมาก วันนี้ประเทศไทยมาถึงจุดที่ถอยกลับไม่ได้แล้ว ถ้าไม่ทำวันนี้ก็ตายหมู่ทั้งในโลกโซเชียลและของจริงที่กำลังเกิดขึ้น 5 ปีที่ผ่านมาเหตุการณ์ต่างๆในท้องนา ในแหล่งน้ำมันถึงจุดที่ต้องถามตัวเองว่าถ้าครอบครัวหรือลูกๆของเราอยู่ในพื้นที่นั้น เราจะปล่อยให้เขาไปวิ่งเล่นแล้วเจอกากอุตสาหกรรม หรือปล่อยให้คนเลวๆเอาขยะพิษไปทิ้งแบบนี้หรือ วันนี้เรามีอำนาจในมือ จึงต้องทำอะไรให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับประเทศไทยครับ
นายวราวุธ กล่าวอีกว่า การระดมทีมเฉพาะกิจ 50 ทีมเข้าตรวจใน 5 จังหวัดหลัก(สมุทรปราการ, ปราจีนบุรี, ชลบุรี, ฉะเชิงเทรา, ระยอง)และพื้นที่อื่นๆทั่วประเทศ เป็นสิ่งที่ไม่เคยทำกันมาก่อน วันนี้เราผนึกกำลังร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมควบคุมมลพิษ รวมกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อลบปัญหาการโยนกันไปมา และสกัดไม่ให้คนเลวใช้ช่องว่างระหว่างหน่วยงานได้อีกต่อไป
“สิ่งที่ผมขอให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านทำ แม้จะรู้ว่ายากและลำบาก แต่เป็นการเข้าไปดูแลความปลอดภัยและสุขภาพของประชาชนกว่า 65 ล้านชีวิต ทุกครั้งที่เห็นข่าวและเห็นกองกากอุตสาหกรรม ผมสะท้อนใจและโกรธมาก ผมเคยฝันไว้ว่าถ้าได้มาเป็น รมว.อุตสาหกรรม จะล่อให้หมด วันนี้ผมมานั่งตำแหน่งนี้แล้ว เรากำลังทำความฝันของคนไทยให้เป็นจริง” รมว.อุตสาหกรรม ย้ำ
นายวราวุธ กล่าวอีกว่า สำหรับข้อกฎหมาย ขอให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จำให้ขึ้นใจ ใช้ขอบเขตอำนาจในมืออย่างถูกต้อง หากต้องการตัวช่วยทั้งตำรวจ ทหาร หรือผู้ว่าฯให้ประสานงาน และทำงานร่วมกับศาลและอัยการอย่างรวดเร็ว เวลาใช้กฎหมายไปให้สุด อย่าครึ่งๆกลางๆ หากทำได้ ผมอยากดำเนินคดีอาญาข้อหาฆ่าคนตายด้วยซ้ำเพราะกากอุตสาหกรรมเหล่านี้ เป็นอันตรายถึงชีวิต การไปตรวจขอให้ใช้กฎหมายไปให้สุด ไม่ใช่แค่เปรียบเทียบปรับแล้วแยกย้าย แต่ผมต้องการเห็นการยึดทรัพย์ โดนเนรเทศ หรือติดคุก เพราะการปรับแค่ 5 แสน หรือ 1 ล้านบาท มันเทียบไม่ได้เลยกับแหล่งน้ำหนึ่งแห่งที่ต้องเสียไป ขอฝากเอาไว้สิ่งสำคัญที่สุด คือ ความปลอดภัยของประชาชน สุขภาพกาย สุขภาพใจและสุขภาพจิต สุขภาพของคนๆหนึ่งตีออกมาเป็นตัวเงินไม่ได้ เราต้องการให้ประชาชนอุ่นใจและสบายใจ วันนี้เป็นวันที่เราต้องมาตามล้างผลาญพวกนี้ให้หมด
รมว.อุตสาหกรรม ย้ำว่า“ในการปฏิบัติหน้าที่ ผมไม่ได้ส่งทุกท่านไปตัวเปล่า มีอาวุธ คือ กฎหมายให้ แต่ต้องระวังหากทำเกินหน้าที่อาจจะผิดกฎหมายได้ ดังนั้นต้องเข้าใจในกฎหมายที่ถืออยู่ในมือ หากเจอปัญหา หรือผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น ให้แจ้งมาที่ผมได้เลย ผมไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมทั้งนั้น วันนี้ผมเป็น รมว.อุตสาหกรรม ใหญ่กว่าผมมีแค่2คนคือท่านรองนายกฯศุภจี(กำกับดูแลกระทรวงอุตสาหกรรม)และท่านนายกฯ อนุทิน นอกนั้นไม่มีใครใหญ่กว่าผม”
และว่า“โรงงานจะมีเงินร้อยล้าน พันล้าน หรือเจ้าของจะเป็นใคร ไม่ต้องสนใจ ถ้าทำผิดเงื่อนไขดำเนินคดีให้หมด และไม่ต้องกลัว ใครมาขู่ย้าย เพราะคนที่จะย้ายพวกท่านได้มีคนเดียวคือปลัด ภาสกร ชัยรัตน์ เท่านั้น ฉะนั้นไม่ต้องกลัวไอ้พวกเจ้าของกิจการ ไม่มีปัญญาย้ายพวกท่านหรอก ไม่ต้องห่วง ลุยใช้กฎหมายให้เต็มที่”
นายวราวุธกล่าวด้วยว่ากระทรวงอุตสาหกรรม เป็นกระทรวงที่เก่าแก่ และครั้งหนึ่งพ่อบรรหาร ศิลปอาชา เคยเป็นรัฐมนตรี วันนี้ลูกชายของพ่อมานั่งตรงนี้ ผมยอมไม่ได้ที่จะให้ใครมาดูถูก หรือปรามาสกระทรวงของเรา ขอให้ทุกคนทำงานเต็มที่ ใครทุจริตดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด แต่ห้ามไปกลั่นแกล้งใครและหากจับได้ว่าเจ้าหน้าที่ของเราเองทุจริต หรือเป็นตัวดี ขอให้ท่านปลัดจัดการขั้นเด็ดขาดที่สุด เพราะเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้
“ผมรู้ว่าหลังจากนี้ทุกคนจะเหนื่อยมาก 1,500 กว่าโรงงาน ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ถ้าเราทำได้สัก10%ยึดใบอนุญาต สืบเส้นทางการเงิน ยึดทรัพย์ได้ ทุกท่านกำลังทำคุณประโยชน์มหาศาลให้ประเทศชาติบ้านเมือง ได้ดาบมาจากท่านนายกฯอนุทินแล้ว ให้ไปกำจัดพวกหนักแผ่นดิน ที่ทำร้ายลูกหลานไทย งานนี้ล้มเหลวไม่ได้เด็ดขาด ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย.นี้ เราจะไล่ตรวจเชิงรุกทันที ขอให้ผลงานและการกระทำเป็นเครื่องพิสูจน์ให้พี่น้องประชาชนเห็นครับ”นายวราวุธ ย้ำ
ในช่วงนี้ขอให้ทางกรมโรงงานอุตสาหกรรมดำเนินการชะลอการออกใบอนุญาตโรงงานลำดับที่105,106ออกไปก่อนและยังไม่ต้องมีข้อยกเว้นใดๆ เพิ่มเติม
ด้าน นายภาสกร ชัยรัตน์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่ากระทรวงอุตสาหกรรมเรา ได้หารือกับ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ป.ป.ง.)เพิ่มเติม เกี่ยวกับผลักดันความผิดเกี่ยวกับการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม การฝ่าฝืนกฎหมายโรงงานและกฎหมายวัตถุอันตราย ให้เป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน เพื่อเพิ่มช่องทางในการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ยึดทรัพย์ และตัดวงจรเครือข่ายผู้กระทำผิด
ทางด้านนายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมกล่าวถึงความคืบหน้าในการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติจัดการกากอุตสาหกรรมว่า กรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.)ได้นำเสนอรายละเอียดร่างพระราชบัญญัติฯให้คณะทำงานพัฒนาปรับปรุงและแก้ไขกฎหมายของกระทรวงอุตสาหกรรมพิจารณา เมื่อวันที่14 ต.ค.2569 จากนั้นวันที่ 19ต.ค.2569ทางกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ส่งเรื่องไปยัง สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.)พิจารณาโดยสลค.มีหนังสือแจ้งกลับมาให้กระทรวงฯจัดส่งผลการพิจารณาของกระทรวงการคลังและคณะกรรมการนโยบายบริหารทุนหมุนเวียนเพิ่มเติม และวันที่28ต.ค.2569 กรอ.ได้มีการหารือกรมบัญชีกลางเพื่อหาแนวทางการจัดทำข้อมูล และเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียนในประเด็นที่เกี่ยวข้อง
นายสราวุธ สมทรัพย์ รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่องอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบนและฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 5-9 พฤศจิกายน2569)ฉบับที่ 6 (289/2569) ระบุว่าในช่วงวันที่ 5–7พฤศจิกายน 2569 บริเวณประเทศไทยตอนบน จะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตกและมีฝนตกหนักบางแห่งซึ่งจะมีผลกระทบบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง
ส่วนในช่วงวันที่ 7–9 พฤศจิกายน2569บริเวณภาคใต้ จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม
ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีลมฝ่ายตะวันออกที่พัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังรวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่าการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในช่วงฤดูฝนปี2569ตามมติคณะรัฐมนตรี กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)ธนาคารออมสินและกรุงเทพมหานคร(กทม.)ได้บริหารจัดการวงเงินงบประมาณ และโอนเข้าบัญชีผู้ประสบภัยถึงมือประชาชน เพื่อให้ความช่วยเหลือแล้วในหลายพื้นที่และยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ในการโอนเงินเยียวยาวันนี้จะครอบคลุมพื้นที่ 16 จังหวัด ได้แก่ จ.สมุทรปราการ นนทบุรี อ่างทอง ระยอง จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี นครนายก สุรินทร์ ชัยภูมิ น่าน อุทัยธานี กำแพงเพชร ราชบุรี สุพรรณบุรีและกรุงเทพมหานครรวม 28,717 ครัวเรือน เป็นเงิน196,809,000 บาท ซึ่งปัจจุบัน ปภ. และธนาคารมีการโอนเงินเยียวยาแล้วเสร็จ จำนวน 1,598,471 ครัวเรือน รวมเป็นเงิน 11,862.647 ล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ 73.67ของจำนวนวงเงินการให้ความช่วยเหลือที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติ (16,100.532 ล้านบาท)
ทั้งนี้ ธนาคารออมสินได้เริ่มทยอยโอนเงินเข้าบัญชีผู้ประสบภัยที่ข้อมูลถูกต้องครบถ้วน และผูกบัญชีธนาคารกับเลขประจำตัวประชาชนผ่านระบบพร้อมเพย์ (PromptPay) โดยในวันที่ 4 พ.ย. นี้ ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป และขอให้ประชาชนตรวจเช็กยอดเงินที่บัญชีธนาคาร ซึ่งได้แจ้งไว้สำหรับรับการโอนเงินเยียวยาจากรัฐบาล เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการตรวจเช็กผิดบัญชีธนาคาร

