ศุภจี ชี้ ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้น สุดปลื้มลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน “B20-E20” เริ่มส่งผล ทำปาล์มพุ่ง

“ศุภจี”เผย รู้สึกดี ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้น ชี้ ต้องดูทั้งระบบ พยุงระยะยาว ปลื้ม ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน “B20-E20” เริ่มส่งผล ทำปาล์มพุ่ง จ่อเชิญ “สมาคมยานยนต์-จักรยานยนต์” ทำความเข้าใจประชาชน เครื่องยนต์ชนิดใดรองรับ หลังมีความกังวล ไม่กล้าใช้
วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 เมื่อเวลา 11.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ กล่าวถึงการเตรียมแผนของกระทรวงพาณิชย์ ที่จะทำให้ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้นในระยะยาวว่า ในช่วงที่ผ่านมาเราทำงานกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งราคาสินค้าเกษตรที่สูงขึ้นในแต่ละตัว ไม่ใช่ว่าดีขึ้นได้ด้วยตัวเอง แต่ต้องทำงานแบบบูรณาการกลไกทั้งหมด ตั้งแต่ต้นทาง อย่างการควบคุมคุณภาพของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือการคัดแยกเก็บส่งหาตลาดเพิ่มเติม ซึ่งทำให้สินค้าเกษตร ซึ่งเป็นสินค้าสำคัญเติบโตขึ้นทุกตัว เช่น ราคาข้าวที่สูงขึ้น จึงต้องทำให้ราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนถึงหมดระยะเก็บเกี่ยว อย่างไรก็ตามราคาข้าวที่สูงขึ้น อาจส่งผลต่อการส่งออกยากขึ้น แต่ก็ไม่ได้ทิ้งตลาดส่งออกเสียทีเดียว เพราะต้องการให้คนที่อยู่ในระบบห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่เกษตรกร จนถึงผู้ค้า ทุกคนได้รับประโยชน์
นางศุภจี กล่าวว่า ส่วนราคายางพาราก็ดีที่สุดในรอบหลาย 10 ปี ซึ่งมาจากการส่งออก โดยสินค้าที่ทำมาจากผลิตภัณฑ์ยางพารา อย่างตลาดใหญ่สหรัฐอเมริกา ได้ซื้อเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงประเทศจีน และประเทศอื่น ๆ ได้นำยางสด และยางแปรรูปไปเชื่อมต่อกับอุปทานที่เขาทำอยู่ ซึ่งหากเรานำสินค้าของเรา ไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานของสินค้าโลกได้จะทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้น เพราะเราต้องการยกระดับสินค้าแบบนี้ ขณะที่สินค้าอีกหนึ่งชนิดที่กำลังทำอยู่คือ สินค้าเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากการลดภาษีสรรพสามิตจากพลังงานชีวภาพทั้งไบโอดีเซล หรือแก๊สโซฮอล์ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคาปาล์ม, ปาล์มทะลาย, อ้อย โดยเฉพาะราคามันสำปะหลัง ที่สูงขึ้น 3-4 บาทในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันมีราคาสูง แต่มีปริมาณที่ไม่มาก จึงยังต้องจัดการเรื่องของโรค
นางศุภจี กล่าวอีกว่า ด้านราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปัจจุบันนี้มีราคาสูงมากขึ้น โดยที่ผ่านมามีการบูรณาการกับหลายภาคส่วน เพื่อดูแลเรื่องจังหวะการนำเข้า ซึ่งต้องดูทั้งห่วงโซ่ เพราะโรงงานผลิตอาหารสัตว์จะต้องมีข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไปผลิต ไม่เช่นนั้นจะส่งผลต่อราคา และทำให้ห่วงโซ่ที่ตามมาคือ ราคาเนื้อสัตว์สูงขึ้น จึงต้องดูให้ทั้งระบบ เพื่อให้สมดุล แต่สิ่งที่ยังจะต้องทำเพิ่มเติมคือ ต้องไปดูที่ต้นทาง ที่จะต้องทำให้ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น และดูแลควบคุมระดับความชื้น ให้เครื่องไม้เครื่องมือกับเกษตรกร เพื่อให้สามารถควบคุมเหล่านี้ได้ อย่างไรก็ตาม ราคาสินค้าเกษตรจะมาดูเพียงปลายทางอย่างเดียวไม่ได้ ตอนนี้ถือเป็นราคาที่ดี ก็รู้สึกดีที่ทำให้เกษตรกรมีรายได้ดีขึ้น แต่หากจะทำให้ยั่งยืนจะต้องดูทั้งระบบตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งมีการร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่แล้ว
นางศุภจี กล่าวว่า สำหรับมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันประเภท B20 และ E20 ทำให้ราคาปาล์มน้ำมันดีขึ้น และเริ่มมีผลบ้างแล้ว ซึ่งจะแถลงร่วมกันกับกระทรวงพลังงาน และกระทรวงอุตสาหกรรม เพราะน้ำมัน E20 จะมีอ้อยที่นำมาทำเป็นเอทานอล อยู่ในการควบคุมของกระทรวงอุตสาหกรรม ส่วนปาล์มทะลาย ที่ทำน้ำมัน B20 เราได้ทำงานร่วมกันกับกระทรวงพลังงาน ซึ่งต้องทำงานร่วมกันกับผู้ประกอบการในเรื่องการกลั่นน้ำมัน เพื่อเตรียมความพร้อมให้เกษตรกรได้รับทราบว่า ทั้งราคารับซื้อ และปริมาณ ที่ใช้ในการผลิตนั้นมีจำนวนเท่าใด เพื่อที่จะวางแผนได้อย่างชัดเจนในระยะยาว เพราะนี่คือ นโยบายระยะยาวของรัฐบาล ในการดูแลราคาเชื้อเพลิง
รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีการหารือร่วมกันกับสมาคมยานยนต์ และจักรยานยนต์ เพราะประชาชนอาจจะมีความกังวล และยังไม่เข้าใจว่า น้ำมันประเภทดังกล่าว สามารถใช้ได้กับ เครื่องยนต์ประเภทใด เพื่อการเปลี่ยนผ่านไปใช้พลังงาน ชีววิทยาให้เพิ่มขึ้น โดยกระทรวงพาณิชย์ จะเป็นเจ้าภาพร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพลังงาน รวมถึงสมาคมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง มาหารือในสัปดาห์หน้า เพื่อทำให้ประชาชนเข้าใจ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

